"เย้ พวกเราผ่านแล้ว..พี่จุนซู...พี่แจจุง...พวกเราผ่านแล้ววววววว"
เสียงน้องเล็กของวงตะโกนไปลั่นบ้านด้วยความดีใจหลังจากได้รับโทรศัพท์ประกาศผลการแข่งขันรอบสอง ชางมินวิ่งไปกอดแจจุงที จุนซูที เหมือนเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจไม่มีผิด
"เราผ่านแล้ว....เราผ่านแล้วนะ...ยุนโฮ" คนสวยหันไปยิ้มให้กับหัวหน้าวง ขณะที่ยังไม่คลายอ้อมกอดจากน้องเล็กของวงเลยซักนิด
"อืม" ยุนโฮตอบเสียงเรียบ ท่าทางไม่ค่อยตื่นเต้นกับข่าวที่ได้รับเท่าไหร่นัก...
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าหลังจากที่แข่งรอบที่สอง เขาค่อนข้างมั่นใจว่าพวกเขาจะต้องผ่านมาถึงรอบสุดท้ายแน่ ๆ...และอีกส่วนหนึ่ง....เป็นเพราะ....ปาร์คจอนจิน
"ดูนายไม่ค่อยตื่นเต้นเลยนะ"
"อ๋อ....เอ่อ...อ้อ....ตื่นเต้นสิ....แต่ว่า....คนผู้นำน่ะ...จะต้องสงบเสงี่ยมไว้ไง....เพื่อ....คนอื่น....จะ...ได้....เกรงขามไง..."
ยุนโฮว่าพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ท่าทีนั้นทำเอาแจจุงเอื้อมมือไปหมุมศรีษะเจ้าของผมชี้ตั้งเบา ๆ
"หนอย....สงบเสงี่ยม....นี่แน่ะ...นี่แน่ะ....เท่ห์ตายล่ะ"
"อ๊า....แจจุงอ่า...." ยุนโฮร้องเบา ๆ แล้วรวบร่างบางมาไว้บนตัก โดยไม่สนใจสายตาสองคู่ที่มองมาด้วยความอิจฉา
"ชางมิน....นายว่ามั้ย....คนบางคนเนี๊ยะ....เขาช่างทำอะไรได้ไม่สนใจจิตใจคนอื่นเลยเน๊าะ" จุนซูว่า
"ฮะ...." ชางมินตอบหน้าตาเหรอหรา
"ที่พูดอย่างนี้เพราะเจ้ายูชอนไม่อยู่ใช่มั้ยล่ะ....เจ้ามะพร้าว..." ยุนโฮยิ้มกรุ้มกริ่ม ขณะที่มือก็กระชับเอวร่างบางให้แน่นขึ้น
"ยะ....ยุนโฮ...." จุนซูตะโกนเสียงดัง...แก้มใสกลายเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะความเขินอาย
ชางมินกับแจจุงยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นไม่ให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกไป....ในขณะที่จุนซูเม้มปากอย่างงอนๆ...
เมื่อวานยูชอนโทรมาบอกว่าจะค้างบ้านพ่อแม่ 2-3 วัน ทำให้เจ้าของเสียงแหบเสน่ห์ของวงไม่ได้อยู่ฟังข่าวดีพร้อมกับเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ
"เจ้ามะพร้าว...โทรไปบอกยูชอนสิว่าเราผ่านแล้ว" แจจุงเอ่ยขึ้น
"เอ่อ...ชางมิน....โทรไปบอกยูชอนให้หน่อยสิ"
จุนซูเลี่ยง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากบอกข่าวดีนี้ด้วยตัวเขาเอง แต่เป็นเพราะว่า เมื่อวานเขาโทรไปที่บ้านของยูชอนแล้วแต่กลับโดนแม่บ้านตะคอกกลับอย่างไม่ใยดี
"เอ๋....ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ...ถ้าเป็นพี่จุนซู...พี่ยูชอนน่าจะดีใจกว่านะฮะ"
"ถูกของชางมินนะ....ข่าวดีอย่างนี้นายน่าจะเป็นคนบอกยูชอนด้วยตัวเองนะ" ยุนโฮพูดอย่างมีเหตุมีผล ในขณะที่ร่างบางบนตักกลับเอียงคอมองร่างเล็กอย่างเคลือบแคลงใจ
"มีอะไรรึเปล่าจุนซู" แจจุงถามเสียงเรียบ
"เอ่อ....."
"ว่ายังไงล่ะ"
"คืออย่างนี้...เมื่อวานน่ะ....พอยูชอนได้รับโทรศัพท์จากพ่อ...เค้าก็รีบออกไปเลยแทบจะไม่ได้ใส่โค้ทด้วยซ้ำ...ตกเย็นก็โทรมาบอกว่าจะค้างที่นั่น....ตอนโทรมาน่ะ...น้ำเสียงยูชอนไม่ดีเลย แถมพูดยังไม่ทันจบโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปเฉยเลย...ฉันโทรกลับก็ไม่ติด...ก็เลย...โทรไปที่บ้านน่ะ.."
"แล้วยังไงต่อ..."
"เอ่อ...แม่บ้านเค้าบอกว่า...ยูชอนอยู่กับครอบครัวไม่ว่างรับสาย...แล้วก็....เอ่อ...."
"แล้วอะไรจุนซู"
"เอ่อ....เค้า...เค้าบอกว่าไม่ให้โทรมาอีก"
แจจุงลุกขึ้นพรึ่บหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวจากจุนซู ร่างบางเดินไปจับมือคนตัวเล็กหมายจะลากออกไปจากที่นี่
"เฮ้ย....อะไรของมันว่ะ...ไป...จุนซู...ไปบ้านเจ้าหนูผีนั่นกัน...ปล่อยให้ยัยป้าบ้ามาพูดกับนายอย่างนั้นได้ยังไง...ลุยเลยดีกว่า"
"เดี๋ยววววววว....." ก่อนที่แจจุงจะลากร่างเล็กไปไหนต่อไหน ยุนโฮก็เข้ามาดึงข้อมือจอมหาเรื่องสุดก๋ากั๋นเสียก่อน
"ใจเย็น ๆก่อนน่า....นายจะทำให้เป็ฯเรื่องใหญ่เปล่า ๆนะแจจุง..."
"แต่ว่า...."
"เชื่อฉันเถอะน่า...."
"ฮึ....ก็ได้" แจจุงตอบแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆชางมินอย่างอารมณ์เสีย...แม้ยุนโฮจะค่อนข้างซื่อบื้อ แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่าเขาค่อนข้างรอบคอบและมีสติกว่าคนอื่นเสมอ
"จุนซู...." ยุนโฮละมือจากข้อมือบาง ไปโอบไหล่เล็กเบา ๆเชิงปลอบใจ....เขารู้ดีว่าจุนซูรู้สึกอย่างไร...เมื่อวานก็คงร้องไห้ไปหลายรอบ...ตาถึงได้ช้ำขนาดนี้
"ใจเย็น ๆนะ...มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดก็ได้....ยูชอนคงกำลังยุ่งจริง ๆน่ะแหล่ะ...อย่าคิดมากเลย...."
ยุนโฮปลอบใจ....จุนซูเป้ฯคนคิดมากมาแต่ไหนแตไรแล้ว....
ไม่น่าแปลกใจเลยที่คำพูดเพียงไม่กี่คำจากคนทางบ้านของยูชอนจะทำให้จิตใจของคนตัวเล็กนี้สั่นคลอนได้
"อืม...." จุนซูตอบเสียงแผ่วเบา หากแต่สีหน้าไม่ได้คลายเศร้าลงเลยซักนิด
แจจุงลอบมองร่างเล็กเป็นระยะ....นึกสงสารจุนซูขึ้นมาจับใจ.....
ยุนโฮอาจจะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย.....แต่สำหรับจุนซูแล้ว....แค่รอยช้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นบาดแผลลุกลามได้....
ความรักที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ....แต่ไม่สามารถสัมผัสได้....มันเจ็บปวดยิ่งกว่าการไม่มีใครรักเสียอีก....
รู้อย่างนี้แล้ว....ยังจะทำอย่างนี้อีกเหรอยูชอน.....นายจะยังรักจุนซู....ทั้ง ๆที่เป็นไปไม่ได้อีกเหรอ.....
นายจะยอมทิ้งทุกอย่าง....ทิ้งครอบครัว....ทิ้งเกียรติยศชื่อเสียง....และ....ผู้หญิงคนนั้น....เพื่อจุนซูได้จริง ๆเหรอ....ยูชอน...
...............................................................
ปลายเท้าทั้งสองหยุดกึกตรงหน้าปานประตูไม้สลักบานใหญ่....
ภายในห้องนั้น...ยูชอนคงขมักเขม้นกับการทำงานอยู่....มือเรียวคงกำลังกุมขมับอย่างเคร่งเครียดเพราะงานที่ไม่ลงตัว....
จุนซูยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงภาพคนรักกำลังเคร่งเครียดอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า....
มิคกี้...หรือเจ้าหนูผีที่เพื่อน ๆในวงเรียก....คนที่คอยแหย่คนโน้นคนนี้....ก็มีมุมที่จริงจังกับชีวิตเหมือนนะ....^^
จุนซูหยุดยืนตรงหน้าประตูครู่ใหญ่ด้วยไม่รู้ว่าการมาเยือนของตนจะรบกวนการทำงานของคนในห้องหรือเปล่า....
ยูชอนไม่ได้กลับไปนอนที่อพาร์ทเม้นท์อาทิตย์นึงแล้ว....มีเพียงโทรศัพท์มาบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น....
การแข่งขันรอบสุดท้ายพวกเขาเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนที่ได้รับข่าวการผ่านรอบสองมานานพอสมควรแม้ยูชอนจะขาดซ้อมเป็นอาทิตย์ก็ไม่มีปัญหา....
แต่เขานี่สิ....คิมจุนซูคนนี้ที่ขาดปาร์คยูชอนไม่ได้....เป็นเหตุผลที่ทำให้เขามายืนอยู่ที่นี่ เพื่อพบรอยยิ้มที่สดใส และอ้อมกอดที่คุ้นเคยอีกครั้ง...
"คุณค่ะ...." เสียงหวาน ๆเอ่ยทักเบา ๆพอให้ร่างเล็กหลุดออกมาจากห้วงความคิด....จุนซูหันไปมองตามต้นเสียง...ก่อนจะมองคนตรงหน้าตาค้าง...
สวยเหลือเกิน....
เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดแต่งอย่างปราณีต....ดวงตากลมโตปัดแต่งด้วยอายเชโดว์สีสวยบาง ๆ....ริมฝีปากบางชมพูระเรื่อชวนหลงไหลจนอยากเอื้อมมือไปสัมผัสสักครั้ง
ผ้าพันคอสีชมพูสดขับใบหน้าเรียวให้ดูโดดเด่นน่ามองมากขึ้น.....
ไม่ว่าจะมองยังไง....ผู้หญิงคนนี้ก็ดูสวยงาม....เหมือนนางฟ้าไม่มีผิด....
"คุณค่ะ..."
"อ่ะ...ครับ"
"มาหามิคกี้เหรอค่ะ?"
"มิคกี้?...อ๋อ...ครับ..."
ร่างบางยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ามาพบคน ๆเดียวกับคนที่ตนมาหา....ท่าทางเก้ๆกัง ๆไม่รู้ว่าจะเข้าหรือไม่เข้าดีทำเอาหญิงสาวหัวเราะออกมาเบา ๆด้วยความเอ็นดู
"แล้วทำไมไม่เข้าไปล่ะค่ะ..."
"เอ่อ....ผม..."
"เข้าไปพร้อมกันไหมค่ะ...คุณคงเป็นเพื่อนของมิคกี้...เขาคงดีใจที่เพื่อนมาหา..."
"คะ....ครับ....เอ่อ....คุณ..."
"ฉัน...นารีค่ะ....คู่หมั้นของมิคกี้...หวังว่าเราคงสนิทกันมากขึ้นในโอกาสต่อไปนะค่ะ...คุณ...เอ่อ..."
"....คู่หมั้นเหรอครับ...."
"ค่ะ....มิคกี้คงยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณมั้งค่ะ...คือเราหมั้นกันตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะค่ะ....พอดีฉันเพิ่งกลับมาอเมริกาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง...กระทันหันไปหน่อย...แต่ก็ดีใจที่ได้พบคุณนะค่ะ....ฉันกลัวว่ามิคกี้มาอยู่เกาหลีแล้วจะไม่มีเพื่อน....ตานั่นน่ะ...โลกส่วนตัวสูงจะตาย...แล้วก็ไม่ค่อยเปิดใจให้ใครง่าย ๆซะด้วย....พอเห็นว่ามิคกี้มีเพื่อนน่ารัก ๆอย่างคุณ...ฉันเลยดีใจจริง ๆค่ะ..."
เหมือนหัวใจถูกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็นจนขาดวิ่น....ใบหน้าแดงฉานราวกับโดนตบอย่างแรง....
จุนซูก้าวเท้าถอยหลังออกมาช้า ๆ....ปลายเท้าเบาหวิวราวกับไม่ได้สัมผัสพื้น...ปลายตาร้อนฉ่าเพราะหยดน้ำอุ่นที่อัดอยู่ขอบตา...
ผู้หญิงคนนั้น....นางฟ้าคนนั้น....คือ คู่หมั้นของยูชอน.......
คู่หมั้น....
คู่หมั้น.......
คู่หมั้น.............ของยูชอน...
"คุณค่ะ.....คุณค่ะ....." หญิงสาวตะโกนเรียกชายร่างเล็กเบา ๆเมื่อเห็นว่าอยู่ ๆคนตรงหน้าก็เดินจากไปโดยที่ยังไม่ได้แนะนำตัว....
แต่ทว่าร่างเล็กเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของตัวเอง...ร่างบางจึงส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูเบา ๆ
"มิคกี้!!!"
ร่างสูงเงยหน้ามาตามเสียง เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร ริมฝีปากหนาก็ยิ้มกว้างต้อนรับ....
นารีเดินอ้อมไปหลังโต๊ะ ก่อนจะกดริมฝีปากลงเบา ๆที่แก้มเนียน ร่างบางยิ้มกว้างให้กับ"คู่หมั้น" แขนเรียวโค้งไปโอบคอร่างสูงไว้หลวม ๆ
"หิวรึยังค่ะ...คนเก่ง..."
"ยังเลยครับ...แล้วนี่ทานอะไรมารึยังครับ?...น้ำส้มซักแก้วมั้ย?"
"ไม่ล่ะค่ะ....เออนี่...มิคกี้...เมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาด้วยล่ะ....นารีชวนเขาเข้ามาพร้อมกันก็ไม่ยอมเข้ามา...แปลกคนจริง ๆ"
"เอ๋...เพื่อนเหรอ?"
"ค่ะ...คิดว่าใช่นะค่ะ...ตัวเล็ก ๆหน่อย....ผมสีน้ำตาล ๆ....หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงเลย.....ตาก็ส๊วยสวย...อยากเป็นเพื่อนกับเค้าจัง..."
"....จุนซู.....จุนซู..." ยูชอนผลุบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งออกจากห้องโดยไม่สนใจร่างบางที่ยืนงุนงงไม่เข้าใจอยู่เลย
ร่างสูงพาตัวเองออกมายืนหน้าบริษัท...ป้ายรถเมล์...สวนสาธารณะใกล้ ๆ...ที่คิดว่าจุนซูน่าจะอยู่....
ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที...ร่างเล็กไม่น่าจะไปไหนได้ไกล...
แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นแม้แต่ร่องรอย....
"จุนซู....นายอยู่ไหน....อย่าเพิ่งคิดอะไรนะ....อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น....ขอร้องล่ะ...จุนซู....."
......................................................
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่สองเท้าพาเขาเดินมาจนถึงร้านอาหารที่ทำงานพิเศษ...
จุนซูเดินไปหลังร้านอย่างคุ้นเคย หลังจากยิ้มแห้ง ๆให้กับดงแฮ เพื่อนร่วมงานที่หน้าเคาท์เตอร์...
ร่างเล็กทรุดตัวลงบนโซฟาตัวเล็กข้างชั้นวางของอย่างสิ้นเรี่ยวแรง....
....ไม่ใช่แค่หัวใจที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี....หากแต่ลมหายใจ...ก็ดูเหมือนจะถูกปลิดลงไปด้วย....
"คู่หมั้น" คำ ๆนั้นยังดังก้องอยู่ในความทรงจำของเขา....
ถ้านางฟ้าคนนั้นเป็นคู่หมั้น....แล้วเจ้ามะพร้าวอย่างเขาเป็นอะไร?
....หยดน้ำร่วงหล่นจากขอบตาเป็นสายรายกับถูกกักกั้นมานาน....ร่างบางสั่นสะเทิ้มตามแรงสะอื้นจนลมหายใจขาดหายเป็นห้วง ๆอย่างทรมาน...
.....เจ็บเหลือเกิน....เจ็บ....ราวกับหัวใจถูกกรีดด้วยมีดพัน ๆเล่ม....ลมหายใจที่แสดงถึงความมีชีวิตถูกช่วงชิงจากไปด้วยคำเพียงคำเดียว....
"ความรัก" มันเจ็บมากขนาดนี้เลยหรือ....
ฉันรักนาย....ฉันควรจะดีใจที่นายกำลังจะมีความสุขใช่ไหม...แต่ทำไม....น้ำตาถึงไม่หยุดไหลเลยล่ะ....
ทำไมถึงเจ็บอย่างนี้....ยูชอน....ทำไมฉันถึงเจ็บเหมือนจะขาดใจอย่างนี้....
ทั้ง ๆที่เขาทำใจไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึงไม่วันใดก็วันหนึ่ง.....แต่ก็ไม่คิดว่าความโหดร้ายนั้นจะมาถึงเร็วเช่นนี้...
ผู้ชายรักผู้ชาย มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตร่วมกันมากมาย....ทั้งสังคม...ครอบครัว...คนรอบข้าง....
ทุกอย่างล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกที่จะ "เลิกรัก" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเป็นผู้หญิงก็อาจทำอะไรเพื่ออนาคตร่วมกันอย่างแต่งงาน สร้างครอบครัว หรือมีลูกได้....
แต่สำหรับผู้ชาย...อนาคตที่จะใช้ชีวิตร่วมกันจนแก่จนเฒ่าดูเหมือนจะมืดมนเต็มที...
แต่อย่างน้อย....ก็อยากจะอยู่อย่างนี้ให้นานที่สุด.....อยากจะรัก......อยากจะอยู่เคียงข้าง.....ให้นานที่สุด....
พระเจ้าครับ.....ผมขอท่านมากไปหรือครับ....ท่านถึงลงโทษผมเช่นนี้....ท่านส่งยูชอนมาให้กับผม....แต่ทำไมท่านเอาเขากลับไปเร็วนัก....
ผมยังไม่ได้รัก...ยังไม่ได้อยู่เคียงข้าง....ยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อเขาเลยนะครับ....ผมบาปขนาดนั้นเลยหรือครับท่าน....ทำไมท่านต้องพรากคนที่ผมรักไปทุกคนด้วย....
ให้เวลาผมอีกสักนิดไม่ได้หรือครับ....ผมสัญญาว่าผมจะคืนความสุขทุกอย่างของผมให้ท่าน....แค่เพียงท่านจะยืดเวลาให้ยูชอนอยู่กับผมอีกสักหน่อย....เพียงแค่นี้....เพียงแค่นี้...
ไม่ได้หรือครับท่าน......
"เป็นอะไรรึเปล่าจุนซู..." ดงแฮถามแผ่วเบา......เขาถาม.....ทั้ง ๆที่รู้อยู่แล้วว่าร่างเล็กกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น...
เกือบ15นาทีที่เขายืนดูร่างเล็กสะอื้นไห้....แม้จะอยากเข้าไปปลอบประโลม....แต่ร่างสูงกลับทำได้เพียงยืนดูอยู่ห่าง ๆเท่านั้น
"อึก...ปะ...เปล่า..."
จุนซูเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ แรงสัมผัสทำให้ดวงตาคู่เล็กแดงช้ำมากขึ้น เมื่อเห็นเช่นนั้นดงแฮจึงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าร่างเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาที่ติดอยู่เต็มสองแก้ม...
"ร้องเถอะจุนซู....นายเจ็บมากใช่ไหม....อย่าเก็บมันไว้เลยนะ....ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายเอง"
"อึก....ดงแฮ....ฮือ...อึก....ฮือ....ฮือ....." จุนซูโผเข้าไปกอดร่างสูงแทบจะทันทีที่สิ้นเสียงนั้น น่าแปลกที่คำพูดเพียงไม่กี่คำสามารถปลดศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย จนยอมเผยน้ำตาแห่งความอ่อนแอให้กับดงแฮได้...เขากับดงแฮ....แม้ว่าจะไม่ได้สนิทกันมากถึงขั้นคุยทุกเรื่องในชีวิต....แต่เวลาที่เขาอ่อนแอเช่นนี้....อ้อมกอดจากเพื่อนไม่สนิทคนนี้กลับทำให้เขาอบอุ่นได้อย่างประหลาด
"ไม่เป็นไรนะ....ฉันอยู่นี่แล้ว....ไม่เป็นไรนะจุนซู...."
"ฮือ....ยูชอน...อึก....ยูชอน...เค้า...ฮือ....ยูชอน....ฮืออออออออ..."
ดงแฮลูบหลังเพื่อนแผ่วเบา....เพราะปาร์คยูชอนจริง ๆสินะ....คนที่ทำให้จุนซูยิ้มกว้างได้...และคนที่คนทำให้จุนซูร้องไห้ได้...ก็คือปาร์คยูชอนแค่คนเดียว....
"อืมมมม....ไม่เป็นไรนะ....จุนซู....เดี๋ยวยูชอนก็กลับมานะ...."
เขาพูดไปอย่างนั้น...ทั้ง ๆที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างจุนซูและยูชอน...แต่ยังไงเขาก็เชื่อว่ายูชอนไม่มีวันทิ้งจุนซูไปแน่....ยูชอน....ไม่มีวันทิ้งเจ้ามะพร้าวของเขาไปแน่ ๆ
"ฮืออออ....ไม่.....ยูชอนเค้าไม่กลับมาแล้ว....อึก....ฮือ....ดงแฮ....ยูชอน....ฮือออออ....ยูชอนเค้ามีคู่หมั้นแล้ว.....ยูชอน.....อึก....ฮือ....ยูชอน....ไม่กลับมาแล้วววว.....ฮืออออ"
มือเรียวที่ปลอบประโลมกลางแผ่นหลังชะงักลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินเรื่องราว.....
"คู่หมั้น"...เพราะอย่างนี้สินะจุนซูถึงเสียใจมากขนาดนี้....
กับคู่แข่งที่ไม่มีวันชนะ....สำหรับเกมส์ความรัก.....ไม่มีอะไรที่จะโหดร้ายไปกว่านี้แล้ว
ดงแฮโอบกอดเพื่อนโดยไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ได้แต่ปล่อยให้ร่างเล็กปลดปล่อยความเจ็บช้ำออกมาให้หมด.....
แม้จะช่วยเป็นได้แค่ไหล่ที่ให้พักพิง...แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย....
ร่างเล็กสะอื้นหนัก แต่จู่ ๆก็เงียบไป...ดงแฮผละร่างเล็กจากอ้อมกอดด้วยความแปลกใจ
แต่กลับพบใบหน้าเพื่อนที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือเล็กกดหนักที่หน้าอกข้างซ้ายอย่างทรมาน ลมหายใจหอบหนักจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว...
"จุนซู!!!!"
...........................................................................
"จุนซูเป็นยังไงบ้าง"
ร่างบางเอ่ยถามเสียงดัง ทั้งที่เพิ่งวิ่งมาแทบไม่ได้หายใจ....
ตั้งแต่มีโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมงานของจุนซูว่า คนตัวเล็กถูกหามส่งโรงพยาบาลกระทันหัน
ก็ทำให้เขา ยุนโฮ และชางมินรีบมาที่นี่อย่างรวดเร็ว....
ชางมินในสภาพที่แว่นยังคาตาอยู่....แจจุงในสภาพที่ผมข้างหน้าถูกมัดจุกเล็ก ๆกันปอยผมลงมาระตาตอนร้องเพลง....
ส่วนยุนโฮ....ก็รีบวิ่งมาโดยที่ยังใส่รองเท้าแตะอยู่เลย....
"หมอยังไม่ออกมาเลยครับ...เข้าไปซักพักแล้วเหมือนกัน" ดงแฮตอบ ท่าทางกระวนกระวายไม่ต่างจากผู้มาใหม่ทั้งสามนัก
ตอนที่รถโรงพยาบาลมารับ...จุนซูอยู่ในสภาพแย่มาก หมอต้องให้อ๊อกซิเจนมาตลอดทางเพราะเกรงว่าร่างเล็กจะหายใจไม่ทัน...
พอตั้งสติได้ เขาก็นึกได้ว่าควรจะบอกใครสักคนที่เป็นญาติของจุนซู...แต่ที่พอนึกออก...ก็แค่เพื่อนร่วมวงตามเบอร์อพาร์ทเม้นที่จุนซูเคยให้ไว้เท่านั้น
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น...ทำไมจุนซูถึงเป็นอย่างนั้น....ใครทำอะไรเขา..."
ยุนโฮตะคอกเสียงดัง....ปกติจุนซูเป็นคนแข็งแรง...จู่ ๆถึงขั้นหามส่งโรงพยาบาลคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ๆ
"ใจเย็น ๆสิยุนโฮ....นาย...ดงแฮใช่มั้ย...เกิดอะไรขึ้นน่ะ....ทำไมจู่ ๆจุนซูถึงเป็นลม..." แจจุงปราม แล้วหันมาถามดงแฮด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความกระวนกระวายใจไม่ต่างจากยุนโฮเลย
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ....เขา....ร้องไห้....แล้วจู่ ๆก็....เป็นลมล้มลงไป"
"ร้องไห้เหรอ?" ยุนโฮ ชางมิน และแจจุงตะโกนขึ้นพร้อมกัน
"ครับ..."
"เขาร้องไห้เรื่องอะไร?" แจจุงถาม
"เอ่อ....คือ...."
"อ่ะ....คุณหมอออกมาแล้วฮะ" ชางมินตะโกนขัดเมื่อเห็นคนในชุดกราวน์ออกมาจากห้องไอซียู ทำให้ทุกคนรีบกรูไปยังหน้าห้องอย่างรวดเร็ว
"จุนซูเป็นไงบ้างครับ" ทั้งหมดถามขึ้นพร้อมกัน
"ปลอดภัยแล้วครับ หมอให้ยานอนหลับไป...อีกไม่นานคงฟื้น...."
ทั้งสี่ถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน....หากแต่ยังมีอีกคนที่รอบคอบกว่าใคร เอ่ยถามคุณหมอขึ้นมากระทันหัน
"พี่จุนซูเป็นอะไรฮะ....แค่เป็นลมเฉย ๆใช่มั้ยฮะ...."
"เอ่อ....ไม่ทราบว่าพวกคุณ มีใครเป็นญาติกับคนไข้ไหมครับ...หมอขอคุยด้วยหน่อย"
"พวกเราเป็นเพื่อนเขาครับ....จุนซูอยู่ที่โซลคนเดียว....ญาติเขาอยู่ที่ต่างจังหวัดกันหมด" ยุนโฮตอบ
"หรือครับ....งั้นก็แย่สิครับ หมอมีเรื่องสำคัญที่ต้องชี้แจงให้ญาติคนไข้ทราบเสียด้วย...."
"เอ่อ....บอกพวกผมก็ได้ครับ !!"
"งั้นเชิญที่ห้องหมอดีกว่าครับ"
....................................................................................
~~คนไข้ลิ้นหัวใจรั่วครับ อาการไม่ค่อยดีนัก หมออยากให้เขารับการผ่าตัด ปล่อยไว้อย่างนี้คงไม่ดีแน่ แม้ผลการผ่าตัดจะไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังเสี่ยงน้อยกว่านะครับ~~
ดงบังชินกิโผเข้าหากันโดยปราศจากคำพูดใด ๆ ในขณะที่ดงแฮได้แต่ยืนนิ่งไร้การเคลื่อนไหวหรือคำพูดใด ๆเช่นกัน
"ความสูญเสีย"...."ความตาย" ..... ดูโหดร้ายมากขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าเมื่อเกิดกับคนใกล้ตัว....
สิ่งที่ทำได้....ก็แค่พยายามยื้อให้การเดินทางของมันมาถึงช้าที่สุดเท่านั้น
...................................................................................
"อืมมมม" ดวงตาเล็กค่อย ๆ ปรับรับแสง หลังจากที่หลับไหลไปนานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นภาพเพื่อนร่วมวงทั้งสามและดงแฮเรียงรายรอบเตียงด้วยความเป็นห่วง
"ฟื้นแล้วเหรอจุนซู..." แจจุงยิ้มกว้าง หยดน้ำใสร่วงหล่นจากนัยน์ตาอย่างยากที่จะระงับ ในขณะที่ชางมินดวงตาแดงกล่ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
"แจจุง...ยุนโฮ...ชางมิน....ดงแฮ....เป็นอะไรไป...ร้องไห้ทำไม"
"ผมดีใจที่พี่จุนซูฟื้นน่ะฮะ....ผมดีใจที่พี่ไม่เป็นอะไร...." ชางมินตอบเสียงแผ่ว พลางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
"ใช่ ฉันดีใจน่ะที่นายฟื้น....ดีจังนะจุนซูที่นายไม่เป็นอะไร" แจจุงพูด มือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาป้อย ๆ
"ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว...นี่ไง...เห็นไหม....ฉันแข็งแรงจะตาย" จุนซูว่าพลางถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยแล้วทำท่าเบ่งกล้ามที่ต้นแขน
"ขอบใจมากนะดงแฮ....นายเป็นคนพาฉันมาที่นี่ใช่ไหม....โดดงานมาอย่างนี้...มาสเตอร์โมโหแย่เลย"
"ไม่เป็นไรหรอก...มาสเตอร์เค้าไม่ว่าอะไรเลย....ยังฝากบอกมาว่าให้นายพักผ่อนมาก ๆ...ถ้ามาสเตอร์ไม่ติดลูกค้าคนสำคัญก็คงมาที่นี่ด้วยกันแล้ว"
"อิอิ เหรอ....บอกมาสเตอร์นะว่าฉันไม่เป็นไรแล้ว....จะให้รวบกะเช้ากะบ่ายเลยก็ได้...อิอิ"
"อืม...."
"จุนซู...นายต้องพักผ่อนให้มาก ๆนะ....ห้ามทำงานหนักอีก....ห้ามนอนเกินสี่ทุ่ม...ห้ามกินน้ำอัดลมอีก เข้าใจไหม"
"ยุนโฮ....ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ...แล้วอีกอย่างฉันนะ..แข็งแรงจะตะ....~"
"นายต้องนอนเยอะ ๆ ....กินแต่อาหารที่มีประโยชน์....เจอแต่เรื่องดี ๆนะรู้ไหม....ในฐานะหัวหน้าวงฉันสั่งนายว่าห้ามป่วย...ห้ามเจ็บ....ห้ามคิดมากอีก...เข้าใจไหม"
ยุนโฮพูดเสียงแผ่ว ปลายนิ้วเย็นเฉียบจับข้อมือจุนซูไว้แน่น ในขณะที่น้ำตาของแจจุงและชางมินเริ่มรินไหลอีกครั้ง
"พวกนาย....รู้เรื่องหมดแล้วสินะ...." จุนซูพูดเสียงเบา ริมฝีปากบางขบเม้มอย่างเศร้าสร้อย
เขารู้เรื่องที่ตัวเองเป็นโรคนี้มานานแล้ว ....
เพราะฉะนั้นเขาถึงอยากเป็นนักร้อง อยากมีเงินเยอะ ๆให้แม่ภูมิใจ ทดแทนที่เขาพรากพี่จุนโฮไปจากแม่ และครอบครัว
"นายรู้..." ยุนโฮเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ
"อืมมมม...."
"เจ้าบ้า...ทำไมนายไม่บอกฉัน....ฮือ...จุนซู....ทำไมต้องเป็นอย่างนี้....ทำไมถึงมาปลอบใจฉันหน้าตาเฉยโดยที่นายก็เจ็บอยู่อย่างนี้....ฮือ....ทำไม...จุนซู....ทำไม..."
แจจุงสะอื้นไห้ ทรุดตัวลงข้างร่างเล็กช้า ๆ ชางมินเอื้อมมือมาประคองแจจุงไว้ ในขณะที่อีกมือก็เช้ดน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหลที่แก้มของตัวเอง...
"ขอโทษนะทุกคน....ขอโทษจริง ๆ....ฉันไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจ....ฉันไม่ชอบเลยที่จะถูกปฏิบัติราวกับเป็นคนป่วย....ตราบใดที่ฉันยังหายใจ...ฉันอยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติให้มากที่สุด....ฉะนั้น...ขอโทษนะทุกคน...."
"จุนซู......" ชางมิน ยุนโฮและแจจุงโผเข้ากอดร่างเล็กพร้อมกัน เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปทั่วห้อง ...
ดงแฮเอื้อมมือไปปาดหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ที่ขอบตา....ก่อนจะเดินเข้าไปจับมือร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนเบา ๆ....
"ทุกคน...ฉันขออะไรอย่างนึง....อย่าบอกเรื่องนี้กับยูชอนนะ...เรื่องที่ฉันป่วย....ห้ามบอกยูชอนเด็ดขาดนะ"
"ทำไมล่ะจุนซู....ยูชอนควรจะรู้เรื่องนี้นะ..."
"ยุนโฮ...ฉันขอร้องล่ะ...นะ...ยุนโฮนะ...นะ....แจจุง....ชางมิน....ได้ไหม...ดงแฮ..."
ดงแฮพยักหน้ารับช้า ๆ เรื่องที่ยูชอนมีคู่หมั้น ตอนนี้....คงมีแต่เขาที่รู้เรื่อง....ทำให้เขาทราบถึงเหตุผลของคำขอร้องของจุนซูดี....
ปาร์คยูชอน....ถ้านายรู้....นายจะทำยังไง....นายจะกลับมาหาจุนซูไหม....
ได้โปรดเถอะนะ...กลับมาเถอะ....กลับมาหาเจ้ามะพร้าวของนาย....
ก่อนที่....ก่อนที่....เขาจะไม่อยู่รับการกลับมาของนาย....ปาร์คยูชอน...........
--------------------------------------------------------------
TBC On Part 17
กลับมาต่ออีกครั้งหลังจากที่หายไปนานมากเลย เป็นเพราะช่วงนี้ยุ่งมากจริง ๆค่ะ เลยไม่มีเวลาแต่งต่อเลย พาร์ทนี้ค่อนข้างเศร้าเล็กน้อย แต่แฟนคลับยูซูอย่าเพิ่งน้อยใจไปนะค่ะ สัญญาว่าฟิคเรื่องนี้จะไม่มีใครตายแน่นอนค่ะ
เข้าเดือนมิถุนาแล้ว หน้าฝนกำลังมายืนอีกแล้วสินี่ (จริง ๆฝนมันก็ตกมาตั้งแต่เดือนสองเดือนก่อนแล้วนี่เน๊าะ) รักษาสุขภาพกันด้วยนะค่ะ
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทั้งฟิคทั้งบอร์ด tvxqclip เลยค่ะ

