[Fic] The last journey Part.15
posted on 22 Jan 2012 18:06 by tiseki in TheLastJourneyStep.15
กองทัพขององค์ชายยูชอนและองค์ชายยุนโฮที่จะเสด็จไปเจรจากับกองทัพเจ้าฟ้าจางซูจากโคกูรยอออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด โดยมีองค์ชายยูชอนนำทัพหน้าพร้อมกับองครักษ์และที่ปรึกษา..คิมจุนซู
อา..ดูเหมือนว่าจะดูดีนะ จริง ๆ แล้วมันคือกองทัพขององค์ชายยูชอนกับองครักษ์จุนซูผู้งัวเงียตลอดเวลาต่างหากล่ะ!!!
เมื่อคืนจุนซูนอนไม่หลับ เขามีเรื่องให้คิดมากเกินกว่าจะข่มตาลงได้
กบฎ..
คนร้าย..
ความรัก..
ยูชอน..
ทุกเรื่องต่างแย่งชิงกันเข้ามาในหัวของเขาจนว้าวุ่นไปทั้งคืน นี่คือสิ่งที่เด็กมัธยมปลายอย่างเขาควรรับรู้งั้นหรือ ทั้งการถูกใส่ร้าย ทั้งการปล่อยมือจากคนที่รัก มันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
"เมื่อคืนเจ้านอนไม่หลับรึ" องค์ชายยุนโฮเอ่ยถามขณะกองทัพแวะพักระหว่างทาง คืนนี้กองทัพจะต้องแวะพักที่เมืองโคจา ก่อนจะเดินทางต่อไปในวันพรุ่งนี้
กองทัพขององค์ชายยูชอนและองค์ชายยุนโฮที่จะเสด็จไปเจรจากับกองทัพเจ้าฟ้าจางซูจากโคกูรยอออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด โดยมีองค์ชายยูชอนนำทัพหน้าพร้อมกับองครักษ์และที่ปรึกษา..คิมจุนซู
อา..ดูเหมือนว่าจะดูดีนะ จริง ๆ แล้วมันคือกองทัพขององค์ชายยูชอนกับองครักษ์จุนซูผู้งัวเงียตลอดเวลาต่างหากล่ะ!!!
เมื่อคืนจุนซูนอนไม่หลับ เขามีเรื่องให้คิดมากเกินกว่าจะข่มตาลงได้
กบฎ..
คนร้าย..
ความรัก..
ยูชอน..
ทุกเรื่องต่างแย่งชิงกันเข้ามาในหัวของเขาจนว้าวุ่นไปทั้งคืน นี่คือสิ่งที่เด็กมัธยมปลายอย่างเขาควรรับรู้งั้นหรือ ทั้งการถูกใส่ร้าย ทั้งการปล่อยมือจากคนที่รัก มันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
"เมื่อคืนเจ้านอนไม่หลับรึ" องค์ชายยุนโฮเอ่ยถามขณะกองทัพแวะพักระหว่างทาง คืนนี้กองทัพจะต้องแวะพักที่เมืองโคจา ก่อนจะเดินทางต่อไปในวันพรุ่งนี้
จุนซูละสายตาจากม้าคู่ใจที่กำลังเคี้ยวหญ้าอย่างเอร็ดอร่อยแล้วหันมามองตามต้นเสียง
"ขอรับ?"
"ใบหน้าของเจ้าดูไม่แจ่มใส" ยุนโฮเอ่ยต่อ
"อาจจะเพลียจากการเดินทางขอรับ..หม่อมฉันไม่ค่อยได้ขี่ม้าเป็นเวลานาน ๆ นัก"
"เจ้าไม่มีความจำเป็นจะต้องขี่ม้านี่..ทางกองทัพก็จัดเกี้ยวไว้ให้เจ้าเป็นอย่างดี" ยุนโฮเอ่ยตามที่เห็น เพราะก่อนหน้านั้นจุนซูไม่ยอมนั่งเกี้ยวตามที่กองทัพจัดไว้ให้ แต่จะควบม้าอารักขาองค์ชายยูชอนด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ทำให้เหล่าทหารพากันเลื่อมใสในความจงรักภักดี และความไม่หยิ่งทะนงขององครักษ์จุนซู
จงรักภักดีอะไรกันล่ะ จริง ๆ แล้วเขาง่วงนอนมากจนต้องแก้ด้วยการควบม้าต่างหากล่ะ ถ้าเขานั่งสบาย ๆ คงได้หลับคาเกี้ยวกันพอดี
"หม่อมฉันอยากศึกษาเส้นทางน่ะขอรับ.." จุนซูตอบเลี่ยง คงน่าอายหากจะบอกว่าเขาต้องขี่ม้าเพราะง่วงนอน
"น้ำผึ้งจากตอนเหนือของชิลลา..จิบสักหน่อย..จะทำให้เจ้าสดชื่นขึ้น" ยุนโฮพูด พลางยื่นคนโทสีทองให้จุนซู
"เป็นพระมหากรุณาขอรับ..แต่หม่อมฉันมิอาจรับไว้" จุนซูปฏิเสธ
"ไม่มีใครบอกเจ้ารึว่าไม่ควรปฏิเสธของกำนัลจากองค์ชาย" ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก
"ไม่มีขอรับ"
"เจ้า!"
"ไม่มีจริง ๆ ขอรับ และหม่อมฉันก็มักจะปฏิเสธของกำนัลจากองค์ชายยูชอนเสมอ..หม่อมฉันหวังว่าองค์ชายจะประทานอภัยที่หม่อมฉันมิอาจรับน้ำผึ้งอันมีค่านั้นได้ขอรับ" จุนซูตอบเสียงเรียบ เขาไม่ชอบน้ำผึ้ง ไม่เคยคิดจะชอบ ยิ่งเป็นน้ำผึ้งจากองค์ชายยุนโฮ เขาไม่คิดว่ามันจะหอมหวานอย่างที่มันควรจะเป็น
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าปฏิบัติกับองค์ชายยูชอนเยี่ยงไร..แต่กับข้า..แม้จะเป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ น้อย ๆ จากข้า..เจ้าก็ยังจะปฏิเสธอีกรึ" ยุนโฮมีน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตาที่มองมายังจุนซูบ่งบอกได้ว่าเขารู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่จุนซูไม่รับน้ำผึ้งจากเขา
"เอ่อ..หามิได้ขอรับ"
"ถ้าเยี่ยงนั้น..ทำไมเจ้าไม่รับน้ำผึ้งจากข้าไปจิบสักอึกสองอึก..เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะใส่ยาพิษในนี้หรอกนะ..หากเจ้าคงสงสัย ข้าจะดื่มให้เจ้าดูก่อน" เมื่อพูดจบ ยุนโฮก็รินน้ำผึ้งใส่จอก และยกขึ้นดื่มให้จุนซูดูเป็นตัวอย่าง
จุนซูทำหน้าเหยเกเล็กน้อย น้ำผึ้งผสมน้ำก็พอทนอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งสด แทนที่จะสดชื่น อาจจะหวานบาดคอได้
"ข้ายังสบายดี..เห็นหรือไม่..ในน้ำผึ้งนี้ไม่มียาพิษหรอก" ยุนโฮยืนยัน
"หม่อมฉันมิได้หมายความว่าเยี่ยงนั้นขอรับ..และไม่เคยคิดว่าองค์ชายจะกระทำการที่โง่เขลาเยี่ยงนั้น..การฆ่าหม่อมฉันไม่มีประโยชน์อันใดเลยนอกจากจะกลายเป็นมูลให้ต้นไม้ได้เติบโต หรือเป็นอาหารให้นกแร้งเท่านั้นเอง" จุนซุพูดดักคอ จริงอยู่องค์ชายยุนโฮอาจจะชั่วร้าย แต่เขามีความเชื่อมั่นเล็ก ๆ ว่าชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเขา
"แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รับน้ำผึ้งจากข้า..เจ้าไม่ชอบน้ำผึ้งรึ"
"ขอรับ..มันหวานบาดคอ"
"อา..งั้นรึ"
"แต่ถ้านำมาผสมชากับน้ำมะนาว..ก็พอทานได้ขอรับ"
"ชา..กับมะนาว?"
"ขอรับ"
"เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเจ้ามีความรู้ด้านอาหารด้วยงั้นรึ"
"หม่อมฉันบอกว่าหากเอาน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวมาผสมในชาจะอร่อย ไม่ได้บอกว่ามีความรู้ด้านอาหารขอรับ" จุนซูตอบเนือย ๆ ทำไมคนที่นี่ชอบแปลงสาส์นและทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่กันนักนะ
"นั่นหมายความว่าเจ้ามีความรู้ด้านอาหารและสมุนไพรมิใช่รึ..ยงริม..ไปนำน้ำชาและมะนาวมาให้ข้า" ยุนโฮหันไปสั่งองครักษ์ของตน
จุนซูถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย หรือว่าชาน้ำผึ้งผสมมะนาวเป็นสิ่งที่คนยุคนี้ไม่รู้จักอีกแล้ว เฮ้อ.....
"จะเป็นไรหรือไม่..หากข้าจะขอให้เจ้าปรุงชาให้ข้าสักหน่อย" ยุนโฮเอ่ยถาม
"องค์ชายทรงรับสั่งให้องครักษ์ไปนำชากับมะนาวมาแล้วไม่ใช่หรือขอรับ" จุนซูตอบกระแนะกระแหน
"เจ้าช่างหาคำพูดมาประชดประชันข้าได้ทุกเมื่อเลยนะจุนซู..ข้าเข้าใจแล้วว่า เหตุใดองค์ชายยูชอนจึงหลงไหลเจ้านัก" ยุนโฮพูดพลางเดินเข้ามาใกล้จุนซูมากขึ้น
"องค์ชายยูชอนคงมิได้โปรดที่หม่อมฉันประชดประชันหรอกขอรับ" จุนซูตอบ
"ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้..ขนาดข้าอยู่ใกล้เจ้าเพียงไม่กี่เพลา..ยังหลงไหลเจ้าถึงเพียงนี้" ยุนโฮเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
"นั่นเพราะองค์ชายคือองค์ชายยุนโฮ..ไม่ใช่องค์ชายยูชอนขอรับ..องค์ชายยูชอนมิได้หลงไหลข้าหรอกขอรับ" จุนซูเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้า
ยุนโฮเอื้อมมือมาเชยคางร่างเล็กอย่างอ่อนโยน จุนซูมองลึกลงไปในดวงตาของยุนโฮ ไม่มีวี่แววของความริษยา ไม่มีความดูแคลน มีเพียงความอาทรที่เขารู้สึกได้เป็นครั้งแรกจนร่างเล็กเผลอใจเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว
"ใช่แล้ว...เพราะข้าคือองค์ชายยุนโฮ ข้าจึงรักเจ้าอย่างไรเล่า" ยุนโฮพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมาคว้ามือร่างเล็กมากอบกุมเบา ๆ
จุนซูที่ตกใจสุดขีดกับคำสารภาพรักจนยืนนิ่งไม่ไหวติง
"ข้าไม่ใช่องค์ชายยูชอน..ดังนั้นข้าสามารถรักเจ้าได้อย่างเปิดเผย..ความรักของข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า"
"ห๊า..ระ..รักหรือขอรับ" จุนซูพูดติดขัด ก่อนจะชักมือกลับด้วยความตกใจ
"ใช่..ข้ารักเจ้า..คิมจุนซู"
เคร้ง!!!! เสียงวัตถุหล่นลงพื้นใกล้ตัวทำให้จุนซูและยุนโฮเผลอไปมองพร้อมกัน ยูชอนที่เพิ่งโยนกาน้ำชาลงกับพื้น กำมือบีบโถที่บรรจุน้ำมะนาวในมือด้วยความโกรธ ร่างสูงยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองมาสักพัก..และไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป
"น้ำชา...กับมะนาว...ข้านำมาให้.." ยูชอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความโกรธอย่างชัดเจน
"เจ้ามิเห็นต้องลำบากนำมาให้ข้าด้วยตัวเองนี่องค์ชาย..ข้าคิดว่าข้าสั่งยงริมนะ..มิใช่เจ้า.." องค์ชายยุนโฮพูด
"ไม่สำคัญว่าผู้ใดนำมาหรอก...ดีแค่ไหนที่เป็นข้า..มิเช่นนั้นจะได้ยินเจ้า.."
"บอกรักจุนซู" ยุนโฮพูดเสริมโดยไม่รอให้องค์ชายยูชอนพูดจนจบ การแสดงออกที่เปิดเผยของยุนโฮนั้นทำให้จุนซูยืนช๊อคจับต้นชนปลายไม่ถูก
"ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือผู้ใดก็มิต่างกันหรอกองค์ชายยูชอน..ข้ามิคิดจะปิดบัง..ผิดด้วยรึที่ข้าบอกรักคนที่ข้ารัก..มีแต่คนขลาดเท่านั้นกระมังที่ซ่อนคำว่ารักเอาไว้"
จุนซูไอแทรกขึ้นมา เขารู้สึกเหมือนโดนอะไรทึ่มกลางคอจนแทบสำลัก หากจะมีใครสักคนที่ซ่อนคำว่ารักไว้ คนๆ นั้นก็คือเขานี่แหละ
"ข้าก็มิได้ว่าการใดนี่..ข้าเคยชินกับการกระทำอย่างเปิดเผยของเจ้าเสียแล้ว" ยูชอนกล่าวกับยุนโฮ พลางยื่นโถมะนาวให้จุนซู "ฝีมือการปรุงชาน้ำผึ้งของเจ้าคงเลิศรส เจ้าคงไม่ว่าหากข้าจักขอชิมสักอึกสองอึก..โอ๊ะ..แย่จริง..ข้าพลาดพลั้งทำน้ำชาหก ประเดี๋ยวข้าจักให้ทหารนำน้ำชามาให้ใหม่ก็แล้วกัน" ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงจิกกัดมิใช่น้อย
"ข้ามิเคยบอกว่าข้ามีฝีมือการปรุงชา..องค์ชายทั้งสองคงเข้าใจผิดแล้ว..ข้าขอตัว" จุนซูพูดพลางก้มตัวเล็กน้อยก่อนทำท่าจะก้าวเดินจากไป หากแต่ร่างเล็กถูกแขนกำยำขององค์ชายยุนโฮคว้าเอวมาแนบไว้กับตน
"ข้ามิให้เจ้าไป"
จุนซูเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่ตนเองถูกคว้ามาไว้ในอ้อมกอดองค์ชายยุนโฮได้อย่างง่ายดาย เมื่อรู้สึกตัว ร่างเล็กก็ทำได้เพียงพยายามแกะมือที่เกี่ยวรัดเอวตัวเองไว้เพียงเท่านั้น..แต่ก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่อยู่ในท่าที่จะขัดขืนองค์ชายยุนโฮได้
"องค์ชายคงไม่ว่ากระไร..หากข้าจะขอจุนซูมาเป็นของข้า" ยุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"เอ่อ..ปล่อยหม่อมฉันเถิดพะยะค่ะ" จุนซูเอ่ยเสียงเบา ๆ ขณะพยายามขยับตัวดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด
ยูชอนกำหมัดแน่น หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่จุนซูปฏิเสธเขา..เพราะองค์ชายยุนโฮอย่างนั้นรึ
"นั่นเป็นเรื่องของเจ้าทั้งสองคน..ไม่เกี่ยวกับข้า.."ยูชอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะละสายตาจากลำแขนแกร่งที่โอบกอดจุนซูไว้แล้วหันไปมองใบหน้าเรียวงามของร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยสายตาตัดพ้อ
"จุนซูมิใช่ของข้า..เจ้าไม่จำเป็นต้องมาขอข้าหรอก..องค์ชายยุนโฮ" ยูชอนพูดรั้งท้ายก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำบาดหูที่ดังก้องซ้ำ ๆ อยู่ในโสตประสาทของจุนซู
จุนซูมิใช่ของข้า.....จุนซูมิใช่ของข้า...
-----------------------------
เหล่าทหารผลัดเวรกันรอบดึกตามธรรมเนียมท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่จุดอยู่รอบที่พักขบวนเสด็จ สายลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วงพัดมาเบา ๆ ส่งผลให้ผ้าสีขาวนวลที่ปูเป็นกระโจมคล้ายเต้นท์อันเป็นที่พำนักของทหารชั้นผู้ใหญ่และองค์ชายทั้งสองพระองค์ปลิวเป็นระลอกตามทิศทางลม
จุนซูยืนพิงต้นบ๊วยต้นใหญ่พลางใช้กิ่งไม้ยาวขีดเขี่ยพื้นดินเล่น เกือบครึ่งปีแล้วที่เขาพลัดหลงมาในอาณาจักรชิลลา..อาณาจักรในยุคประวัติศาสตร์ของเกาหลี แม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ผิวพรรณที่ขาวนวลราวกับเปลือกไข่ไม่ได้ดูคล้ำลงเลยเมื่อเทียบกับเหล่าทหารที่ได้รับการฝึกอย่างหนัก อกกว้าง..แม้จะดูสมส่วนแต่ก็มิได้บึกบึนมากขึ้นหลังจากการฝึกฝน จุนซูไม่ได้ปล่อยให้ผมยาวเช่นชาวชิลลา เขายังคงไว้ผมทรงเดิมกับวันแรกที่เขาพลัดหลงมาที่นี่ ด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกครั้งที่เขามองกระจก เขาจะได้ไม่หลงลืมว่าเขาคือใคร และมาจากไหน
ร่างเล็กเหม่อมองไปยังท้องฟ้ารับลมที่พัดมาอ่อน ๆ พระจันทร์เกือบเต็มดวงนั้นดูบูดเบี้ยวไม่สวยงามเท่าวันก่อน ๆ เขาหวังเพียงว่า..คืนพรุ่งนี้..พระจันทร์คงเต็มดวง
"เดินทางมาทั้งวัน..เจ้าควรจะพักผ่อนได้แล้ว"
จุนซูหันไปมองตามต้นเสียง..เขารู้ตั้งแต่แรกว่าเสียงนั้นเป็นของผู้ใด..เขาไม่เคยลืมน้ำเสียงนี้
"หรือยังคงตื่นเต้นที่องค์ชายยุนโฮบอกรักเมื่อหัวค่ำ" ร่างสูงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มไม่เป็นมิตร
จุนซูลอบถอนหายใจ..ในชิลลานี้จะมีผู้ใดช่างประชดประชันเท่าองค์ชายยูชอนไหมนะ
"ข้าไม่หลงไหลกับคำพูดหยอกล้อขององค์ชายยุนโฮหรอกขอรับ" จุนซูเอ่ยตอบ
"เจ้ารู้ดีว่าไม่ใช่การหยอกล้อ..เพราะเหตุนี้เจ้าจึงปฏิเสธข้าสินะ..เพราะองค์ชายโฮ..ฮึฮึ..ข้าช่างน่าสมเพช" ยูชอนเอ่ยพร้อมหัวเราะเบา ๆ
จุนซูเผลอเพิ่มแรงกดบนกิ่งไม่ที่อยู่ในมือจนกิ่งไม้หักคามือ ร่างเล็กพิศมองใบหน้าของยูชอนด้วยความโกรธ เหตุผลที่เขาไม่สามารถรักยูชอนได้ ยูชอนเองที่รู้ดีที่สุด เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คนอื่นมาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิกหรอก เพราะเขาเองไม่เคยไม่รักยูชอน ตรงกันข้าม..เขารักคนตรงหน้านี้แทบบ้า
"นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้คิดเช่นนั้นกับองค์ชายยุนโฮ..ที่ฉันต้องทำแบบนั้น..นายเองก็รู้ว่าเพราะอะไร..อย่ามาหาเรื่องฉันดีกว่า"
"เจ้ายอมพูดคำสามัญชนกับข้าแล้วหรือ" ยูชอนถาม
"นายทำให้ฉันโกรธ"
"อย่างน้อย..เจ้าก็ไม่เคยเปลี่ยนไป..ข้าชอบให้เจ้าพูดคำสามัญชนกับข้า"
"ไม่ตลกนะองค์ชาย..นายเอาเรื่ององค์ชายยุนโฮมาอ้างกับฉัน..แล้วก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนที่ทำให้ฉันโกรธงั้นเหรอ..นายนี่มัน...เฮ้อ..ช่างเถอะ..พระจันทร์ช่างเอาแต่ใจ"
"ข้าไม่เคยเป็นพระจันทร์"
"นายเป็น"
"ข้าไม่เคยเป็น..แม้ข้าไม่ได้รักเจ้า..ข้าก็ไม่เคยเป็น..ฉะนั้นหากเจ้าต้องการไปหาองค์ชายยุนโฮ ไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลนี้กับข้า"
"บอกแล้วไงว่าไม่เกี่ยวกับองค์ชายยุนโฮ"
"เกี่ยวสิ"
"เกี่ยวยังไง..ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกับองค์ชายยุนโฮ นายก็รู้.."
"แต่องค์ชายยุนโฮรักเจ้า..ในขณะที่ข้ารักเจ้าไม่ได้..." ยูชอนเอ่ยแทบจะทันทีที่จุนซูพูดจบ เขามองชายตรงหน้าด้วยแววตาหม่นหมอง
"ยะ..ยูชอน"
"ข้าจะต้องเสียเจ้าให้คนอื่นอย่างนั้นรึ..จุนซู..ทำไมกัน..ทำไมต้องเป็นเช่นนี้"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ...ฉันเหนื่อยแล้วยูชอน.."
"ข้าก็เหนื่อยเช่นกัน..ดูเหมือนว่า..ยิ่งข้าเหนี่ยวรั้งเจ้า..เจ้ายิ่งห่างไกลออกไป...ข้าคง..ไม่จำเป็นต้องรั้งเจ้าอีกแล้ว"
จุนซูกลั้นน้ำตรงปลายตาไม่ให้ไหลร่วงหล่นลงมา นี่คือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดมิใช่หรือ ยูชอนกับเขาคือเส้นขนาน แม้จะเคียงคู่กัน แต่ก็ไม่มีทางบรรจบกันได้
นี่คือความจริง ใช่แล้วนี่คือความจริง
จุนซูยกมือขึ้นมาแนบอกหลังจากที่ร่างสูงเดินจากไป..สิ่งที่อยู่ข้างในนี้..ข้างในหน้าอกนี้..จะแตกสลายไหมนะ..มันเจ็บมากจริง ๆ
------------------------------------------
กองทัพขององค์ชายยูชอนและองค์ชายยุนโฮเดินทางมาถึงเมืองพุกกอลซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่ตั้งของกองกำลังเจ้าฟ้าจางซูแห่งโคกูรยอในวันถัดมา เมืองพุกกอลดูเงียบสงบอย่างน่าประหลาด แม้แต่ตลาดกลางเมืองก็ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเฉกเช่นปกติ
"ประชาชนหายไปไหนหมด..เจ้าฟ้าจางซูมิได้เข้ามาในเมืองมิใช่รึ" ยูชอนหันไปถามองครักษ์ชางมิน
"พะยะค่ะ..กองทัพของเจ้าฟ้าจางซูอยู่ในภูเขากิลซานมิได้เข้ามาในตัวเมืองเลยพะยะค่ะ" ชางมินตอบ
"เช่นนั้นก็น่าแปลก..ชาวเมืองหายไปไหนกันหมด..ชางมิน..นำทางไปสำนักเจ้าเมือง..ข้าจะไปพบท่านเจ้าเมือง"
"พะยะค่ะ" ชางมินน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปสั่งทหารคนสนิทแล้วควบม้าให้หันไปอีกทางเพื่อมุ่งไปยังสำนักเจ้าเมือง
กองทัพขององค์ชายยูชอนมาถึงสำนักเจ้าเมือง ในขณะที่กองทัพอีกส่วนหนึ่งติดตามองค์ชายยุนโฮไปพำนักยังชานเมือง ระหว่างการเดินทางเมืองพุกกอลราวกับเมืองร้าง ไร้วี่แววประชาชนเดินผ่านไปมา ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง ช้าง ม้า วัว ควาย หากเจ้าฟ้าจางซูมิได้เข้ามาในอาณาเขตเมืองพุกกอล ชาวเมืองเหล่านี้หายไปไหน
ยูชอนเทียบเกี้ยวไว้หน้าสำนักเจ้าเมือง องค์ชายหนุ่มสั่งให้กำลังส่วนหนึ่งรักษาการณ์อยู่ด้านนอก ส่วนคนสนิทตามเสด็จเข้ามาด้านในรวมทั้งองครักษ์จุนซู
"ระวังตัวด้วย สถานการณ์ไม่ชอบมาพากล" ยูชอนหันไปบอกชางมินและจุนซูที่เดินอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มยื่นมือมาคว้าร่างของจุนซูให้เดินแนบแผ่นหลังของเขามากขึ้น
"อย่าอยู่ห่างจากข้า" ยูชอนกล่าวกับจุนซูที่ถูกดึงตัวมาหลบอยู่ด้านหลังขององค์ชาย
"ฉันดูแลตัวเองได้น่า" จุนซุพูดพลางขยับข้อมือจากมือหนาที่จับไว้แน่น
"ทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น" ยูชอนพูด ในขณะที่บีบข้อมือของร่างเล็กแน่นขึ้น ชายหนุ่มไม่สนใจแม้จุนซูจะดิ้นแค่ไหนก็ตาม
สำนักเจ้าเมืองเงียบสงัดไม่ต่างจากตัวเมือง ทั้งที่ปกติแล้วสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่รวมตัวของขุนนางและบัณฑิตที่จักเข้ามาประชุมปรึกษาแผนงานของเมือง ยูชอนมองไปรอบ ๆ สำนัก ก่อนที่จะหันไปเห็นสิ่งผิกปกติสิ่งหนึ่งตกอยู่ที่เสาต้นกลางสำนัก
"นี่มัน..สำริด" ยูชอนหยิบเครื่องประดับคล้ายต่างหูของสตรีขึ้นมาสำรวจ ต่างหูสำริดสลักลายสวยงาม..มิใช่ของชิลลา แต่เป็นโคกูรยอ
"โคกูรยออาจจะยึดเมืองพุกกอลได้แล้ว..บอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมด้วย" ยูชอนหันไปสั่งชางมิน
"ยูชอน..นายได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า" จุนซูเอ่ยถาม พลางเงี่ยหูฟังเสียงประหลาดที่ได้ยินแว่วๆ
"เสียงอะไรรึ" ยูชอนเงี่ยหูฟัง
"เสียง..คล้าย..เสียงดนตรี..มาจากห้องนี้" จุนซูชี้ไปที่ประตูห้องโถงขนาดใหญ่ ยูชอนสั่งให้กองกำลังล้อมรอบห้องนั้น แล้วส่งสัญญาณให้ทหารเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน องค์ชายหนุ่มชักดาบอกมาจากฝักพร้อมฟาดฟัน ก่อนจะใช้ขาถีบประตูบานใหญ่
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคนน่าประหลาดใจมากกว่าที่คิดไว้ ห้องโถงที่เคยเป็นห้องประชุมสำหรับขุนนางบัดนี้มิต่างอะไรกับหอนางโลม มีหญิงสาวมากมายนุ่งน้อยห่มน้อยคลอเคลียทั้งชายชราและชายหนุ่ม กลิ่นสุราคาวคลุ้งเต็มห้อง ผู้คนในนี้มิได้สนใจการมาของผู้มาเยือนสักนิด ยูชอนเดินแหวกผู้คนที่มิได้สนใจอะไรไปมากกว่าหญิงสาวและสุราตรงหน้า ชายหนุ่มเดินตรงไปจนพบชายชราที่กำลังหยอกล้อกับหญิงสาวที่นุ่งผ้ากึ่งเปลือย พร้อมกับสุราและอาหารคาวหวานนานาชนิดตรงหน้า
"ท่านเจ้าเมืองพุกกอลพะยะค่ะ" ชางมินกระซิบบอก
ชายชราตรงหน้าไม่มีราศีของความเป็นขุนนางหลงเหลืออยู่เลย ดวงตาแดงกล่ำด้วยฤทธิ์สุรา เสื้อผ้าหลุดรุ่ยจากตัว ชายชราเงยหน้ามามองยูชอน ก่อนจะยิ้มเยาะแล้วหันไปหยอกล้อหญิงสาวตามเดิมโดยปราศจากการใส่ใจการมาเยือนขององค์ชายแม่เพียงนิด ชางมินยกดาบเตรียมสั่งให้ชายชราน้อมรับองค์ชาย หากแต่ถูกยูชอนห้ามไว้
"ท่านเจ้าเมืองสินะ..ข้าเป็นทหารจากชิลลา..องค์ชายยูชอนทรงเสด็จมาถึงพุกกอลแล้ว" ยูชอนเอ่ยขึ้น คงดีกว่าหากเขาจะสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยการปิดบังฐานะของตัวเอง
"องค์ชาย..ยู..ยูชอน..เอิ๊ก..ชิลลา...ฮ่าฮ่าฮ่า..แล้วไง..ไม่เกี่ยวกับข้านี่" ชายชราตอบ ด้วยสายตาเหม่อลอย
"ท่านมิใช่ท่านเจ้าเมืองรึ..เหตุใดจึงเพิกเฉยกับขบวนเสด็จขององค์ชาย" ยูชอนถามต่อ
"องค์ชายรึ...ฮ่าฮ่าฮ่า..ข้าไม่สนชิลลาอีกต่อไปแล้ว..ชิลลากับโคกูรยอกำลังจะทำสงคราม..และ...ชิลลาจักต้องพ่ายแพ้...ฮ่าฮ่าฮ่า..สมน้ำหน้า..กษัตริย์แห่งชิลลาผู้โสโครก..หากชิลลาจะพังพินาศ..มันก็สมควรแล้ว...ฮ่าฮ่าฮ่า" ชายชราพูดราวกับคนเสียสติ
ยูชอนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ หรือว่าพุกกอลจะยอมสวามิภักดิ์ต่อโคกูรยอ
"ท่านเจ้าเมือง..สร้อยเส้นนี้..สำริดหรือขอรับ" จุนซูพูดพลางยื่นสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งให้ชายชราดู
"ใช่แล้ว...ฮ่าฮ่า...โคกูรยอนำสำริดมากมายมาให้ข้า พร้อมกับจัดส่งสาวงามมารับใช้ขุนนางและบัณฑิตของพุกกอลมากมาย...โคกูรยอกำลังจะกลายเป็นมหาอำนาจแห่งแคว้นนี้..ฮ่าฮ่า..ชิลลาอันโสมมที่มองเห็นประชาชนเป็นเพียงทาสแผ่นดินถึงคราอวสานก็คราวนี้..ฮ่าฮ่า"
"ข้ามิเคยเห็นสำริดที่งามเช่นนี้มาก่อน..มันต้องราคาแพงมากแน่ๆ .. ทำอย่างไรข้าจึงจะได้ครอบครองสำริดนี้บ้างขอรับ"
"พ่อหนุ่มคนนี้..เจ้านี่ฉลาดนะ..สายตาแหลมคม..ไม่เหมือนเจ้าทหารหน้าโง่ที่อยู่รองมือรองเท้าองค์ชายบ้ากาม" ชายชราพูดพลางเพยิดหน้าไปยังยูชอนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้าง ๆ
"หม่อมฉันอยากศึกษาเส้นทางน่ะขอรับ.." จุนซูตอบเลี่ยง คงน่าอายหากจะบอกว่าเขาต้องขี่ม้าเพราะง่วงนอน
"น้ำผึ้งจากตอนเหนือของชิลลา..จิบสักหน่อย..จะทำให้เจ้าสดชื่นขึ้น" ยุนโฮพูด พลางยื่นคนโทสีทองให้จุนซู
"เป็นพระมหากรุณาขอรับ..แต่หม่อมฉันมิอาจรับไว้" จุนซูปฏิเสธ
"ไม่มีใครบอกเจ้ารึว่าไม่ควรปฏิเสธของกำนัลจากองค์ชาย" ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก
"ไม่มีขอรับ"
"เจ้า!"
"ไม่มีจริง ๆ ขอรับ และหม่อมฉันก็มักจะปฏิเสธของกำนัลจากองค์ชายยูชอนเสมอ..หม่อมฉันหวังว่าองค์ชายจะประทานอภัยที่หม่อมฉันมิอาจรับน้ำผึ้งอันมีค่านั้นได้ขอรับ" จุนซูตอบเสียงเรียบ เขาไม่ชอบน้ำผึ้ง ไม่เคยคิดจะชอบ ยิ่งเป็นน้ำผึ้งจากองค์ชายยุนโฮ เขาไม่คิดว่ามันจะหอมหวานอย่างที่มันควรจะเป็น
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าปฏิบัติกับองค์ชายยูชอนเยี่ยงไร..แต่กับข้า..แม้จะเป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ น้อย ๆ จากข้า..เจ้าก็ยังจะปฏิเสธอีกรึ" ยุนโฮมีน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตาที่มองมายังจุนซูบ่งบอกได้ว่าเขารู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่จุนซูไม่รับน้ำผึ้งจากเขา
"เอ่อ..หามิได้ขอรับ"
"ถ้าเยี่ยงนั้น..ทำไมเจ้าไม่รับน้ำผึ้งจากข้าไปจิบสักอึกสองอึก..เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะใส่ยาพิษในนี้หรอกนะ..หากเจ้าคงสงสัย ข้าจะดื่มให้เจ้าดูก่อน" เมื่อพูดจบ ยุนโฮก็รินน้ำผึ้งใส่จอก และยกขึ้นดื่มให้จุนซูดูเป็นตัวอย่าง
จุนซูทำหน้าเหยเกเล็กน้อย น้ำผึ้งผสมน้ำก็พอทนอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งสด แทนที่จะสดชื่น อาจจะหวานบาดคอได้
"ข้ายังสบายดี..เห็นหรือไม่..ในน้ำผึ้งนี้ไม่มียาพิษหรอก" ยุนโฮยืนยัน
"หม่อมฉันมิได้หมายความว่าเยี่ยงนั้นขอรับ..และไม่เคยคิดว่าองค์ชายจะกระทำการที่โง่เขลาเยี่ยงนั้น..การฆ่าหม่อมฉันไม่มีประโยชน์อันใดเลยนอกจากจะกลายเป็นมูลให้ต้นไม้ได้เติบโต หรือเป็นอาหารให้นกแร้งเท่านั้นเอง" จุนซุพูดดักคอ จริงอยู่องค์ชายยุนโฮอาจจะชั่วร้าย แต่เขามีความเชื่อมั่นเล็ก ๆ ว่าชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเขา
"แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รับน้ำผึ้งจากข้า..เจ้าไม่ชอบน้ำผึ้งรึ"
"ขอรับ..มันหวานบาดคอ"
"อา..งั้นรึ"
"แต่ถ้านำมาผสมชากับน้ำมะนาว..ก็พอทานได้ขอรับ"
"ชา..กับมะนาว?"
"ขอรับ"
"เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเจ้ามีความรู้ด้านอาหารด้วยงั้นรึ"
"หม่อมฉันบอกว่าหากเอาน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวมาผสมในชาจะอร่อย ไม่ได้บอกว่ามีความรู้ด้านอาหารขอรับ" จุนซูตอบเนือย ๆ ทำไมคนที่นี่ชอบแปลงสาส์นและทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่กันนักนะ
"นั่นหมายความว่าเจ้ามีความรู้ด้านอาหารและสมุนไพรมิใช่รึ..ยงริม..ไปนำน้ำชาและมะนาวมาให้ข้า" ยุนโฮหันไปสั่งองครักษ์ของตน
จุนซูถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย หรือว่าชาน้ำผึ้งผสมมะนาวเป็นสิ่งที่คนยุคนี้ไม่รู้จักอีกแล้ว เฮ้อ.....
"จะเป็นไรหรือไม่..หากข้าจะขอให้เจ้าปรุงชาให้ข้าสักหน่อย" ยุนโฮเอ่ยถาม
"องค์ชายทรงรับสั่งให้องครักษ์ไปนำชากับมะนาวมาแล้วไม่ใช่หรือขอรับ" จุนซูตอบกระแนะกระแหน
"เจ้าช่างหาคำพูดมาประชดประชันข้าได้ทุกเมื่อเลยนะจุนซู..ข้าเข้าใจแล้วว่า เหตุใดองค์ชายยูชอนจึงหลงไหลเจ้านัก" ยุนโฮพูดพลางเดินเข้ามาใกล้จุนซูมากขึ้น
"องค์ชายยูชอนคงมิได้โปรดที่หม่อมฉันประชดประชันหรอกขอรับ" จุนซูตอบ
"ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้..ขนาดข้าอยู่ใกล้เจ้าเพียงไม่กี่เพลา..ยังหลงไหลเจ้าถึงเพียงนี้" ยุนโฮเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
"นั่นเพราะองค์ชายคือองค์ชายยุนโฮ..ไม่ใช่องค์ชายยูชอนขอรับ..องค์ชายยูชอนมิได้หลงไหลข้าหรอกขอรับ" จุนซูเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้า
ยุนโฮเอื้อมมือมาเชยคางร่างเล็กอย่างอ่อนโยน จุนซูมองลึกลงไปในดวงตาของยุนโฮ ไม่มีวี่แววของความริษยา ไม่มีความดูแคลน มีเพียงความอาทรที่เขารู้สึกได้เป็นครั้งแรกจนร่างเล็กเผลอใจเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว
"ใช่แล้ว...เพราะข้าคือองค์ชายยุนโฮ ข้าจึงรักเจ้าอย่างไรเล่า" ยุนโฮพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมาคว้ามือร่างเล็กมากอบกุมเบา ๆ
จุนซูที่ตกใจสุดขีดกับคำสารภาพรักจนยืนนิ่งไม่ไหวติง
"ข้าไม่ใช่องค์ชายยูชอน..ดังนั้นข้าสามารถรักเจ้าได้อย่างเปิดเผย..ความรักของข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า"
"ห๊า..ระ..รักหรือขอรับ" จุนซูพูดติดขัด ก่อนจะชักมือกลับด้วยความตกใจ
"ใช่..ข้ารักเจ้า..คิมจุนซู"
เคร้ง!!!! เสียงวัตถุหล่นลงพื้นใกล้ตัวทำให้จุนซูและยุนโฮเผลอไปมองพร้อมกัน ยูชอนที่เพิ่งโยนกาน้ำชาลงกับพื้น กำมือบีบโถที่บรรจุน้ำมะนาวในมือด้วยความโกรธ ร่างสูงยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองมาสักพัก..และไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป
"น้ำชา...กับมะนาว...ข้านำมาให้.." ยูชอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความโกรธอย่างชัดเจน
"เจ้ามิเห็นต้องลำบากนำมาให้ข้าด้วยตัวเองนี่องค์ชาย..ข้าคิดว่าข้าสั่งยงริมนะ..มิใช่เจ้า.." องค์ชายยุนโฮพูด
"ไม่สำคัญว่าผู้ใดนำมาหรอก...ดีแค่ไหนที่เป็นข้า..มิเช่นนั้นจะได้ยินเจ้า.."
"บอกรักจุนซู" ยุนโฮพูดเสริมโดยไม่รอให้องค์ชายยูชอนพูดจนจบ การแสดงออกที่เปิดเผยของยุนโฮนั้นทำให้จุนซูยืนช๊อคจับต้นชนปลายไม่ถูก
"ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือผู้ใดก็มิต่างกันหรอกองค์ชายยูชอน..ข้ามิคิดจะปิดบัง..ผิดด้วยรึที่ข้าบอกรักคนที่ข้ารัก..มีแต่คนขลาดเท่านั้นกระมังที่ซ่อนคำว่ารักเอาไว้"
จุนซูไอแทรกขึ้นมา เขารู้สึกเหมือนโดนอะไรทึ่มกลางคอจนแทบสำลัก หากจะมีใครสักคนที่ซ่อนคำว่ารักไว้ คนๆ นั้นก็คือเขานี่แหละ
"ข้าก็มิได้ว่าการใดนี่..ข้าเคยชินกับการกระทำอย่างเปิดเผยของเจ้าเสียแล้ว" ยูชอนกล่าวกับยุนโฮ พลางยื่นโถมะนาวให้จุนซู "ฝีมือการปรุงชาน้ำผึ้งของเจ้าคงเลิศรส เจ้าคงไม่ว่าหากข้าจักขอชิมสักอึกสองอึก..โอ๊ะ..แย่จริง..ข้าพลาดพลั้งทำน้ำชาหก ประเดี๋ยวข้าจักให้ทหารนำน้ำชามาให้ใหม่ก็แล้วกัน" ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงจิกกัดมิใช่น้อย
"ข้ามิเคยบอกว่าข้ามีฝีมือการปรุงชา..องค์ชายทั้งสองคงเข้าใจผิดแล้ว..ข้าขอตัว" จุนซูพูดพลางก้มตัวเล็กน้อยก่อนทำท่าจะก้าวเดินจากไป หากแต่ร่างเล็กถูกแขนกำยำขององค์ชายยุนโฮคว้าเอวมาแนบไว้กับตน
"ข้ามิให้เจ้าไป"
จุนซูเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่ตนเองถูกคว้ามาไว้ในอ้อมกอดองค์ชายยุนโฮได้อย่างง่ายดาย เมื่อรู้สึกตัว ร่างเล็กก็ทำได้เพียงพยายามแกะมือที่เกี่ยวรัดเอวตัวเองไว้เพียงเท่านั้น..แต่ก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่อยู่ในท่าที่จะขัดขืนองค์ชายยุนโฮได้
"องค์ชายคงไม่ว่ากระไร..หากข้าจะขอจุนซูมาเป็นของข้า" ยุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"เอ่อ..ปล่อยหม่อมฉันเถิดพะยะค่ะ" จุนซูเอ่ยเสียงเบา ๆ ขณะพยายามขยับตัวดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด
ยูชอนกำหมัดแน่น หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่จุนซูปฏิเสธเขา..เพราะองค์ชายยุนโฮอย่างนั้นรึ
"นั่นเป็นเรื่องของเจ้าทั้งสองคน..ไม่เกี่ยวกับข้า.."ยูชอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะละสายตาจากลำแขนแกร่งที่โอบกอดจุนซูไว้แล้วหันไปมองใบหน้าเรียวงามของร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยสายตาตัดพ้อ
"จุนซูมิใช่ของข้า..เจ้าไม่จำเป็นต้องมาขอข้าหรอก..องค์ชายยุนโฮ" ยูชอนพูดรั้งท้ายก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำบาดหูที่ดังก้องซ้ำ ๆ อยู่ในโสตประสาทของจุนซู
จุนซูมิใช่ของข้า.....จุนซูมิใช่ของข้า...
-----------------------------
เหล่าทหารผลัดเวรกันรอบดึกตามธรรมเนียมท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่จุดอยู่รอบที่พักขบวนเสด็จ สายลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วงพัดมาเบา ๆ ส่งผลให้ผ้าสีขาวนวลที่ปูเป็นกระโจมคล้ายเต้นท์อันเป็นที่พำนักของทหารชั้นผู้ใหญ่และองค์ชายทั้งสองพระองค์ปลิวเป็นระลอกตามทิศทางลม
จุนซูยืนพิงต้นบ๊วยต้นใหญ่พลางใช้กิ่งไม้ยาวขีดเขี่ยพื้นดินเล่น เกือบครึ่งปีแล้วที่เขาพลัดหลงมาในอาณาจักรชิลลา..อาณาจักรในยุคประวัติศาสตร์ของเกาหลี แม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ผิวพรรณที่ขาวนวลราวกับเปลือกไข่ไม่ได้ดูคล้ำลงเลยเมื่อเทียบกับเหล่าทหารที่ได้รับการฝึกอย่างหนัก อกกว้าง..แม้จะดูสมส่วนแต่ก็มิได้บึกบึนมากขึ้นหลังจากการฝึกฝน จุนซูไม่ได้ปล่อยให้ผมยาวเช่นชาวชิลลา เขายังคงไว้ผมทรงเดิมกับวันแรกที่เขาพลัดหลงมาที่นี่ ด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกครั้งที่เขามองกระจก เขาจะได้ไม่หลงลืมว่าเขาคือใคร และมาจากไหน
ร่างเล็กเหม่อมองไปยังท้องฟ้ารับลมที่พัดมาอ่อน ๆ พระจันทร์เกือบเต็มดวงนั้นดูบูดเบี้ยวไม่สวยงามเท่าวันก่อน ๆ เขาหวังเพียงว่า..คืนพรุ่งนี้..พระจันทร์คงเต็มดวง
"เดินทางมาทั้งวัน..เจ้าควรจะพักผ่อนได้แล้ว"
จุนซูหันไปมองตามต้นเสียง..เขารู้ตั้งแต่แรกว่าเสียงนั้นเป็นของผู้ใด..เขาไม่เคยลืมน้ำเสียงนี้
"หรือยังคงตื่นเต้นที่องค์ชายยุนโฮบอกรักเมื่อหัวค่ำ" ร่างสูงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มไม่เป็นมิตร
จุนซูลอบถอนหายใจ..ในชิลลานี้จะมีผู้ใดช่างประชดประชันเท่าองค์ชายยูชอนไหมนะ
"ข้าไม่หลงไหลกับคำพูดหยอกล้อขององค์ชายยุนโฮหรอกขอรับ" จุนซูเอ่ยตอบ
"เจ้ารู้ดีว่าไม่ใช่การหยอกล้อ..เพราะเหตุนี้เจ้าจึงปฏิเสธข้าสินะ..เพราะองค์ชายโฮ..ฮึฮึ..ข้าช่างน่าสมเพช" ยูชอนเอ่ยพร้อมหัวเราะเบา ๆ
จุนซูเผลอเพิ่มแรงกดบนกิ่งไม่ที่อยู่ในมือจนกิ่งไม้หักคามือ ร่างเล็กพิศมองใบหน้าของยูชอนด้วยความโกรธ เหตุผลที่เขาไม่สามารถรักยูชอนได้ ยูชอนเองที่รู้ดีที่สุด เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คนอื่นมาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิกหรอก เพราะเขาเองไม่เคยไม่รักยูชอน ตรงกันข้าม..เขารักคนตรงหน้านี้แทบบ้า
"นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้คิดเช่นนั้นกับองค์ชายยุนโฮ..ที่ฉันต้องทำแบบนั้น..นายเองก็รู้ว่าเพราะอะไร..อย่ามาหาเรื่องฉันดีกว่า"
"เจ้ายอมพูดคำสามัญชนกับข้าแล้วหรือ" ยูชอนถาม
"นายทำให้ฉันโกรธ"
"อย่างน้อย..เจ้าก็ไม่เคยเปลี่ยนไป..ข้าชอบให้เจ้าพูดคำสามัญชนกับข้า"
"ไม่ตลกนะองค์ชาย..นายเอาเรื่ององค์ชายยุนโฮมาอ้างกับฉัน..แล้วก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนที่ทำให้ฉันโกรธงั้นเหรอ..นายนี่มัน...เฮ้อ..ช่างเถอะ..พระจันทร์ช่างเอาแต่ใจ"
"ข้าไม่เคยเป็นพระจันทร์"
"นายเป็น"
"ข้าไม่เคยเป็น..แม้ข้าไม่ได้รักเจ้า..ข้าก็ไม่เคยเป็น..ฉะนั้นหากเจ้าต้องการไปหาองค์ชายยุนโฮ ไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลนี้กับข้า"
"บอกแล้วไงว่าไม่เกี่ยวกับองค์ชายยุนโฮ"
"เกี่ยวสิ"
"เกี่ยวยังไง..ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกับองค์ชายยุนโฮ นายก็รู้.."
"แต่องค์ชายยุนโฮรักเจ้า..ในขณะที่ข้ารักเจ้าไม่ได้..." ยูชอนเอ่ยแทบจะทันทีที่จุนซูพูดจบ เขามองชายตรงหน้าด้วยแววตาหม่นหมอง
"ยะ..ยูชอน"
"ข้าจะต้องเสียเจ้าให้คนอื่นอย่างนั้นรึ..จุนซู..ทำไมกัน..ทำไมต้องเป็นเช่นนี้"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ...ฉันเหนื่อยแล้วยูชอน.."
"ข้าก็เหนื่อยเช่นกัน..ดูเหมือนว่า..ยิ่งข้าเหนี่ยวรั้งเจ้า..เจ้ายิ่งห่างไกลออกไป...ข้าคง..ไม่จำเป็นต้องรั้งเจ้าอีกแล้ว"
จุนซูกลั้นน้ำตรงปลายตาไม่ให้ไหลร่วงหล่นลงมา นี่คือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดมิใช่หรือ ยูชอนกับเขาคือเส้นขนาน แม้จะเคียงคู่กัน แต่ก็ไม่มีทางบรรจบกันได้
นี่คือความจริง ใช่แล้วนี่คือความจริง
จุนซูยกมือขึ้นมาแนบอกหลังจากที่ร่างสูงเดินจากไป..สิ่งที่อยู่ข้างในนี้..ข้างในหน้าอกนี้..จะแตกสลายไหมนะ..มันเจ็บมากจริง ๆ
------------------------------------------
กองทัพขององค์ชายยูชอนและองค์ชายยุนโฮเดินทางมาถึงเมืองพุกกอลซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่ตั้งของกองกำลังเจ้าฟ้าจางซูแห่งโคกูรยอในวันถัดมา เมืองพุกกอลดูเงียบสงบอย่างน่าประหลาด แม้แต่ตลาดกลางเมืองก็ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเฉกเช่นปกติ
"ประชาชนหายไปไหนหมด..เจ้าฟ้าจางซูมิได้เข้ามาในเมืองมิใช่รึ" ยูชอนหันไปถามองครักษ์ชางมิน
"พะยะค่ะ..กองทัพของเจ้าฟ้าจางซูอยู่ในภูเขากิลซานมิได้เข้ามาในตัวเมืองเลยพะยะค่ะ" ชางมินตอบ
"เช่นนั้นก็น่าแปลก..ชาวเมืองหายไปไหนกันหมด..ชางมิน..นำทางไปสำนักเจ้าเมือง..ข้าจะไปพบท่านเจ้าเมือง"
"พะยะค่ะ" ชางมินน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปสั่งทหารคนสนิทแล้วควบม้าให้หันไปอีกทางเพื่อมุ่งไปยังสำนักเจ้าเมือง
กองทัพขององค์ชายยูชอนมาถึงสำนักเจ้าเมือง ในขณะที่กองทัพอีกส่วนหนึ่งติดตามองค์ชายยุนโฮไปพำนักยังชานเมือง ระหว่างการเดินทางเมืองพุกกอลราวกับเมืองร้าง ไร้วี่แววประชาชนเดินผ่านไปมา ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง ช้าง ม้า วัว ควาย หากเจ้าฟ้าจางซูมิได้เข้ามาในอาณาเขตเมืองพุกกอล ชาวเมืองเหล่านี้หายไปไหน
ยูชอนเทียบเกี้ยวไว้หน้าสำนักเจ้าเมือง องค์ชายหนุ่มสั่งให้กำลังส่วนหนึ่งรักษาการณ์อยู่ด้านนอก ส่วนคนสนิทตามเสด็จเข้ามาด้านในรวมทั้งองครักษ์จุนซู
"ระวังตัวด้วย สถานการณ์ไม่ชอบมาพากล" ยูชอนหันไปบอกชางมินและจุนซูที่เดินอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มยื่นมือมาคว้าร่างของจุนซูให้เดินแนบแผ่นหลังของเขามากขึ้น
"อย่าอยู่ห่างจากข้า" ยูชอนกล่าวกับจุนซูที่ถูกดึงตัวมาหลบอยู่ด้านหลังขององค์ชาย
"ฉันดูแลตัวเองได้น่า" จุนซุพูดพลางขยับข้อมือจากมือหนาที่จับไว้แน่น
"ทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น" ยูชอนพูด ในขณะที่บีบข้อมือของร่างเล็กแน่นขึ้น ชายหนุ่มไม่สนใจแม้จุนซูจะดิ้นแค่ไหนก็ตาม
สำนักเจ้าเมืองเงียบสงัดไม่ต่างจากตัวเมือง ทั้งที่ปกติแล้วสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่รวมตัวของขุนนางและบัณฑิตที่จักเข้ามาประชุมปรึกษาแผนงานของเมือง ยูชอนมองไปรอบ ๆ สำนัก ก่อนที่จะหันไปเห็นสิ่งผิกปกติสิ่งหนึ่งตกอยู่ที่เสาต้นกลางสำนัก
"นี่มัน..สำริด" ยูชอนหยิบเครื่องประดับคล้ายต่างหูของสตรีขึ้นมาสำรวจ ต่างหูสำริดสลักลายสวยงาม..มิใช่ของชิลลา แต่เป็นโคกูรยอ
"โคกูรยออาจจะยึดเมืองพุกกอลได้แล้ว..บอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมด้วย" ยูชอนหันไปสั่งชางมิน
"ยูชอน..นายได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า" จุนซูเอ่ยถาม พลางเงี่ยหูฟังเสียงประหลาดที่ได้ยินแว่วๆ
"เสียงอะไรรึ" ยูชอนเงี่ยหูฟัง
"เสียง..คล้าย..เสียงดนตรี..มาจากห้องนี้" จุนซูชี้ไปที่ประตูห้องโถงขนาดใหญ่ ยูชอนสั่งให้กองกำลังล้อมรอบห้องนั้น แล้วส่งสัญญาณให้ทหารเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน องค์ชายหนุ่มชักดาบอกมาจากฝักพร้อมฟาดฟัน ก่อนจะใช้ขาถีบประตูบานใหญ่
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคนน่าประหลาดใจมากกว่าที่คิดไว้ ห้องโถงที่เคยเป็นห้องประชุมสำหรับขุนนางบัดนี้มิต่างอะไรกับหอนางโลม มีหญิงสาวมากมายนุ่งน้อยห่มน้อยคลอเคลียทั้งชายชราและชายหนุ่ม กลิ่นสุราคาวคลุ้งเต็มห้อง ผู้คนในนี้มิได้สนใจการมาของผู้มาเยือนสักนิด ยูชอนเดินแหวกผู้คนที่มิได้สนใจอะไรไปมากกว่าหญิงสาวและสุราตรงหน้า ชายหนุ่มเดินตรงไปจนพบชายชราที่กำลังหยอกล้อกับหญิงสาวที่นุ่งผ้ากึ่งเปลือย พร้อมกับสุราและอาหารคาวหวานนานาชนิดตรงหน้า
"ท่านเจ้าเมืองพุกกอลพะยะค่ะ" ชางมินกระซิบบอก
ชายชราตรงหน้าไม่มีราศีของความเป็นขุนนางหลงเหลืออยู่เลย ดวงตาแดงกล่ำด้วยฤทธิ์สุรา เสื้อผ้าหลุดรุ่ยจากตัว ชายชราเงยหน้ามามองยูชอน ก่อนจะยิ้มเยาะแล้วหันไปหยอกล้อหญิงสาวตามเดิมโดยปราศจากการใส่ใจการมาเยือนขององค์ชายแม่เพียงนิด ชางมินยกดาบเตรียมสั่งให้ชายชราน้อมรับองค์ชาย หากแต่ถูกยูชอนห้ามไว้
"ท่านเจ้าเมืองสินะ..ข้าเป็นทหารจากชิลลา..องค์ชายยูชอนทรงเสด็จมาถึงพุกกอลแล้ว" ยูชอนเอ่ยขึ้น คงดีกว่าหากเขาจะสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยการปิดบังฐานะของตัวเอง
"องค์ชาย..ยู..ยูชอน..เอิ๊ก..ชิลลา...ฮ่าฮ่าฮ่า..แล้วไง..ไม่เกี่ยวกับข้านี่" ชายชราตอบ ด้วยสายตาเหม่อลอย
"ท่านมิใช่ท่านเจ้าเมืองรึ..เหตุใดจึงเพิกเฉยกับขบวนเสด็จขององค์ชาย" ยูชอนถามต่อ
"องค์ชายรึ...ฮ่าฮ่าฮ่า..ข้าไม่สนชิลลาอีกต่อไปแล้ว..ชิลลากับโคกูรยอกำลังจะทำสงคราม..และ...ชิลลาจักต้องพ่ายแพ้...ฮ่าฮ่าฮ่า..สมน้ำหน้า..กษัตริย์แห่งชิลลาผู้โสโครก..หากชิลลาจะพังพินาศ..มันก็สมควรแล้ว...ฮ่าฮ่าฮ่า" ชายชราพูดราวกับคนเสียสติ
ยูชอนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ หรือว่าพุกกอลจะยอมสวามิภักดิ์ต่อโคกูรยอ
"ท่านเจ้าเมือง..สร้อยเส้นนี้..สำริดหรือขอรับ" จุนซูพูดพลางยื่นสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งให้ชายชราดู
"ใช่แล้ว...ฮ่าฮ่า...โคกูรยอนำสำริดมากมายมาให้ข้า พร้อมกับจัดส่งสาวงามมารับใช้ขุนนางและบัณฑิตของพุกกอลมากมาย...โคกูรยอกำลังจะกลายเป็นมหาอำนาจแห่งแคว้นนี้..ฮ่าฮ่า..ชิลลาอันโสมมที่มองเห็นประชาชนเป็นเพียงทาสแผ่นดินถึงคราอวสานก็คราวนี้..ฮ่าฮ่า"
"ข้ามิเคยเห็นสำริดที่งามเช่นนี้มาก่อน..มันต้องราคาแพงมากแน่ๆ .. ทำอย่างไรข้าจึงจะได้ครอบครองสำริดนี้บ้างขอรับ"
"พ่อหนุ่มคนนี้..เจ้านี่ฉลาดนะ..สายตาแหลมคม..ไม่เหมือนเจ้าทหารหน้าโง่ที่อยู่รองมือรองเท้าองค์ชายบ้ากาม" ชายชราพูดพลางเพยิดหน้าไปยังยูชอนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้าง ๆ
แน่นอน ชายชราเข้าใจว่ายูชอนเป็นเพียงทหารผู้ติดตามองค์ชายรัชทายาท และเขาคือทหารหน้าโง่ที่รับใช้องค์ชาย
"ขนาดชิลลายังไม่มีของสวยงามเช่นนี้เลยขอรับ...องค์ชายบ้ากามคงคลั่ง หากรู้ว่าท่านเจ้าเมืองมีสำริดในครอบครองมากกว่าเครื่องประทับทั้งหมดในท้องพระคลังรวมกัน" จุนซุพูดพลางเหลือบตาไปมองยูชอนเมื่อพูดคำว่าองค์ชายบ้ากาม
"ฮึฮึ..องค์ชายยูชอน...มันให้ทหารมาจับลูกสาวของข้าไปปรนเปรอ..พอสมใจ..มันก็ฆ่านาง..อึก..ฮือออออ..อึนเฮ...อึนเฮ...ลูกพ่อ...พ่อจักแก้แค้นให้เจ้า..องค์ชายรัชทายาทจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้า"
จุนซูหันไปมองหน้ายูชอนหลังจากพอจะจับความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้..ศึกครั้งนี้..หนักหนามิใช่น้อย
---------------------------------
"ขนาดชิลลายังไม่มีของสวยงามเช่นนี้เลยขอรับ...องค์ชายบ้ากามคงคลั่ง หากรู้ว่าท่านเจ้าเมืองมีสำริดในครอบครองมากกว่าเครื่องประทับทั้งหมดในท้องพระคลังรวมกัน" จุนซุพูดพลางเหลือบตาไปมองยูชอนเมื่อพูดคำว่าองค์ชายบ้ากาม
"ฮึฮึ..องค์ชายยูชอน...มันให้ทหารมาจับลูกสาวของข้าไปปรนเปรอ..พอสมใจ..มันก็ฆ่านาง..อึก..ฮือออออ..อึนเฮ...อึนเฮ...ลูกพ่อ...พ่อจักแก้แค้นให้เจ้า..องค์ชายรัชทายาทจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้า"
จุนซูหันไปมองหน้ายูชอนหลังจากพอจะจับความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้..ศึกครั้งนี้..หนักหนามิใช่น้อย
---------------------------------
To Be Continued
มาอัพช้า..ทุกคนนนน...โปรดด่าเถอะค่ะ (_ _)
Tags: fic, junsu, yoosu, yuchun3 Comments
