สวัสดีครับ...........ผม.........ชิมชางมินครับ..................ผม.....เอ่อ.....จะพูดยังไงดีล่ะ.........
แหมจะว่าไปแล้วผมก็เขินนะครับ.........
ให้พูดถึงตัวเองเนี่ยมันยากพอ ๆกับชมผู้ชายว่าน่ารักเลยนะ..............
ปกติแล้ว ผมเป็นคนที่ชมตัวเองไม่ค่อยเป็นหรอกครับ......
บอกตรง ๆ เลยนะ.........ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองฉลาดอย่างที่ใคร ๆชอบพูดกันด้วยซ้ำ....
ผมแค่รู้ในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงเท่านั้นเอง.......
ไม่รู้สิ.....อาจจะเป็นเพราะว่าผมเป็นคนง่าย ๆ ไม่ค่อยคิดอะไรมากมั้งครับ...
ใครจะว่าผมไม่รอบคอบ คิดอะไรง่ายเกินไปก็ช่างเถอะ....ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปนั่งคิดโน่นคิดนี่ให้มันยุ่งยากมากความเลย.....
ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ....ใครจะไปรู้ว่าเราจะมีวันพรุ่งนี้ได้สักกี่วัน.......
ฉะนั้น.....เราก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง....แล้วก็ทำให้ตัวเองมีความสุขให้มากที่สุดใช่ไหมคร๊าบบบบบ....
ผมน่ะ...เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีเหตุผลในตัวมันเอง...
หลายครั้งที่ผมถามคนอื่นว่า "ทำไม?" แล้วได้รับคำตอบว่า "ไม่มีเหตุผล"
เชื่อไหมว่า คำว่า "ไม่มีเหตุผล" นั่นแหละคือ "เหตุผล"...
ให้ตายสิ...ผมเป็นคนคิดอะไรยาก ๆใช่ไหมครับ...แต่จริง ๆแล้วไม่ใช่เลยนะ...
ผมคิดอะไรง่าย ๆต่างหากล่ะ...
ในดงบังชินกิ ผมนี่แหละเป็นคนที่คิดอะไรง่ายที่สุดแล้ว....
ดูอย่างพี่ยูชอนสิ...ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงพี่จุนซูขนาดนั้น แต่ก็ยังคอยแกล้งเค้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน...
พี่จุนซูก็เหมือนกัน...ปากก็ด่าก็ว่าพี่ยูชอนไปงั้น...แต่พอพี่ยูชอนง้อทีไร ก็เห็นยอมทุกที...
ถ้าเป็นผมนะ...รักก็จะบอกว่ารัก...ห่วงก็จะบอกว่าห่วง...
ไม่คิดอะไรให้มันยุ่งยากเหมือนพวกพี่ ๆเด็ดขาด...
แหม...ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรก...ชีวิตคนเรามันสั้นนี่ครับ...
คิดอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลยดีกว่า....
พูดถึงพี่ยูชอนกับพี่จุนซู....ผมก็อดที่จะนึกถึงพี่ยุนโฮกับพี่แจจุงไม่ได้....
ทำไมน๊า...ทั้ง ๆที่ 4 คนนั่นเกิดก่อนผมตั้งหลายปี...
แต่เรื่องความรักเนี่ย...ต้องให้คนที่ไม่เคยมีแฟนอย่างผมมาสอนทุกที
พี่ยูชอนกับพี่จุนซูนะไม่เท่าไหร่....
ทั้งสองคนนั้นถึงจะกระเง้ากระงอดกันบ่อย ๆก็จริง...
แต่ก็ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันแล้ว
แต่คนที่ทำท่าเหมือนรักกันปานจะกลืนกินนี่สิ...
กลับไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงกันซะที....
เวลาจะแสดงความรักออกทางท่าทางล่ะก็เก่งกันนักทั้งสองคน...
แต่พอให้ยอมรับความรักจริง ๆที่อยู่ในใจ....กลับไม่เคยทำได้ซักที.....เฮ้อออ....
ผมล่ะไม่เข้าใจโลกของผู้ใหญ่เลยจริง ๆ ...
ความรักเป็นสิ่งสวยงามจะตาย...แล้วทำไมถึงหวาดกลัวที่จะบอกรักกันนัก...
ถ้าสมมุติพรุ่งนี้คนที่เรารักไม่ได้อยู่ฟังคำนั้นแล้ว....
คำว่า "รัก" จะมีประโยชน์อะไร....
ในเมื่อคนที่ควรจะได้ยินที่สุด...กลับไม่มีโอกาสรับรู้....
นี่ล่ะนะ เพราะเป็นผู้ใหญ่...ก็เลยต้องคิดอะไรให้มันยาก ๆไว้ก่อนมั้งครับ...
พี่ยุนโฮกับพี่แจจุงถึงไม่เข้าใจกันซักที...
ผมน่ะ...ถึงจะต้องเหงาบ้าง เพราะพี่ ๆเค้าก็มีคนรักกันหมด....
แต่ผมก็อยากให้พี่ ๆทั้งสี่คนมีความสุขจริง ๆนะครับ...
มันอาจจะดูแย่ที่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกับคู่รักตั้งสองคู่ในขณะที่เราไม่เหมือนอย่างเค้า...(โถ...น้องมิน...พ่อเทพบุตรตัวน้อยของเจ้--คนแต่ง)
แต่ผมกลับไม่รู้สึกเดียวดายเลยซักครั้ง....
ก็ใครว่าผมไม่มีคนรักล่ะ.....
ผมน่ะมีคนรักตั้งสี่คน...
พี่ยูชอนเป็นคนรักของพี่จุนซู....พี่ยุนโฮเป็นคนรักของพี่แจจุง...
และพี่ยูชอน พี่จุนซู พี่ยุนโฮ และพี่แจจุง ก็เป็นคนรักของผม....
เห็นไหมล่ะ...ผมโชคดีกว่าใครในโลกซะอีก....มีคนรักตั้งสี่คน...
เพราะคนรักของผม...คือ..."ดงบังชินกิ"
.
.
.
.
.
ก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็น "ดงบังชินกิ" ......ผมมองคนที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อไล่ตามความฝันอย่างไม่เข้าใจนัก....
"ความฝัน"
.
.
.
"อนาคต"
.
.
.
เรื่องพวกนี้น่ะไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย....
อาจจะเป็นเพราะว่า "อนาคต" ของผมถูกวางไว้เรียบร้อยแล้วก็ได้มั้งครับ
ลูกชายอาจารย์มหาวิทยาลัยอย่างผมจะทำอาชีพอะไรได้....นอกจากอาจารย์......แล้วก็หมอ....
อนาคตเหรอ....ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคิดถึงมันให้ปวดหัวอีกนั่นแหละ....
ก็เพราะเรื่องนั้นน่ะ ผมเห็นมันทุกครั้งที่หลับตาอยู่แล้วนี่ครับ....
ครั้งแรกที่เห็นพวกพี่ ๆ ซ้อมเต้นกันที่สวนสาธารณะ....ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงอยากเป็นนักร้องขนาดนั้น
.
.
การเป็นนักร้องมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ...?
.
.
ทำไมพวกเขาถึงร้องเพลงอย่างมีความสุข...ทั้ง ๆที่เงินยังแทบจะไม่มีติดกระเป๋า....
.
.
ทำไมพวกเขาถึงยอมทิ้งครอบครัว...ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...เพียงเพื่อจะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีสูง ๆ....
.
.
และทำไม....พวกเขาถึงไม่ยอมหยุดฝัน....ทั้ง ๆที่มันแทบจะไม่มีทางเป็นจริง......
[b]ความสุขที่ได้จากการร้องเพลง....มันมีอยู่จริง ๆเหรอ?[/b]
ผมไม่เคยเข้าใจ.......
จนกระทั่ง.....
ผมได้เห็นรอยยิ้มของพี่จุนซู.........
พี่จุนซูเป็นคนที่เหนื่อยง่ายมาก....แค่ขยับนิดหน่อยก็เหงื่อออกแล้ว
(เพราะเหตุนี้แหละ พี่ยุนโฮถึงได้อิจฉาพี่จุนซูนักที่ลดความอ้วนได้เร็วกว่าคนอื่น)
แต่ทุกวันที่ผมไปนั่งดูพวกพี่ ๆซ้อมเต้น...
ไม่มีวันไหน.......ที่พี่จุนซูไม่ยิ้ม....
ทั้ง ๆที่ควรจะเหนื่อยแทบขาดใจ....แต่พี่จุนซูก็ยังหัวเราะอย่างสนุกสนาน......
ทั้ง ๆที่มันไม่น่าจะมีความสุขเลย.....แต่พี่จุนซูก็ยังยิ้ม.....
.
.
.
.
"การเป็นนักร้อง.....มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ?..."
.
.
.
"ขอโทษนะฮะ เอ่อ ไม่ทราบว่า พวกพี่มาซ้อมเต้นกันตรงนี้ทุกวันเหรอครับ"
ผมเอ่ยถามหลังจากที่มายืนดูพวกเขาซ้อมเต้นได้ 2-3วัน
"ใช่...ทำไมเหรอ" พี่ยุนโฮตอบ
ในบรรดา 3 คนที่เต้นจนเหงื่อโชกมีพี่ยุนโฮคนเดียวนี่แหละที่พูดเป็นภาษาคนที่สุด
"เอ่อ....ผมชื่อชางมินฮะ...ชิมชางมิน"
"อืม..."
พี่ยุนโฮตอบสั้น ๆ
"ผมชอบที่พวกพี่เต้นนะฮะ...มันเท่ห์มากเลย...^ ^..."
"ขอบใจ...ว่าแต่นายเถอะ...ดึกป่านนี้แล้ว...ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก...นี่ไม่ใช่ที่ที่เด็กม.ต้นจะมาเที่ยวเล่นหรอกนะ"
"O_O ผมอยู่ม.ปลายแล้วนะฮะ"
"ม.ปลาย....ตัวแค่นี้อะนะอยู่ม.ปลาย..."
" -_- อะไรนะฮะ...แต่ผมว่าผมตัวสูงกว่าพี่ผู้ชายคนผมยาวคนนั้นอีกนะฮะ"
ผมหมายถึงพี่แจจุง...0..
"ยุนโฮ...อย่าไปแซวเด็กน่า...นี่นาย...ชางมินใช่มั้ย...ฉันเห็นนายมาดูทุกวันเลย...สนใจเรื่องเต้นเหรอ"
พี่จุนซูเอ่ยถาม หลังจากนั่งปรับลมหายใจอยู่นาน
"ก็ไม่เชิงหรอกฮะ...ผมเต้นไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่...แต่ถ้าร้องเพลงน่ะพอไหว..."
"งั้นเหรอ..."
"เอ่อ...ขอโทษนะฮะ...พวกพี่จะว่าอะไรไหมฮะถ้าผมจะถามอะไรซักหน่อย" ผมเริ่มเข้าเรื่อง
"หือ...อะไรล่ะ...ว่ามาดิ" พี่ยุนโฮตอบ
"พวกพี่มีความสุขกันไหมฮ่ะ"
อึ้ง--- พี่ยุนโฮกับพี่จุนซูเงียบไป ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจคำถามผม หรือแปลกใจที่อยู่ ๆ ผมถามอย่างนี้กันแน่...
"ฮึ....เข้าใจถามดีนี่เจ้าหนู...มีความสุขสิ...การได้ร้องเพลง...การได้เต้นน่ะ...มีความสุขมากเลยล่ะ"
พี่แจจุงหันมาตอบ
"จริงเหรอฮะ"
พี่จุนซูยิ้มก่อนลุกขึ้นร้องเพลงเพลงหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก
"~ ~ ต่อให้ไกลสุดฟ้า...ฉันก็จะหาเธอให้พบ...ต่อให้ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...ฉันก็จะคว้าเธอมาอยู่เคียงข้างฉันให้ได้...
โปรดเถอะนะ...โปรดรอฉันก่อน...สักวันฉันจะต้องเจอเธอแน่ ๆ...อย่าเพิ่งทอดทิ้งฉันนะ~ ~"
ผมนั่งนิ่ง....สาบานกับแมลงสาบแถวนี้ก็ได้...ผมไม่เคยได้ยินเสียงที่เพราะขนาดนี้มาก่อนเลย....
พี่จุนซูยิ้มกว้าง แล้วเดินมาลูบหัวผมแผ่วเบา...
"การร้องเพลงนะ...เป็นการทำให้คนอื่นมีความสุขนะ...ฉันจะไม่มีความสุขได้ยังไง...ก็ฉันกำลังทำให้คนอื่นมีความสุขอยู่นี่หน่า"
.
.
.
การร้องเพลงนะ...เป็นการทำให้คนอื่นมีความสุขนะ...ฉันจะไม่มีความสุขได้ยังไง...ก็ฉันกำลังทำให้คนอื่นมีความสุขอยู่นี่หน่า
.
.
.
ประโยคนี้ดังก้องอยู่ในหัวผมเป็นร้อย ๆครั้ง......
"ความสุขเหรอ"....
ผมบอกตัวเองมาตลอดว่า "ผมมีความสุข"
แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ผม "มี" นั้นเรียกว่า "ความสุข" ได้จริง ๆ...
ทั้งที่ผมยิ้ม...แต่ผมกลับไม่รู้ว่า "ความสุข"คืออะไร
ทั้ง ๆที่เราเรียกสิ่งนั้น ว่า "ความสุข" เหมือนกัน....แต่กลับสัมผัสมันได้ไม่เหมือนกัน....
รอยยิ้มของผมช่างต่างกับรอยยิ้มของพี่จุนซูเสียจริง....
.
.
.
ผมน่ะ...ไม่เคยมีความฝัน...ไม่มีแม้กระทั่งอนาคต...
แต่ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว...ทำให้ผมอยากจะลอง "ใช้ความฝัน" เดียวกับทุกคนบ้าง...
เพราะเหตุนี้.......ผมถึงได้มาเป็น "ดงบังชินกิ"......
.....ได้มาอยู่ร่วมกับคนรักทั้งสี่.....
......ได้มาใช้ความฝันและอนาคตร่วมกับคนรักที่วิเศษที่สุดในโลก....
......แม้ว่าวันพรุ่งนี้ของผมจะไม่มีอีกแล้ว....
......แต่ผมก็ไม่นึกเสียใจเลยสักครั้ง.....ที่วันนี้...ผมได้รัก "ดงบังชินกิ"....
----------------------------
- END Special Part III : My Name 's Shim Changmin -
edit @ 2007/03/30 12:46:07

