2008/Jun/09

ตั้งชื่อเอนทรี่เหมือนหนังน้ำเน่าสมัยก่อน,,แต่ก็ไม่มีชื่อไหนเหมาะเท่ากับชื่อนี้อีกแร่ะ

24 ชั่วโมงผ่านมาแล้ว...เชื่อว่าหลาย ๆคนที่รู้สึกแย่ ๆกับสิ่งที่คาดหวัง คงรู้สึกดีขึ้นแล้วละ(มั้ง)

เราเองที่ไม่ได้คาดหวังอะไร ก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรือดีใจไปมากกว่าคนทั่วไปซักเท่าไหร่หรอก

ถามว่าดีใจมั้ย...มันก็ดีใจ

ถามว่าผิดหวังมั้ย...ไม่หรอก เพราะมันไม่มีหวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ถามว่าเสียใจมั้ย...นิดหน่อย

ถามว่าอิจฉาคนอื่นมั้ย...โคตรอิจฉาเลย

 

เราเป็นหนึ่งในหลายคนที่ไม่ได้สิทธิพิเศษอะไรเลยจากงาน TVXQ World ที่เซ็นทรัลเวิรล์ด

บัตรหนังเหรอ...ตัดไป...อิติ๊กตื่นไม่ทัน

บัตรวีไอพี...ตัดไป...ไม่เคยมีดวงเรื่องนี้

บัตรมีทติ้ง...นี่ยิ่งแล้วใหญ่...ลืมมันไปซะเถอะ

พอถึงวันงาน จะให้มารอตั้งแต่เช้าเพื่อมาอยู่หน้า ๆ ก็ไม่ได้ เพราะเหตุผล

.

.

.

หนึ่ง....ตัวเตี้ย....ต่อให้อยู่หน้าสุดก็ไม่เห็น

สอง...เกลียดการเบียดที่สุด

สาม...เกลียดการตื่นเช้าเท่า ๆกับการเบียด ให้ตื่นแต่เช้ามารอ ไม่เอาเด็ดขาด

สี่...ถ้ามารอแล้วต้องอดข้าวอดน้ำ...ก็ลืมมันไปซะเถอะ...ชีวิตอิติ๊กขาดของกินไม่ได้

ห้า...ลางานไม่ได้ มาได้เร็วสุดห้าโมงเย็น...ไม่งั้นหัวหน้างับหัว

.

.

.

ด้วยประการฉะนี้อิติ๊กเลยมาถึงเซ็นทรัลเวิร์ลตอนห้าโมงกว่า ๆ

มาถึงมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสีแดง แดง แล้วก็แดง คิดอย่างเดียวว่า "กุจะไปอยู่ตรงไหนว่ะเนี่ย" ไม่ว่ายืนตรงไหน ต่อให้มีกล้องส่องนกก็ไม่เห็นทงบังตัวเป็น ๆแน่ ก็เลยโทรหาเอ๋ ตามที่เตี๋ยมกันไว้ เพราะเอ๋จองที่ได้หน้าสุดฝั่งเซีย กะว่าถ้าขอเค้าแทรก ๆ ทำหน้าด้าน ๆเข้าไว้คงจะเข้าไปได้ แต่พอถึงมุมที่เอ๋ยืนอยู่ เพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดผิด อย่าว่าแต่ที่ยืนเลย ที่หายใจยังแทบไม่มี เลยโทรบอกเอ๋ว่าเราเลิกกันเถอะ ไม่ใช่แร่ะ บอกว่า แยกกันดูแล้วกัน เพราะอิติ๊กเข้าไปไม่ได้ เอ๋บอกว่าให้ลองแทรก ๆมา เพราะตอนนั้นคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ อิติ๊กเลยมองไปที่หลังตัวเอง,,กุไม่มีปีกนี่หว่า แล้วกุจะบินเข้าไปยังไง ตอนนี้ต้องบินเข้าไปอย่างเดียวแร่ะ เพราะที่ให้เท้าเหยียบมันไม่มีแล้ว เลยตัดสินใจแยกทางกับเอ๋ (มันยังวกมาเรื่องนี้) แล้วหนีไปหาของกินกระแทกท้องกะเพื่อนอย่างสบายอารมณ์....

หลังจากท้องอิ่มก็เริ่มมีแรง พี่โทรมาบอกว่าทงบังขึ้นเวทีสองทุ่ม ป๊าดดดดดดดดด ตอนนี้แค่หกโมงกว่า กุจะไปไหนดีว่ะเนี่ย ก็เลยเดินวนเซ็นทรัลเวิร์ลล่อไปซะสามรอบ กะว่าจะไปสมัครเป็นแฟนพันธ์แท้เซ็นทรัลเวิร์ลแร่ะ

พอทุ่มนึงก็เริ่มออกมาเล็งว่าจะนั่งดูทงบัง(ในจอมอนิเตอร์ -*-)ที่ไหนดี มายืนด้อม ๆมอง ตรงจอมอนิเตอร์ตัวสุดท้ายข้างเวทีโคฟเวอร์ อืมมมมม เข้าท่านะ หน้าห้างพอดี แอร์เย็น หุหุ (มันคิดแค่เนี๊ยะ) เอาตรงนี้แหละ ยังไม่ได้ปักหลักนั่ง เพื่อนที่มาด้วยเจอคนรู้จัก เค้าเลยถามว่าทงบังอยู่ไหน ในใจคิด "กุจะรู้มั้ย กุก็ยืนอยู่กะเมิงเนี่ย" แต่ด้วยมีพรายกระซิบบอกว่าทงบังมีทติ้งอยู่ชั้น 8 ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า แต่บอกเค้าไป  (อ้าว) เค้าเลยถามต่อว่า แสดงว่าทงบังต้องเดินผ่านห้างอ่ะดิ เราตอบเค้าไปว่า "ไม่ผ่านหรอก เพราะไม่เห็นเค้ากั้นรั้ว แล้วมีพี่ที่ทำงานแถวนั้นบอกว่า ทงบังไม่เดินผ่านห้าง เค้าลงลิฟท์มาชั้นใต้ดินแล้วค่อยมาโผล่บนเวที" (กุจะเป็นโคนันไปทุกวัน ๆ แระ ทำไมกุต้องเจือกไปทุกเรื่องด้วยว่ะ)

เมื่อรู้อย่างนั้นก็มีคำถามตามมาว่า "แล้วทงบังจะขึ้นเวทียังไง" ในเมื่อห้างก็ไม่เดินผ่าน ท่านเทพจะเดินขึ้นเวทีมายังไงห๊า โหนสลิงลงมารึไง แทนที่จะมานั่งงงกันตรงนี้ กุว่าไปหลังเวทีเห๊อะ ไหน ๆก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว อยู่ตรงนี้ก็มองเห็นแต่ในจอมอนิเตอร์ เดินไปดูมอนิเตอร์อันข้างหลังเวทีก็ได้ว่ะ เผื่อฟลุ๊ค เห็นทงบังเปลี่ยนเสื้อผ้า (กุหื่นได้อีก)

 พอเดินมาหลังเวทีก็หายโง่โดยบันดล เค้ากั้นรั้วรอบหลังเวทีไปจนถึงบนฟุตบาทข้างเวที ตอนนี้อิติกรู้แล้วว่าเทพไม่ได้บินมาแต่อย่างใด แต่ใช้พาหนะที่เรียกว่า รถตู้ฟิลม์ดำบื๊ดนั่นแหละ วิ่งต๊อกแต๊ก ๆจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน มาออกถนนหน้าเว็นทรัลเวิร์ล แล้วก็มาจอดป๊าบที่ข้างเวที

สำเหนียกได้ดังนั้น ก็เลยปักหลักอยู่หลังเวทีนี่แหละ โชคดีที่คนไม่เยอะ เค้าคงไปออกันหน้าเวทีหมดอ่ะ ข้างหลังคนก็เลยค่อยข้างโล่งนิดหน่อย (นิดหน่อยจริง ๆ เบียดบ้าง แต่ไม่แน่นเท่าหน้าเวที)

ทุ่มครึ่งผ่านไป...ไม่มีวี่แววของเทพจะลงมาจุติ...มีแต่วงโคฟเวอร์

สองทุ่ม...เริ่งมีเค้าลาง ๆแล้ว คนที่ได้มีทติ้งเริ่มเดินเข้ามาใหนโซนวีไอพี

สองทุ่มสิบห้า...ผู้บริหารเดินดุ่ม ๆมาแล้ว ทงบังใกล้มาแล้วเว้ย

สองทุ่มครึ่ง....จะมามั้ยเทพ ถ้าไม่มา อิติ๊กจะกลับแล้วนะ

สองทุ่มสี่สิบห้า....มาแร้วเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ปาร์คเดินใส่สูทสีขาว ผมสลวยด้วยแพนทีนมาแต่ไกล ตามด้วยป๋ายุนที่ใส่เชิ้ตสีฟ้าผูกเน็คไทเหมือนชุดหาเสียง แล้วก็ตามด้ายแจจุงที่มาด้วยคอนเซ็ปเรียบง่าย เจ๊ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวเดียว สวยเด่นชัดเด้งมาแต่ไกล ตามมาติด ๆด้วย ชางมินที่หล่อโฮก แจ๊คเก็ตคล้ายกับตอนสมัยเดบิวต์เพลงฮัค ป๊าดดดดดดด น้องย้อนเวลาได้เว้ย หน้าอ่อนขึ้นเป็นกอง

อ๊ากกกกกกกกก มาแล้วสุดที่รัก น้องเซียใส่เสื้อสีขาว เสื้อกั๊กสีดำ อิติ๊กมองตาค้างเพราะน้องหน้าเด้งมาก ที่สำคัญน้องเดินช้ามาก ๆ เพราะแอบสะดุดขั้นบันไดเล็กน้อย พอน้องเริ่มตั้งสติได้ก็เริ่มโบกไม้โบกมือให้กับแฟนคลับที่ยืนอยู่รอบรั้ว (รวมทั้งอิติ๊กด้วย) ตอนนี้จะทำอะไรได้ กรี๊ดลูกเดียว  ยืนมองจนน้องเข้าไปในห้องรับรองชั่วคราวจนครบ พยายามมองผ่านผ้าใบแล้ว แต่เห็นแต่เงาที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ก็เอาเห๊อะ แค่ตะกี้กุก็คุ้มแล้ววุ้ย

ทงบังเข้าไปไม่นานก็เดินขึ้นเวที สัมภาษณ์ไปบลา ๆ ได้ยินมั่ง ไม่ได้ยินมั่ง รู้แต่ว่ายุนโฮตาตูบแปลก ๆ สงสัยนอนไม่พอ ชางมินนิ่งมาก ไม่รู้หลับในรึเปล่า เจ๊แจเหมือนเด็กเห็นสวนสนุก มองโน่นมองนี่ตลอดเวลา ปาร์คนี่...เอ่อ...ปกติ...ผ่านละกัน ส่วนจุนซู หน้าบึ้งนิดหน่อย สงสัยนอนไม่พออีกคน

ระหว่างที่เค้าสัมภาษณ์ เราก็มองผ่านจอมอนิเตอร์ พอทงบังเริ่มถ่ายรูป พร้อมจะเดินลงจากเวที อิติ๊กก็เริ่มแสตนบายอยู่ข้างรั้วพอทงบังเลยมองมาเท่านั้นแหละ คนก็กรูมาแล้วก็กรี๊ดกันลั่น ทงบังเดินเข้าห้องรับรองชั่วคราวไปประมาณ 2 นาที เราก็เห็นน้องเซียยืนอยู่ตรงประตู (คนกรี๊ดลั่น) เหมือนกำลังสัมภาษณ์อะไรซักอย่างกับกล้อง ไม่แน่ใจว่าเป็นของเกาหลีรึเปล่า แต่น่าจะเป็นของเกาหลีนะ เพราะไม่คุ้น

ที่เห็นน้องเซียคนเดียวเพราะน้องยืนอยู่ริมสุด ตรงทางออกพอดี ก็เลยเห็นแค่น้องคนเดียว เห็นน้องยิ้มแป้นแล้นได้ก็ชื่นใจแร่ะ ตอนอยู่บนเวทีน้องไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ คงเพราะร้อน แล้วก็เหนื่อย ตอนนี้ยิ้มแล้ว คงหายแล้วล่ะ

สัมภาษณ์ประมาณนาทีกว่า ๆทงบังก็เลยออกมา เพื่อเดินลัดไปขึ้นรถตู้....นาทีที่รอคอยก็มาถึง เพราะตอนขามาเห็นชัดมาก ในใจได้แต่ภาวนา ขากลับเดินช้า ๆหน่อยนะเทพ ขอเห๊อะ ไหนก็ไม่ได้มาบ่อย ๆขออิติ๊กดูชัด ๆอีกครั้งเห๊อะ

น้องเซียเดินออกมาคนแรก ตามด้วยปาร์ค แล้วก็ชางมิน

OMG ป๊าดดดดดดด กุอยากจะอุทานเป็นภาษาฮิบบรู

ปาร์คกับชางมินถอดเสื้อนอกออก เหลือแค่เสื้อกล้ามตัวเดียว

อ๊ากกกกกกก กล้ามชางมิน...ไหล่งาม ๆของปาร์ค....จะฆ่ากันช่ายม๊ายยยยย โฮกกกกกกกกกก

ปาร์คเดินยิ้มแป้นแล้น อย่างเท่ห์ ชางมินโบกมือหยอย ๆ ยิ้มแป้นแล้นเช่นเดียวกัน

แค่ปาร์คกับชางมินในเสื้อกล้ามตัวเดียวก็ช๊อคพอแล้ว คนที่เดินตามถัดมาทำช๊อคกว่า เพราะแจจุงที่สวยเด่นเป็นสง่าอยู่แล้ว ยกมือขึ้นไหว้แฟนคลับ ไม่ใช่แค่พนมมือแข็ง ๆทื่อ ๆนะ แต่โค้งตัวด้วย แจจุงไหว้สวยมากกกกกกก คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแจจุงคงตายไปแล้ว อิติ๊กที่ไม่ได้ยืนตรงหน้า แต่แค่เห็นด้านข้างก็ปลื้มแร่ะ สวยมารยาทงามอย่างนี้มาเป็นลูกเขยป๊ะป๊าอิติ๊กซะดีดี ฮ่า ฮ่า

คนสุดท้ายที่เดินมาคือยุนโฮ ป๋าเดินโบกมือไปตลอดทาง (ยังกะนางงามเกาหลี ฮ่า ฮ่า แซวเล่นนะป๋า) แถมยังยิ้มหวานไม่แสดงอาการเหน็ดหนื่อยเลย น่ารักมาก ๆๆๆๆๆๆๆ ยุนโฮโบกมือจนถึงบันไดที่จะลงไปหารถตู้เลย น่ารักสุด ๆ

เรามองตามจนทุกคนเคินลับตาไปเรียบร้อย หันมามองน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เฮ้ยยยยย เมิงร้องไห้ทำไมอ่ะ มันบอกว่ามันปลื้มใจ มันไม่เคยไปคอนเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นทงบังตัวเป็น ๆ ก็เลยดีใจมาก โถ โถ เจ้ก็ดีใจ ฮือ ฮือ อย่าร้องนะ โอ๋ ๆ เด๋วเจ้พามาหาทงบังอีกนะ (มันพูดเหมือนมันเป็นผู้จัดการทงบัง) ไม่ต้องร้องนะ โอ๋ ๆ

หลังจากนั้นก็โทรหาเอ๋ เอ๋บอกว่ายังอยู่ที่เดิม เราก็เลยเดินไปหา กะว่าจะเล่าที่เห็นทงบังตรงหลังเวที พอมาเจอเอ่เท่านั้นแหละพูดไม่ออก ทั้งเอ๋ และน้อง ๆอีก 2-3 คน นั่งร้องไห้กันเสียงระงม เราตกใจมาก ตอนแรกคิดว่าร้องไห้ดีใจ พอเดินไปใกล้ ๆ มันไม่ใช่แร่ะ เอ๋กับน้องร้องไห้อย่างหนัก พูดแต่ประโยคว่า "ทำไมเป็นอย่างนี้"

ถามไปถามมาก็เลยได้ข้อสรุปที่ว่า

เค้ามารอตั้งแต่เช้า บางคนมารอตั้งแต่สองทุ่มของเมื่อวานเพื่อที่จะได้ที่ยืนใกล้ ๆ แต่เค้ากลับไม่ได้อะไรเลย ทงบังขึ้นเวทีแค่ 15 นาที คนข้างหลังก็เบียดจนเค้าแทบมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่ใช่แค่ข้างหลัง แต่คนทั้งด้านซ้าย ด้านขวาต่างก็ช่วยกันดันเพื่อที่จะได้เห็นชัด ๆ ทั้งที่เบียดไปก็เท่านั้น ที่ก็มีอยู่เท่านี้ ไม่เห็นอะไร แถมทรมานแทบจะตายให้ได้ เค้าเสียใจมาก ๆ เหนื่อยด้วย ทรมานด้วย เหมือนที่เค้าทำมาทั้งหมด ไม่ได้อะไรคืนมาเลย นอกจากน้ำตา แค่รอยยิ้มที่จะยิ้มไปพร้อม ๆกับทงบังที่เค้ารัก เค้ายังยิ้มไม่ได้เลย เพราะโดนเบียด โดนอัดจนยิ้มไม่ออก

เราได้ฟังอย่างนี้พูดไม่ออกเลย จะว่าไปแล้วมันก็เป็นอะไรที่ควบคุมไม่ได้อ่ะ เพราะพวกเราไม่เคยเป็นระเบียบกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอทงบังมาก็สติหลุด ทำยังไงก็ได้ให้เข้าไปใกล้มากที่สุด จนมองไม่เห็นหัวคนอื่น ถามว่าเค้าผิดมั้ยที่อยากใกล้คนที่เค้ารัก มันก็ไม่ผิด ผิดมั้ยที่เค้ายื้อตัวไปข้างหน้า เพื่อจะได้เห็นคนที่รักใกล้ ๆ มันก็ไม่ผิดอีก เพราะใคร ๆก็ต้องทำอย่างนั้นทั้งนั้น ไม่งั้นมันจะเห็นเหรอ พูดเรื่องนี้ยังไงก็ไม่รู้จะโทษใคร สิ่งที่ทำได้ก็แค่ทำใจเท่านั้น

ต่อให้ทงบังมาอีกสิบรอบ จัดสถานที่ที่กว้างกว่านี้เป็นสิบเท่า เหตุการณ์อย่างนี้ก็เกิดอีกนั่นแหละ

ก็ได้แต่ปลอบน้องไปว่า เราทำดีที่สุดแล้ว เราโทษใครไม่ได้ ไม่มีใครบังคับให้เรามา ไม่มีใครบังคับให้เราไปอยู่ข้างหน้า ไม่มีใครบังคับให้เรารักเค้าขนาดนี้ ไม่มีใครเลยนอกจากตัวเราเอง แม้ผลที่ได้รับกลับมามันจะไม่ใช่อย่างที่เราหวัง รอยยิ้มและความสุขของเราอาจจะต้องใช้น้ำตาแลกมันมา แต่ยังไงก็ตามก็ถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำแล้ว เราไม่อยากให้น้องเสียใจในสิ่งที่ทำลงไป แม้จะทำแล้วไม่ได้อย่างที่หวัง ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ทำ แล้วได้แต่พูดว่า "รู้อย่างงี้ ทำอย่างงั้นดีกว่า" มันน่าเศร้ากว่า ทำแล้วไม่ได้อย่างที่หวังอีกนะ

งานวันที่ 8 มิ.ย. อาจเป็นทั้งฝันร้ายทั้งฝันดีของแคสไทย แต่คงไม่ทำให้เรารักทงบังน้อยลงใช่ไหม ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ ถ้าฝันดีตลอด เราจะรู้ได้ยังไงว่าความภาคภูมิใจเป็นยังไง ต้องฝันร้ายบ้าง เราจะได้เข้มแข็ง

คนที่ฝันร้ายในวันนั้น เข้มแข็งไว้นะค่ะ เราเชื่อว่าแม้ว่าคุณจะเสียใจที่มันไม่ใช่อย่างที่คุณหวัง แต่คุณจะไม่เสียใจเลยที่ได้ทำมันลงไป คุณเป็นคนโชคดีแล้วละค่ะ ที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ฉะนั้น ถึงจะต้องร้องไห้บ้าง แต่ก็ยิ้มไว้นะค่ะ

แคสไทยสู้ ๆ ให้พวกนายทุนหน้าเลือดมันรู้ไปเลยว่าต่อให้มันทำอะไรแย่ ๆเราก็สู้เว้ย โฮ่ะ โฮ่ะ