2007/Mar/30

สวัสดีครับ...........ผม.........ชิมชางมินครับ..................ผม.....เอ่อ.....จะพูดยังไงดีล่ะ.........

แหมจะว่าไปแล้วผมก็เขินนะครับ.........

ให้พูดถึงตัวเองเนี่ยมันยากพอ ๆกับชมผู้ชายว่าน่ารักเลยนะ..............


ปกติแล้ว ผมเป็นคนที่ชมตัวเองไม่ค่อยเป็นหรอกครับ......

บอกตรง ๆ เลยนะ.........ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองฉลาดอย่างที่ใคร ๆชอบพูดกันด้วยซ้ำ....

ผมแค่รู้ในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงเท่านั้นเอง.......


ไม่รู้สิ.....อาจจะเป็นเพราะว่าผมเป็นคนง่าย ๆ ไม่ค่อยคิดอะไรมากมั้งครับ...

ใครจะว่าผมไม่รอบคอบ คิดอะไรง่ายเกินไปก็ช่างเถอะ....ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปนั่งคิดโน่นคิดนี่ให้มันยุ่งยากมากความเลย.....

ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ....ใครจะไปรู้ว่าเราจะมีวันพรุ่งนี้ได้สักกี่วัน.......

ฉะนั้น.....เราก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง....แล้วก็ทำให้ตัวเองมีความสุขให้มากที่สุดใช่ไหมคร๊าบบบบบ....

ผมน่ะ...เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีเหตุผลในตัวมันเอง...

หลายครั้งที่ผมถามคนอื่นว่า "ทำไม?" แล้วได้รับคำตอบว่า "ไม่มีเหตุผล"

เชื่อไหมว่า คำว่า "ไม่มีเหตุผล" นั่นแหละคือ "เหตุผล"...

ให้ตายสิ...ผมเป็นคนคิดอะไรยาก ๆใช่ไหมครับ...แต่จริง ๆแล้วไม่ใช่เลยนะ...

ผมคิดอะไรง่าย ๆต่างหากล่ะ...

ในดงบังชินกิ ผมนี่แหละเป็นคนที่คิดอะไรง่ายที่สุดแล้ว....


ดูอย่างพี่ยูชอนสิ...ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงพี่จุนซูขนาดนั้น แต่ก็ยังคอยแกล้งเค้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน...

พี่จุนซูก็เหมือนกัน...ปากก็ด่าก็ว่าพี่ยูชอนไปงั้น...แต่พอพี่ยูชอนง้อทีไร ก็เห็นยอมทุกที...

ถ้าเป็นผมนะ...รักก็จะบอกว่ารัก...ห่วงก็จะบอกว่าห่วง...

ไม่คิดอะไรให้มันยุ่งยากเหมือนพวกพี่ ๆเด็ดขาด...

แหม...ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรก...ชีวิตคนเรามันสั้นนี่ครับ...

คิดอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลยดีกว่า....


พูดถึงพี่ยูชอนกับพี่จุนซู....ผมก็อดที่จะนึกถึงพี่ยุนโฮกับพี่แจจุงไม่ได้....

ทำไมน๊า...ทั้ง ๆที่ 4 คนนั่นเกิดก่อนผมตั้งหลายปี...

แต่เรื่องความรักเนี่ย...ต้องให้คนที่ไม่เคยมีแฟนอย่างผมมาสอนทุกที


พี่ยูชอนกับพี่จุนซูนะไม่เท่าไหร่....

ทั้งสองคนนั้นถึงจะกระเง้ากระงอดกันบ่อย ๆก็จริง...

แต่ก็ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันแล้ว

แต่คนที่ทำท่าเหมือนรักกันปานจะกลืนกินนี่สิ...

กลับไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงกันซะที....

เวลาจะแสดงความรักออกทางท่าทางล่ะก็เก่งกันนักทั้งสองคน...

แต่พอให้ยอมรับความรักจริง ๆที่อยู่ในใจ....กลับไม่เคยทำได้ซักที.....เฮ้อออ....


ผมล่ะไม่เข้าใจโลกของผู้ใหญ่เลยจริง ๆ ...

ความรักเป็นสิ่งสวยงามจะตาย...แล้วทำไมถึงหวาดกลัวที่จะบอกรักกันนัก...

ถ้าสมมุติพรุ่งนี้คนที่เรารักไม่ได้อยู่ฟังคำนั้นแล้ว....

คำว่า "รัก" จะมีประโยชน์อะไร....

ในเมื่อคนที่ควรจะได้ยินที่สุด...กลับไม่มีโอกาสรับรู้....


นี่ล่ะนะ เพราะเป็นผู้ใหญ่...ก็เลยต้องคิดอะไรให้มันยาก ๆไว้ก่อนมั้งครับ...

พี่ยุนโฮกับพี่แจจุงถึงไม่เข้าใจกันซักที...

ผมน่ะ...ถึงจะต้องเหงาบ้าง เพราะพี่ ๆเค้าก็มีคนรักกันหมด....

แต่ผมก็อยากให้พี่ ๆทั้งสี่คนมีความสุขจริง ๆนะครับ...

มันอาจจะดูแย่ที่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกับคู่รักตั้งสองคู่ในขณะที่เราไม่เหมือนอย่างเค้า...(โถ...น้องมิน...พ่อเทพบุตรตัวน้อยของเจ้--คนแต่ง)

แต่ผมกลับไม่รู้สึกเดียวดายเลยซักครั้ง....


ก็ใครว่าผมไม่มีคนรักล่ะ.....

ผมน่ะมีคนรักตั้งสี่คน...


พี่ยูชอนเป็นคนรักของพี่จุนซู....พี่ยุนโฮเป็นคนรักของพี่แจจุง...

และพี่ยูชอน พี่จุนซู พี่ยุนโฮ และพี่แจจุง ก็เป็นคนรักของผม....

เห็นไหมล่ะ...ผมโชคดีกว่าใครในโลกซะอีก....มีคนรักตั้งสี่คน...

เพราะคนรักของผม...คือ..."ดงบังชินกิ"

.
.
.
.
.

ก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็น "ดงบังชินกิ" ......ผมมองคนที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อไล่ตามความฝันอย่างไม่เข้าใจนัก....

"ความฝัน"
.
.
.
"อนาคต"
.
.
.
เรื่องพวกนี้น่ะไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย....


อาจจะเป็นเพราะว่า "อนาคต" ของผมถูกวางไว้เรียบร้อยแล้วก็ได้มั้งครับ

ลูกชายอาจารย์มหาวิทยาลัยอย่างผมจะทำอาชีพอะไรได้....นอกจากอาจารย์......แล้วก็หมอ....

อนาคตเหรอ....ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคิดถึงมันให้ปวดหัวอีกนั่นแหละ....

ก็เพราะเรื่องนั้นน่ะ ผมเห็นมันทุกครั้งที่หลับตาอยู่แล้วนี่ครับ....

ครั้งแรกที่เห็นพวกพี่ ๆ ซ้อมเต้นกันที่สวนสาธารณะ....ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงอยากเป็นนักร้องขนาดนั้น
.
.

การเป็นนักร้องมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ...?

.
.
ทำไมพวกเขาถึงร้องเพลงอย่างมีความสุข...ทั้ง ๆที่เงินยังแทบจะไม่มีติดกระเป๋า....
.
.
ทำไมพวกเขาถึงยอมทิ้งครอบครัว...ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...เพียงเพื่อจะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีสูง ๆ....
.
.
และทำไม....พวกเขาถึงไม่ยอมหยุดฝัน....ทั้ง ๆที่มันแทบจะไม่มีทางเป็นจริง......


[b]ความสุขที่ได้จากการร้องเพลง....มันมีอยู่จริง ๆเหรอ?[/b]


ผมไม่เคยเข้าใจ.......


จนกระทั่ง.....


ผมได้เห็นรอยยิ้มของพี่จุนซู.........

พี่จุนซูเป็นคนที่เหนื่อยง่ายมาก....แค่ขยับนิดหน่อยก็เหงื่อออกแล้ว

(เพราะเหตุนี้แหละ พี่ยุนโฮถึงได้อิจฉาพี่จุนซูนักที่ลดความอ้วนได้เร็วกว่าคนอื่น)


แต่ทุกวันที่ผมไปนั่งดูพวกพี่ ๆซ้อมเต้น...

ไม่มีวันไหน.......ที่พี่จุนซูไม่ยิ้ม....

ทั้ง ๆที่ควรจะเหนื่อยแทบขาดใจ....แต่พี่จุนซูก็ยังหัวเราะอย่างสนุกสนาน......

ทั้ง ๆที่มันไม่น่าจะมีความสุขเลย.....แต่พี่จุนซูก็ยังยิ้ม.....
.
.
.
.

"การเป็นนักร้อง.....มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ?..."
.
.
.
"ขอโทษนะฮะ เอ่อ ไม่ทราบว่า พวกพี่มาซ้อมเต้นกันตรงนี้ทุกวันเหรอครับ"

ผมเอ่ยถามหลังจากที่มายืนดูพวกเขาซ้อมเต้นได้ 2-3วัน

"ใช่...ทำไมเหรอ" พี่ยุนโฮตอบ

ในบรรดา 3 คนที่เต้นจนเหงื่อโชกมีพี่ยุนโฮคนเดียวนี่แหละที่พูดเป็นภาษาคนที่สุด

"เอ่อ....ผมชื่อชางมินฮะ...ชิมชางมิน"

"อืม..."

พี่ยุนโฮตอบสั้น ๆ

"ผมชอบที่พวกพี่เต้นนะฮะ...มันเท่ห์มากเลย...^ ^..."

"ขอบใจ...ว่าแต่นายเถอะ...ดึกป่านนี้แล้ว...ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก...นี่ไม่ใช่ที่ที่เด็กม.ต้นจะมาเที่ยวเล่นหรอกนะ"

"O_O ผมอยู่ม.ปลายแล้วนะฮะ"

"ม.ปลาย....ตัวแค่นี้อะนะอยู่ม.ปลาย..."

" -_- อะไรนะฮะ...แต่ผมว่าผมตัวสูงกว่าพี่ผู้ชายคนผมยาวคนนั้นอีกนะฮะ"

ผมหมายถึงพี่แจจุง...0..

"ยุนโฮ...อย่าไปแซวเด็กน่า...นี่นาย...ชางมินใช่มั้ย...ฉันเห็นนายมาดูทุกวันเลย...สนใจเรื่องเต้นเหรอ"

พี่จุนซูเอ่ยถาม หลังจากนั่งปรับลมหายใจอยู่นาน

"ก็ไม่เชิงหรอกฮะ...ผมเต้นไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่...แต่ถ้าร้องเพลงน่ะพอไหว..."

"งั้นเหรอ..."

"เอ่อ...ขอโทษนะฮะ...พวกพี่จะว่าอะไรไหมฮะถ้าผมจะถามอะไรซักหน่อย" ผมเริ่มเข้าเรื่อง

"หือ...อะไรล่ะ...ว่ามาดิ" พี่ยุนโฮตอบ

"พวกพี่มีความสุขกันไหมฮ่ะ"

อึ้ง--- พี่ยุนโฮกับพี่จุนซูเงียบไป ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจคำถามผม หรือแปลกใจที่อยู่ ๆ ผมถามอย่างนี้กันแน่...


"ฮึ....เข้าใจถามดีนี่เจ้าหนู...มีความสุขสิ...การได้ร้องเพลง...การได้เต้นน่ะ...มีความสุขมากเลยล่ะ"

พี่แจจุงหันมาตอบ

"จริงเหรอฮะ"


พี่จุนซูยิ้มก่อนลุกขึ้นร้องเพลงเพลงหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก

"~ ~ ต่อให้ไกลสุดฟ้า...ฉันก็จะหาเธอให้พบ...ต่อให้ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...ฉันก็จะคว้าเธอมาอยู่เคียงข้างฉันให้ได้...
โปรดเถอะนะ...โปรดรอฉันก่อน...สักวันฉันจะต้องเจอเธอแน่ ๆ...อย่าเพิ่งทอดทิ้งฉันนะ~ ~"

ผมนั่งนิ่ง....สาบานกับแมลงสาบแถวนี้ก็ได้...ผมไม่เคยได้ยินเสียงที่เพราะขนาดนี้มาก่อนเลย....

พี่จุนซูยิ้มกว้าง แล้วเดินมาลูบหัวผมแผ่วเบา...

"การร้องเพลงนะ...เป็นการทำให้คนอื่นมีความสุขนะ...ฉันจะไม่มีความสุขได้ยังไง...ก็ฉันกำลังทำให้คนอื่นมีความสุขอยู่นี่หน่า"
.
.
.
การร้องเพลงนะ...เป็นการทำให้คนอื่นมีความสุขนะ...ฉันจะไม่มีความสุขได้ยังไง...ก็ฉันกำลังทำให้คนอื่นมีความสุขอยู่นี่หน่า
.
.
.
ประโยคนี้ดังก้องอยู่ในหัวผมเป็นร้อย ๆครั้ง......


"ความสุขเหรอ"....

ผมบอกตัวเองมาตลอดว่า "ผมมีความสุข"

แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ผม "มี" นั้นเรียกว่า "ความสุข" ได้จริง ๆ...


ทั้งที่ผมยิ้ม...แต่ผมกลับไม่รู้ว่า "ความสุข"คืออะไร

ทั้ง ๆที่เราเรียกสิ่งนั้น ว่า "ความสุข" เหมือนกัน....แต่กลับสัมผัสมันได้ไม่เหมือนกัน....

รอยยิ้มของผมช่างต่างกับรอยยิ้มของพี่จุนซูเสียจริง....
.
.
.
ผมน่ะ...ไม่เคยมีความฝัน...ไม่มีแม้กระทั่งอนาคต...

แต่ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว...ทำให้ผมอยากจะลอง "ใช้ความฝัน" เดียวกับทุกคนบ้าง...


เพราะเหตุนี้.......ผมถึงได้มาเป็น "ดงบังชินกิ"......

.....ได้มาอยู่ร่วมกับคนรักทั้งสี่.....

......ได้มาใช้ความฝันและอนาคตร่วมกับคนรักที่วิเศษที่สุดในโลก....

......แม้ว่าวันพรุ่งนี้ของผมจะไม่มีอีกแล้ว....

......แต่ผมก็ไม่นึกเสียใจเลยสักครั้ง.....ที่วันนี้...ผมได้รัก "ดงบังชินกิ"....

----------------------------

- END Special Part III : My Name 's Shim Changmin -


edit @ 2007/03/30 12:46:07

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มินมิน T^T ซึ้งมั่กมากกก

มาต่อเร็วๆน้าค๊า สู้ๆ
#1  by  Gam[i]kaze* At 2007-03-30 18:10, 
อ๊าาาา..ซึ้งจริงๆเลยค่ะ

หนูมินมิน..ช่างคิดได้ลึกซึ้งจริงๆ




มาต่อเร็วๆนะคะ
มินมินผู้คิดอะไรลึกซึ้งได้อย่างง่ายๆ
คิก น่ารักจริงๆ คนฉลาดก็อย่างนี้แหละ คิกๆ
ก็จริงอย่างมินมินว่าแหละผู้ใหญ่เนี่ยช่างคิดมากไปจริงๆ คิดง่ายๆอย่างมินมินก็สบายแล้วเนอะ
#3  by  เบ๊นซ์ At 2007-03-31 00:34, 
นู๋มินทำไมเป็นคนเดียวอ่ะที่ไม่มีความรัก น่าจะให้คู่กะริคกี้หรือไม่ก้อน้องของยุนก้อได้อ่ะ อย่างนี้นู๋มินเราก้อเหงากะเค้าเป็นเหมือนกันนะน่าสงสารจัง เหมือนเราเลยต้องอยู่อย่างเดียวดาย แต่ไม่เป็นไรยังไงก้อขอให้นู๋มินสู้ต่อไปแล้วเราก้อจะสุ้ต่อไปเหมือนกัน เพื่อความรักอันยิ่งใหญ่ 555+(มันบ้าป่าววะ)
#4  by  ท่านเนออน (203.113.71.8) At 2007-04-02 16:14, 
ผมหลงข้ามาอ่าน ตอน Search เนื้อเพลง The story has just begun ..

อ่านตั้งแต่ บรรทัดแรก จนจบคอมเม้นต์สุดท้าย

ขอชมจากใจครับ ซึ้งจริงๆ ครับ ขอเป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปครับ สู้ๆ
#5  by  AonsukO (222.123.219.184) At 2007-10-26 02:29, 
น้องมิน ทำซึ้งจริง ๆ
ชอบที่น้องคิดมาก และเห็นด้วยอย่างที่สุด
ทำอะไรให้ปากกับใจตรงกันซะ ก็คงไม่มี
ปัญหาอะไรตามมา แต่ว่า อย่างว่านะ
คนเรามันซับซ้อน เลยมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ
#6  by  pu (58.137.129.220) At 2007-11-30 13:03, 

<< Home