[Fic] One Step Closer Part.12

posted on 05 Dec 2016 21:40 by tiseki in Fiction


 
 Part.12 ฟางเส้นสุดท้าย
.
.
.
ผมรอจุนซูอยู่ที่เดิมเป็นวันที่ 26  ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาอย่างเหี้ยมโหด อีกไม่นานหิมะแรกคงเข้ามาเยือนในเร็ววันนี้

น่าแปลกที่เวลามักผ่านไปรวดเร็วเสมอยามที่เรามีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราดำดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ ความเจ็บปวด และการรอคอย  'เวลา' กลับไม่ต่างอะไรจากมีดทู่ๆ ที่คอยเชือดเฉือนบาดแผลซ้ำๆ อยู่ร่ำไป ขาดก็ไม่ขาด รักษาก็ไม่ได้ แน่นอนว่าผมเองก็เคยโดนมีดทู่ๆ แบบนั้นกรีดแทงซ้ำๆ มาแล้ว

ใบไม้ที่มีอยู่น้อยนิดบนต้นไม้ใหญ่หน้าคณะเศรษฐศาสตร์พริ้วไหวตามแรงลม บางส่วนร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วงคล้ายปีกนางฟ้าสีน้ำตาลเข้มกำลังเริงระบำกลางอากาศ ผมไล่ความรู้สึกเหงาๆ ที่บั่นทอนกำลังใจของตัวเอง มือขยับเสื้อโค้ทพร้อมปัดเศษใบไม้ที่ร่วงลงบนบ่าพลางกอดผ้าพันคอสีแดงหนานุ่มไว้แน่น

จุนซูเหมาะกับสีแดง แม้เขามักจะใส่เสื้อผ้าสีทึมๆ เสมอ แต่รอยยิ้มสดใสของเขาที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักเหมาะกับสีแดงมากจริงๆ

ไม่นานนักจุนซูก็ดินออกมาจากตึกเรียน เขาสบตาผม ริมฝีปากเหยียดตรง ผมมองจุนซูอย่างโล่งใจ เขาไม่ได้เอาผ้าพันคอมาจริงๆ ด้วย

ร่างเล็กเดินตรงมาด้วยใบหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ผมเลิกคิ้ว ปกติจุนซูจะแกล้งทำเป็นไม่เห็น แล้วเดินผ่านไปโดยไม่สนใจการมีอยู่ของผม แต่วันนี้กลับตรงกันข้าม เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผม ยืนนิ่งไม่พูดอะไรซักคำ ดวงตาใสซื่อที่ผมหลงรักจ้องมองกลับมาไม่วางตา พอถูกเขาเดินจ้ำๆ มาหยุดมองตรงหน้าผมก็ไปไม่เป็นเหมือนกันแฮะ

"เอ่อ...."

"หิว" จุนซูพูดขัดขึ้นมาก่อนที่ผมจะพูดอะไรในขณะที่ผมเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

"ไปหาอะไรกินกันมั้ย?" ผมตัดสินใจชวน

"อืม" เขาตอบสั้นๆ แล้วเดินนำหน้าไป

"จริงสิ" ผมเรียกเขาไว้ จุนซูหันหลังกลับมาพร้อมๆ กับผ้าพันคอสีแดงที่โอบรอบต้นคอของเขาแล้ว ผมจัดแจงพันผ้าไหมพรมสีแดงหนานุ่มให้กระชับรอบๆ คอและใบหน้าขาวเนียนหมดจด

"อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวหนาว" ผมพูดพร้อมรอยยิ้ม

จุนซูจ้องผ้าพันคอสีแดงเขม็ง ริมฝีปากอวบอิ่มโผล่พ้นผ้าไหมพรมออกมานิดเดียว "ฉันไม่ชอบสีแดง" เขาพูดเบาๆ

แม้จะบ่น แต่ก็ไม่มีท่าทีไม่พอใจ ผมฉีกยิ้มกว้างแล้วขยับปมของผ้าที่ขดไว้รอบคอให้เขาหายใจคล่องขึ้น

"น่ารักนะ"

จุนซูขมวดคิ้ว

"นายน่ารัก" ผมพูดย้ำ

"คำว่าน่ารักไม่เหมาะกับผู้ชายไม่ใช่รึไง?"

"ก็นายน่ารัก จะผู้หญิงหรือผู้ชาย คนน่ารักก็ต้องบอกว่าน่ารักสิ"

จุนซูขยับจมูก พึมพัมว่า "ไร้สาระ" แล้วเอามือยัดลงไปในกระเป๋ากางเกงกลับหลังหันเดินนำหน้าไป ผมอมยิ้ม แล้วรีบเดินตามอย่างไม่รีรอ พลางคิดว่าเวลาจุนซูเขินจะดูน่ารักกว่าเดิมร้อยเท่าเลย

"ทำไมวันนี้ถึงชวนฉันมาเดทล่ะ?" ผมถามขณะเดินข้างๆ จุนซูระหว่างทางเดินไปยังร้านอาหารที่จุนซูชอบ ผมไม่ได้ถามว่าจุนซูจะไปที่ไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นร้านอะไรก็ไม่สำคัญอยู่แล้ว ผมจะไปกับจุนซูทุกที่

"ฉันเปล่า" จุนซูตอบเสียงเรียบ

"เขินเหรอ?"

"เปล่า" จุนซูตอบเสียงเรียบบบบบบ โคตรจะเรียบ

"ฉันแค่บอกว่าหิว" เขาหันมามองหน้าผมแว่บหนึ่ง "นายเป็นคนบอกเองว่า 'ไปหาอะไรกินกัน' แล้วเดินตามมาเองไม่ใช่รึไง?"

ก็ถูกของเขาแฮะ ผมเป็นคนชวนเองนี่หว่า

"แต่ก็น่าแปลกนะ" ผมไม่ละความพยายาม

"อะไร?"

"เมื่อวันก่อนนายเพิ่งไล่ฉันแล้วก็บอกให้หยุดตามนายซักทีไม่ใช่เหรอ?"

"ฮึ" จุนซูเหยียดยิ้มที่มุมปาก ส่งรอยยิ้มเย้ยหยันผ่านผ้าพันคอหนาสีแดงสด "ไล่ทุกวันแต่ก็มาทุกวันนี่"

พูดอีกก็ถูกอีกแฮะ

"ด่าก็แล้ว ขอร้องก็แล้ว วันนี้นายก็ยังมาเหมือนเดิมไม่ใช่รึไง?" จุนซูพูดย้ำจนผมอดอมยิ้มตามไม่ได้ ผมเอี้ยวตัวมายืนตรงข้ามจุนซูไปพลางเดินถอยหลังไปพลาง

"แล้วนายใจอ่อนบ้างรึยังล่ะ?"

จุนซูหัวเราะดังฮึ เขาใช้โอกาสนี้เลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารอิตาเลียนที่ข้างตรอกเล็กๆ โดยมีผมเดินตามโดยไม่มีข้อแม้

ภายในร้านมีลูกค้าไม่กี่โต๊ะ อาจเป็นเพราะเวลานี้ยังไม่ค่ำพอที่จะเป็นมื้อเย็นสำหรับหลายๆ คน แต่สำหรับนักศึกษาที่คร่ำเคร่งกับการเรียนมาตลอดทั้งวัน เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเติมพลังที่สูญเสียไปตลอดช่วงบ่ายเลยล่ะ

จุนซูสั่งซีซาร์สลัดและสปาเก็ตตี้ซอสครีมแบบง่ายๆ เจ้าคนนี้ไม่ชอบกินผัก มีแต่ซีซาร์สลัดที่แหละที่ชอบกินโดยไม่ปริปากบ่น ผมหันไปสั่งพาสต้าผัดซอสหอยลายที่เป็นเมนูแนะนำก่อนจะส่งเมนูคืนให้กับพนักงาน

จุนซูไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อยแล้วก็หันใบหน้าส่งสายตาทอดมองไปไกลนอกหน้าต่าง ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นทำให้ผมหวนนึกถึงโครงการวิจัยที่แดกูที่ตัวเองต้องรับผิดชอบในไม่กี่วันนี้

'จะบอกตอนนี้เลยดีไหมนะ' ผมคิด แต่ดูเหมือนว่าการที่จุนซูให้เกียรติมาร่วมโต๊ะอาหารกับผม น่าจะเป็นเพราะเขามีเรื่องอยากจะบอกผมเสียมากกว่ากระมัง

"จริงสิ นายได้เจอแจจุงบ้างรึเปล่า?" ผมปัดความคิดไร้สาระของตัวเอง แล้วเริ่มชวนเขาคุย

"เปล่า" จุนซูตอบสั้นๆ

"ดีแล้วล่ะ หมอนั่นกำลังหลงสาวอยู่ เพ้อถึงเธอทั้งวัน ฉันเบื่อจะพูดคำว่าน่ารักกับหมอนั่นแล้ว รับรองได้เลยว่าถ้าหมอนั่นเจอนาย มันจะต้องพร่ำเพ้อไม่หยุดแน่ๆ ทั้งที่นายน่ารักกว่าแม่สาวนมตู๊มคนนั้นตั้งเยอะ แต่มันยังบังคับให้ฉันยอมรับความน่ารักของเจ้าหล่อนอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัด"

"ฮึ" จุนซูขยับยิ้มมุมปาก เว้นระยะเล็กน้อยแล้วเอ่ย "นายต่างหากที่เพ้อเจ้อ ผู้ชายจะไปน่ารักกว่าผู้หญิงได้ยังไง"

"นายไง" ผมพูดเพลงโน้มตัวมาใกล้ใบหน้าจุนซูแม้จะมีแจกันเล็กๆ คั่นกลางอยู่ก็ตาม

"นายน่ารักกว่าทุกคนเลย"

"ใครจะไปเชื่อคำพูดแบบนั้นกัน" จุนซูพูดเบาๆ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบอีกครั้ง

ผมชอบเวลาจุนซูเขิน

"กินน้ำเยอะแบบนั้นเดี๋ยวก็อิ่มก่อนหรอก"

ร่างเล็กชะงักปลายนิ้วมือที่ถือแก้วใบใส เขาวางแก้วเบาๆ แล้วบ่น "ยุ่งจริง" นั่นทำให้ผมฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง ถ้าทำตามโดยไม่บ่นก็ไม่ใช่จุนซูสินะ

"แจจุงเลิกกับดาฮยอนนานแล้วเหรอ?" ร่างเล็กเอ่ยถามบ้าง

"ก็ซักพักแล้วนะ หมอนั่นรักง่าย เลิกง่าย นายก็รู้"

"นั่นสินะ เป็นแจจุงนี่ดีจริงๆ" จุนซูยิ้มเศร้าตอนพูดประโยคนี้ เป็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมาย

"นี่..." จุนซูเอ่ยเบาๆ แต่ชัดเจน

ผมจ้องเขากลับแทนการตอบรับ เพราะรู้ดีว่า "นี่" หมายถึงผม

"เมื่อวานไปเจอ 'เขา' มาใช่ไหม?"

เริ่มเข้าเรื่องแล้วสินะ สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เขามาอยู่กับผมตอนนี้ จุนซูถามอย่างมั่นใจว่าผมต้องรู้ว่าเขาหมายถึงใคร แน่นอนผมรู้ คิดอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างจุนซูไม่น่าจะใจอ่อนง่ายๆ เพียงข้ามคืน คงอยากถามเรื่องเมื่อวานสินะ จะไปกล่าวหาว่าผู้ชายคนนั้นปากมากก็ไม่ถูก คนเป็นแฟนกันไม่มีความลับต่อกันก็ถูกต้องแล้ว

"เขา?" ผมแกล้งถาม