"ความจริงนายน่าจะนอนพักที่โรพยาบาลซักคืนนะ ให้หมอตรวจให้ละเอียด ๆก่อนค่อยกลับ"
แจจุงบ่นกระปอดกระแปดขณะพยุงร่างเล็กลุกจากเตียงผู้ป่วยชั่วคราว เขามีความเห็นว่าจุนซูควรพักผ่อนที่โรงพยาบาลสักคืน เพื่อแพทย์จะได้ดูแลเพื่อนเขาอย่างใกล้ชิด หากแต่ร่างเล็กกลับยืนยันที่จะกลับมาอพาร์ทเม้นทันทีที่ฟื้นคืนสติ...นิสัยดื้อรั้นของจุนซู
บวกกับท่าทางขี้อ้วนน่ารัก ๆนั้น ต่อให้เป็นแจจุงที่เฮี๊ยบที่สุดก็ต้องยอมอ่อนข้อให้ทุกครั้ง
"ฉันไม่เป็นไรแล้วนี่นา จะแอดมิททำไมล่ะ เปลืองเงินเปล่า ๆ"
จุนซูเอ่ยอ้างเรื่องเงินทั้งที่สภาพตัวเองตอนนี้ไม่ต่างกับศพเดินได้มากนัก...
ใบหน้าเรียวเล็กดูแห้งตอบ...แก้มและริมฝีปากที่เคยชมพูระเรื่อกลับซีดเซียวไร้เลือดฝาดเช่นเคย
แต่ถึงกระนั้น...เขาก็อยากจะกลับบ้าน...เผื่อว่า...คน ๆนั้น...จะกลับมา
"ไม่เป็นไรที่ไหนละฮะ หน้าพี่ยังซีดอยู่เลย ส่วนเรื่องเงินน่ะไม่ต้องเป็นห่วงหรอกฮะ ค่าหมอค่ายาแค่นี้ไม่สะเทือนคลังสมบัติของพี่ยูชอนหรอกฮะ"
"ชางมิน!"
แจจุงกับยุนโฮตะโกนขึ้นปรามพร้อมกัน ระหว่างยูชอนกับจุนซูเกิดอะไรขึ้นพวกเขาไม่รู้หรอก.....
แต่การที่จุนซูต้องร้องไห้จนโรคหัวใจกำเริบ....
สาเหตุจะมาจากใครไม่ได้นอกจากเจ้ามิกกี้เม้าส์ที่หายหน้าหายตาไปเกือบอาทิตย์คนนั้นคนเดียว
"ขอโทษฮะ" ชางมินสีหน้าเจื่อนที่ถูกดุ แต่ก็เข้าใจเหตุผลของรุ่นพี่ทั้งสอง น้องเล็กจึงได้แต่ก้มหน้างุดยอมรับผิดแต่โดยดี.....
จุนซูยิ้มแห้ง ๆพลางเอื้อมมือไปขยี้ผมชางมินเบา ๆก่อนจะเดินมาหยิบกระเป๋าที่มือของดงแฮแล้วก้าวออกจากประตูไป
"ไปกันเถอะ ฉันอยากกลับบ้านแล้ว"
~กันการันกั้นการั่นกั่นกันการันกั้นกั๋น~
ยุนโฮคว้าโทรศัพท์สีเงินมาจากประเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่าเสียงโทรศัพท์จะรบกวนเพื่อน
แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ......แทนที่ร่างสูงจะรีบรับสายกลับทอดสายตาไปยังร่างเล็กอย่างเป็นกังวล
"ยูชอน...โทรมา" ยุนโฮเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ร่างเล็กชะงักปลายเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มแห้ง ๆให้เพื่อน
"ฉันจะกลับบ้าน...นะ..ยุนโฮ..."
จุนซูเอ่ยเสียงแหบพร่า เขารู้ว่ายุนโฮเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาพูด....
เรื่องที่เขาป่วย....ยูชอนเป็นคนเดียวในโลกที่เขาไม่อยากให้รับรู้......
"ฉันโกหกไม่เก่ง...นายก็รู้"
"ไม่ต้องโกหกก็ได้...แต่แค่ไม่ให้ยูชอนรู้เรื่องนี้...นะ...ขอร้อง...."
ยุนโฮพยักหน้าอย่างเข้าใจ ร่างเล็กยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วหันไปบอกชางมินว่าจะลงไปเรียกแท๊กซี่รอ
ในขณะที่ยุนโฮเอื้อมมือไปเปิดฝาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องเร่า ๆให้เขารับตั้งแต่เมื่อกี้ หากแต่กลับมีมือเรียวบางมาชิงโทรศัพท์ไปจากมือเขาเสียก่อน
"ฉันรับเอง.............................ฮัลโหล ว่าไง ยูชอน...."
แจจุงที่คว้าโทรศัพท์ไปพูดเองกรอกเสียงไปตามสาย ยุนโฮเป็นคนที่โกหกไม่ได้เรื่องสุด ๆ ถ้าปล่อยให้รับโทรศัพท์เองยูชอนต้องจับได้แน่ ๆ
[แจจุงเหรอ....พวกนายหายไปไหนกันหมด....ทำไมฉันโทรไปที่บ้านไม่มีใครรับสายเลย]
"พวกฉันอยู่โรงพยาบาลน่ะ"
[โรงพยาบาล?]
"ใช่! ชางมินปวดท้อง ก็เลยพามาโรงพยาบาล" แจจุงพูดพลางส่งสายตาพิฆาตไปให้ชางมินที่ทำท่าเหมือนจะโวยวายที่ตัวเองต้องกลายเป็นคนป่วยจำเป็นซะแล้ว
[เอ๋....ปวดท้องเหรอ?]
"เพราะกินมากเกินไปน่ะสิ....นายมีอะไรรึเปล่า ยูชอน...จะกลับบ้านเหรอ"
[จุนซูอยู่กับพวกนายรึเปล่า]
"ใช่....อยู่ด้วยกันนี่แหละ"
[งั้นอย่าเพิ่งไปไหนนะ ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ]
"ไม่ต้องหรอก พวกฉันกำลังจะกลับแล้ว นายทำงานของนายไปเถอะ...แค่นี้นะ...แท๊กซี่มาแล้ว...
อ้อ....ของที่ฉันส่งไปให้นายน่ะ...มันถูกตีกลับมายับเยินเลย...กลับมาดูแลเองล่ะกันนะ...แค่นี้แหละ...บาย"
ฉันช่วยนายได้แค่นี้แหละยูชอน.....
ฉันผิดเองที่ปล่อยให้จุนซูไปหานาย...ทั้งที่รู้ว่า บางที...นายอาจจะอยู่กับผู้หญิงคนนั้น....
ขบโทษนะยูชอน....ขอโทษนะ...จุนซู
แจจุงปิดโทรศัพท์แล้วยื่นให้ยุนโฮด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่ยุนโฮกับชางมินได้แต่มองร่างบางด้วยความทึ่ง
"ฉันเพิ่งรู้ว่ารถแท๊กซี่เกาหลีมันเข้ามาจอดในห้องผู้ป่วยได้นะเนี่ย....ให้ตายสิแจจุง...นายนี่มันสุด ๆเลยจริง ๆ"
"นั่นน่ะไม่เท่าไหร่หรอกฮะ...ที่สำคัญก็คือ...ทำไมผมต้องปวดท้องเพราะกินมากเกินไปด้วยล่ะฮะ...น่าขายหน้าชะมัดเลย"
ชางมินพูดขึ้นบ้าง ถึงเขาจะกินจุ แต่เรื่องป่วยเพราะกินเยอะเกินไปเนี่ยมันน่าสมเพชจริง ๆนะ....-*-
"เอาน่า...จะบ่นไปทำไมเล่า...รีบ ๆเดินเหอะ...จุนซูกับดงแฮรอแย่แล้ว"
แจจุงว่าพลางเดินจ้ำ ๆไปหน้าโรงพยาบาลที่จุนซูกับดงแฮรออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางคลียิ้มให้กับเพื่อนที่ยืนรออยู่ไกล ๆ
ทิ้งให้ยุนโฮกับชางมินส่ายหน้าให้กันเบา ๆก่อนจะวิ่งตามมาจนทัน
---------------------------------------------------
"จุนซู!!!"
ร่างสูงวิ่งเข้ามาในห้องหน้าตาตื่น หลังจากที่คุยกับแจจุงจนได้ความว่าเจ้ามะพร้าวของเขาอยู่กับเพื่อน ๆ
ยูชอนก็รีบทิ้งงานและมุ่งตรงกลับบ้านทันที แต่จยแล้วจนรอด ก็ยังมาถึงทีหลังคนอื่นอยู่ดี
"ช้าชะมัด....ชักช้าอย่างนี้น่ะสิ ถึงรักษาของสำคัญเอาไว้ไม่ได้ซักที"
แจจุงตัดพ้อพลางให้สายตามองผู้มาใหม่อย่างไม่พอใจนัก
เขาคิดว่าคำพูดที่ทิ้งท้ายไว้ตอนคุยโทรศัพท์จะทำให้เขาพบยูชอนทันที่เห็นอพาร์ทเม้น แต่สุดท้ายก็พบกับความว่างเปล่า
ขนาดเขายังรู้สึกผิดหวังขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงเจ้ามะพร้าวเลยว่าจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่กลับมาไม่เห็นแม้แต่เงาของคนรัก
"ขอโทษนะแจจุง....จุนซูล่ะ"
ยูชอนละล่ำคำพูดออกมาอย่างร้อนรน ไม่ได้คิดน้อยใจที่โดนร่างบางตัดพ้อเช่นนั้น ตอนนี้เขาเป็นห่วงความรู้สึกของจุนซูมากกว่าอะไรทั้งหมด
"อยู่ในห้องแน่ะ รีบไปดูสิ"
ยุนโฮที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องตอบคำถามแทน
เขารู้แล้วว่าทำไมแจจุงถึงได้เดินวนไปวนมาในห้องอย่างกับหนูติดจั่น สาเหตุก็เพราะเจ้าหนูผีที่คอยสร้างเรื่องไม่หยุดหย่อนนี่เอง
"ขอบใจนะยุนโฮ" ยูชอนยิ้มยิ้มน้อย ๆแล้วเดินผ่านร่างใหญ่ไปยังห้องนอนที่อยู่ตรงหัวมุมสุดอย่างรวดเร็ว
ยุนโฮมองหน้าง้ำของแจจุงอย่างเข้าใจในเรื่องราว ร่างใหญ่เดินลัดโซฟาไปนั่งตรงหน้าร่างบางแล้วจ้องมองเข้าไปในตาคู่สวยอย่างหาคำตอบ
"ทีนี้จะเล่าให้ฉันฟังได้รึยัง .....เรื่องของเจ้ายูชอนน่ะ"
----------------------------------------------------------
ร่างสูงยืนค้างอยู่หน้าห้องนอนอยู่ครู่ใหญ่ แม้จะอยากพบเจ้ามะพร้าวของเขาใจจะขาด...
แต่พอเอาเข้าจริง ๆเขากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอธิบายยังไงถึงจะไม่สูยเสียคนรักไป
คำว่า "รัก"คำเดียวไม่รู้ว่าจะเพียงพอให้จุนซูเเชื่อใจเขาได้รึเปล่า....หากแต่ว่า นอกเหนือจากคำว่า "รัก"แล้ว เขาก็ไม่มีคำใดที่จะรั้งจุนซูไว้ได้จริง ๆ....
ร่างสูงค่อย ๆแง้มบานประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องแผ่วเบา....คิ้วหนาขมวดเล้กน้อยเมื่อพบว่าภายในห้องว่างเปล่า....แต่สายลมที่พักผ่านจนผ้าม่านสีขาวโปร่งปลิวเป็นระลอก ทำให้ยูชอนเดินตรงไปยังระเบียงห้องอย่างรวดเร็ว
ร่างเล็กที่ยืนหันหลังให้ นิ่งเสียจนเขาคิดว่าเป็นภาพวาด....มีเพียงผมสีน้ำตาลอ่อนที่ปลิวไสวไปตามลมเท่านั้นที่บ่งบอกถึงความมีชีวิต หากแม้เช่นนั้น....เขาคงไม่กล้าแตะต้อง เพราะกลัวว่าภาพนั้นจะจางหายไป...
ยูชอนเข้าไปสวมกอดร่างเล็กจากข้างหลังด้วยความโหยหา...ระยะเวลาเกือบ 5 ชั่วโมงหลังจากที่เขารู้ว่าจุนซูได้พบกับนารีดูยาวนานเหลือเกินกว่าที่เขาจะได้โอบกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน....เกือบ 5 ชั่วโมงที่เขาทิ้งให้จุนซูวุ่นวายใจโดยไร้ซึ่งคำอธิบาย....ป่านนี้ร่างเล็กจะเสียใจแค่ไหนนะ เขาไม่อยากจะคิด.....การพบกันของนารีและจุนซูเป็นสิ่งบังเอิญสิ่งสุดท้ายในโลกที่เขาจะยอมให้เกิดขึ้น หากแต่เขาไม่มีอำนาจตัดสินได้ขนาดนั้น...ร่างบางนี้จุงต้องเจ็บช้ำเพราะเขา .....เพราะความไม่เด็ดขาดของเขาเอง....
"จุนซู....."
ร่างเล็กยืนนิ่งไม่ต่างอะไรกับก่อนที่จะได้รับสัมผัสอุ่นจากอ้อมแขนของยูชอน...
ความแน่นิ่งทำให้ร่างสูงยิ่งร้อนรนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับซุกหน้ากับไหล่เล็กอย่างสับสน
"จุนซู...ฉัน....ขอโทษนะ.....ฉันขอโทษ....ได้โปรด....ฟังฉันสักนิดเถอะนะ...จุนซู......ฉัน....."
ร่างเล็กเอื้อมมือมาคลายอ้อมแขนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆพลิกตัวหันมาหาร่างสูงที่โอบกอดตนไว้แผ่วเบา....
จุนซูโค้งแขนไปโอบหลังยูชอนไว้หลวม ๆแล้วโน้มร่างสูงเข้ามาสวมกอดไว้หลวม ๆ
"กลับมาแล้วเหรอ....คิดถึงจังเลย...ยูชอน..."
"จะ...จุนซู...."
"ทำไมยังไม่ถอดสูทล่ะ....นายนี่น๊า....ขี้ลืมประจำเลย...เข้ามาข้างในดีกว่า...ข้างนอกลมเย็น...เดี๋ยวไม่สบาย"
ร่างเล็กจูงมือยูชอนเข้ามาในห้องจัดแจงถอดสูทสีเทาเข้มอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะค่อยปลดเน็กไทสีสวยไว้หลวม ๆ
"จุนซู....ฉัน"
ยูชอนมองตามร่างเล็กที่เดินไปหยิบโน่นหยิบนี่ด้วยความกังวล
คงจะดีกว่า...ถ้าจุนซูต่อว่าด่าทอเขา....ไม่ใช่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนี้
"จุนซู....."
"เหนื่อมไหมยูชอน...งานคงยุ่งสินะ....อย่างงี้แหละน๊า...เงินเยอะ...งานก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา...แต่นายคงรู้เรื่องที่เราผ่านรอบสุดท้ายแล้วใช่มั้ย....ชางมินคงโทรไปบอกแล้วสินะ....ดีจังเลยเน๊าะ....พวกเราจะได้ร้องเพลงต่อหน้าคนนับพันแล้ว...ตื่นเต้นจังเลย...."
"จุนซู.....ฉัน"
"แล้วนี่กินอะไรมารึยัง....ในครัวน่าจะมีอะไรเหลือบ้างนะ....วันนี้พวกเราไปกินรามยอนร้านป้าฮันมาด้วยล่ะ....ไม่รู้ว่านายจะกลับมาวันนี้จะได้ซื้อมาฝาก..ชางมินสั่งสาหร่ายมาเพิ่มจนแทบจะเกลี้ยงร้านเลย................."
ยูชอนคว้าเอวบางมาแนบตัว โอบรัดแนบแน่น ราวกับว่ากลัวคนในอ้อมแขนจะหายไป....
ท่าทีกลบเกลื่อนความเสียใจของคิมจุนซู...เขาเองที่รู้ดีที่สุด....
แต่ทั้ง ๆที่รู้....เขาก็ยังทำให้คน ๆนี้ต้องเจ็บปวด....นายมันเลวที่สุดเลยปาร์คยูชอน
"จุนซู....ได้โปรด....ฟังฉันซักนิดเถอะนะ....ขอโอกาสให้ฉันอธิบายบ้าง....จุนซู.....ได้โปรด......"
ร่างเล็กในอ้อมกอดยืนนิ่ง หยดน้ำใส่ร่วงหล่นจากนัยน์ตาราวกับอัดอั้นมานาน....ความพยายามที่จะหลีกหนีความจริงถูกช่วงชิงไปด้วยอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบกอดไว้.....สัมผัสอบอุ่นที่ได้รับตอกย้ำว่าเขาไม่อาจครอบครองคน ๆนี้ไว้เพียงคนเดียวได้เลย
"เพราะอะไรยูชอน....อึก...ฮือ...เพราะฉันจน....เพราะฉันเรียนไม่สูง....ฮือ....เพราะฉันมันโง่งั้นเหรอ.....ถ้าอย่างนั้น....ฮือ....ฉันก็จะทำงานให้หนัก....เก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ....จะเรียนให้สูง ๆ....ฮือ....เพราะอะไร....เพราะอะไรฉันถึงรักนายไม่ได้....เพราะอะไรฉันถึงอยู่เคียงข้างนายไม่ได้...เพราะฉัน...เป็นผู้ชายงั้นเหรอ....ยูชอน....ฮือ....."
ยูชอนพลิกตัวร่างบางให้หันมาหาตัวเอง ก่อนจะโอบกอดให้แน่นขึ้น....น้ำตาของจุนซูทำให้เขาละอายจนพูดอะไรไม่ออก....
ทั้งที่เขาอยากจะอธิบาย....อยากจะรั้ง....อยากจะทำให้ร่างเล็กไม่ต้องเสียใจ....แต่ตอนนี้....เขากลับทำได้แค่กอดจุนซูไว้เท่านั้น....
"โธ่......จุนซู....ที่รัก....ฉัน.........จุนซู......ฉันขอโทษ..............................................."
"เพราะฉันไม่ใช่นางฟ้า...เพราะฉันเป็นแค่คิมจุนซูใช่ไหม...ยูชอน....ฮือ....ไม่ควรเลย....ฉันไม่ควรรักนายเลย.....ฮือ...."
"ไม่.....ไม่นะ.....จุนซู....ฉันรักนาย....ฉันรักนายนะจุนซู......"
"ทำไมล่ะ...ยูชอน....ทำไมนายต้องมาทำให้ฉันรักด้วย.....นายน่าจะทิ้งฉัน...นายน่าจะบอกฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันไม่รักนาย....แต่นี่....ฮือ...อึก....ฉันรักนายจนแทบบ้าอยู่แล้ว....ทำไม...ยูชอน....ทำไมนายใจร้ายอย่างนี้....ฮือ...."
"จุนซู....ฉันขอโทษ....อึก...ฮือ....ฉันขอโทษ....ฮือ"
น้ำใสร่วงหล่นอาบแก้มเนียน.....หัวใจหลุดลอยออกไปราวกับโดนกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็น....
ถูกของจุนซู....เขามันเลว....เขามันใจร้ายที่สุด....เขาทำร้ายจุนซูอย่างเลือดเย็น....ปาร์คยูชอน...นายทำอย่างนี้กับคนที่นายรักได้ยังไง.......
จุนซูสะอื้นไห้จนตัวโยน แม้จะถูกโอบกอดด้วยแนบแน่น แต่ร่างเล็กก็ยังสั่นตามแรงสะอื้น......
เนิ่นนานหลายนาทีกว่าที่ร่างเล็กจะประคับประคองไม่ให้หยดน้ำตารินไหล....จุนซูค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่น...แล้วผละจากวงแขนแข็งแรงที่โอบเอวไว้มานั่งที่ปลายเตียง....หยดน้ำตาแห้งเหือดไปแล้ว....เหลือเพียงคราบที่ติดตามแก้มใส และรอยสีจมูกสีชมพูระเรื่อที่บอกว่าร่างเล็กผ่านการร้องไห้มาหนักเพียงใด....
ยูชอนคุกเข่าลงตรงหน้าคนรัก.....พลางกุมมือทั้งสองข้างของจุนซูมาแนบแก้ม.....
"รัก" แม้มันจะดูโง่.....แต่ก็เพราะ"รัก"เขาถึงไม่อยากสูญเสียคน ๆนี้ไป....ต่อให้แลกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี....เขาก็จะไม่ยอมสูญเสียจุนซูไปเด็ดขาด
"จุนซู.....ฟังฉันนะ.....ฉันขอโทษ....ที่ไม่ได้บอกนายเรื่องนารี....นั่นเพราะว่า....ฉันไม่เคยรักนารีเลย....คนที่ฉันรักคือนายต่างหาก....ฉันรักนาย....จุนซู....ฉันรักนาย....นายจะเชื่อฉันสักครั้งได้ไหม...แค่เรื่องนี้เท่านั้น....ฉันจะไม่ขออะไรจากนายอีกต่อไป....ขอให้นายเชื่อฉัน....เชื่อว่าฉันรักนาย....นะจุนซู...."
"......."
"ฉันขอโทษที่ไม่เคยบอกนาย....เพราะฉันเองก็เพิ่งรู้....พ่อแม่ฉันจับพวกเราหมั้นกันตั้งแต่เด็ก ๆ....ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย....จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน....ฉันขอโทษนะจุนซู....ฉันไม่รู้จะบอกนายยังไง....ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงจริง ๆ....ยกโทษให้ฉันได้ไหม....จุนซู.................................."
"นารี....เธอสวยมากเลย....เหมือนนางฟ้า.....นางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์....เน๊าะยูชอน...."
จุนซูยิ้มแห้ง ๆ ดวงตาเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย.....ภาพนารียืนเคียงคู่กับยูชอนในโลกที่เขาไม่รู้จัก...โลกใบนั้น...ไม่มีที่ให้เขายืนแทรกได้เลย
"จุนซู....ขอร้อง....อย่าพูดอย่างนี้เลย....อย่า....ได้โปรด......ฉันขอโทษ.....ฉันขอโทษ....."
ยูชอนซุกหน้ากับฝ่ามือเล็กที่กอบกุมไว้....หยดน้ำอุ่นร่วงหล่นอาบแก้มอีกครั้งอย่างสุดกลั้น....เขาต้องทำยังไงเพื่อให้จุนซูเชื่อในสิ่งที่เขาพูด....เชื่อในความรักของเขา....
"รัก"...แค่คำง่าย ๆ.....แต่มันช่างยากเหลือเกินที่สื่อให้คนตัวเล็กนี้รับรู้....
ยากเหลือเกินที่จะอธิบายว่าเขาเสียใจแค่ไหนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น...
เขาผิดเองที่ทำให้จุนซูต้องเจ็บปวด....แต่จะทำเช่นไร....ในเมื่อเขารักจุนซูมากแต่ต้องแต่งงานกับนารีเพื่อครอบครัว....
เขาจะทำเช่นไร....ในเมื่อทั้งตัวทั้งหัวใจเขามอบให้จุนซูไปหมดแล้ว....แต่มันก็ไม่เพียงพอรั้งจุนซูให้อยู่เคียงข้างเขาได้เลย.....
"ฉันเห็นนะยูชอน....เห็นยูชอนใส่สูทสีขาว....ยื่นแหวนเพชรให้กับนางฟ้าที่สวมชุดเจ้าสาว....นายจะมีลูกสาวน่ารัก ๆ...ช่างพูด...ช่างเจรจา แล้วเขาก็จะเรียกฉันว่าคุณอาจุนซู....นายจะมีครอบครัวที่อบอุ่น...มีความสุขไปจนแก่จนเฒ่า....มีลูกเต็มบ้าน....มีหลานเต็มเมือง.....^^...ดีจังเลยนะยูชอน....นายต้องมีความสุขแน่ ๆ...."
จุนซูรำพันราวกับตกในห้วงแห่งความฝัน....แต่มันกลับเป็นความฝันที่โหดร้ายเหลือเกินสำหรับยูชอน....จุนซุกำลังผลักไสเขาไปให้นารี....จุนซูกำลังดึงเขาไปสู่ความจริงที่เขาต้องจำใจยอมรับ....แต่ถึงกระนั้น....เขาก็ยอมรับไม่ได้....
อนาคตที่ไม่ได้รักจุนซู....เขาก็ไม่อยากมีอนาคตอีกต่อไป.....
"จุนซู......นายไม่รักฉันแล้วเหรอ....ทำไมนายถึงพูดอย่างนี้....นายพูดเหมือนไม่ต้องการฉันแล้ว....มีความสุขไปจนแก่จนเฒ่างั้นเหรอ.....ถ้าไม่มีนาย....ถ้าไม่ใช่นาย...ฉันจะมีความสุขได้ยังไง.....จุนซู....ได้โปรด....เชื่อฉันสักครั้งเถอะนะ....ฉันรักนายมากจริง ๆ...."
"ยูชอน....นายรักฉันไม่ได้....ฉันไม่มีอนาคตให้นายเลย....นางฟ้าคนนั้นต่างหากที่เป็นอนาคตของนาย....นายต้องไม่รักฉัน....นายต้องรักนารี....เข้าใจไหมยูชอน....นายต้องรักนางฟ้าคนนั้น..."
จุนซูเอ่ยเสียงแผ่วเบาพลางลูบไล้ไปตามไรแก้มของร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า....
ทั้ง ๆที่บอกให้ยูชอนเลิกรักเขา....แต่น้ำตากลับไหลอาบแก้มไม่หยุด....
เจ็บปวด....จนแทบขาดใจ....แต่ยังไง....เขาก็ต้องปล่อยยูชอนกลับไป....
กลับไปหาโลกที่จากมา....
กลับไปหาคนที่เป็นอนาคต....
อย่ามาจมอยู่กับฉันเลยนะยูชอน.....
"ไม่...จุนซู....ไม่...ฉันรักนาย.....ไม่ว่ายังไงฉันก็รักนาย.....ฉันรักนาย....ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น....ฉันจะอยู่กับนายนะ...."
ยูชอนพูดปากสั่น โผเข้ากอดร่างเล็กอย่างสุดกลั้น....
กลัวเหลือเกิน....หากจุนซูปล่อยมือจากเขา....เขาจะไม่สามารถไขว่คว้าร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดได้อีก....แม้มันจะเป็นการอ้อนวอนโง่ ๆ.....แต่ถ้าเพียงมันจะรั้งจุนซูไว้ได้....เขาก็ยอมทำทุกอย่าง....
"ฉันไม่ได้ต้องการอนาคตหรือความสุขอะไรนั่น....แต่ฉันต้องการนาย....อยู่กับฉันนะจุนซู....อยู่กับฉัน....อย่าทิ้งฉัน....อย่าผลักไสฉันไปให้คนอื่น...ขอร้องล่ะจุนซู....อย่าบอกให้ฉันรักคนอื่นเลยนะ....."
จุนซูกลั้นเสียงสะอื้นไห้ของตัวเอง แล้วสูดลมหายใจขึ้นช้า ๆ ก่อนจะคลายตัวออกจากอ้อมแขนที่โอบรัดไว้ ร่างเล็กยิ้มกว้างหากแต่ดวงตาเศร้าสร้อย....จนยูชอนไม่สามารถระงับน้ำตาตัวเองไว้ได้
"ฟังนะยูชอน....ฉันเป็นผู้ชาย....สักวัน....ฉันก็ต้องแต่งงานมีลูกมีครอบครัว....นายก็เหมือนกัน....เราอยู่อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ....นายบอกคนทั้งโลกได้เหรอว่านายแต่งงานกับผู้ชาย.....ได้เวลาตื่นจากความฝันแล้วยูชอน....เรามีความสุขกันมาพอแล้ว....ถึงเวลายอมรับความจริงซะทีนะ....ยูชอน....ฉันรักนายนะ.....และเพราะฉันรักนาย....ฉันถึงได้ปล่อยนายไป....เอ่อ.....จบกันตอนนี้....แม้มันจะเจ็บปวดบ้าง...แต่ไม่นาน...นายก็จะลืมได้เอง...."
"ม่ะ...หมายความว่ายังไงจุนซู....นะ....นาย...หมายความว่ายังไง..."
"เราเลิกกันเถอะ....."
------------------------------------------------
"คู่หมั้น!"
"ใช่! คู่หมั้น"
ร่างบางตอบเสียงเรียบ หลบสายตาที่เหลือกไปด้วยความตกใจของยุนโฮและชางมิน....
เขาเองก็ไม่อยากเป็นคนผิดสัญญากับยูชอนเรื่องที่รับปากว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร....
แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว...มิหนำซ้ำคนที่ไม่สมควรรู้ที่สุดกลับชิงรู้เรื่องไปก่อนแล้ว....ก้ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดเรื่องนี้อีกต่อไป
"ทะ...ทำไม.........ตะ...ตั้งแต่เมื่อไหร่....ฉันงงไปหมดแล้ว" ยุนโฮนิ่วหน้าพลางยกมือขึ้นมาเกาศีรษะแกร๊ก ๆด้วยความงงงวย
"เมื่ออาทิตย์ก่อน พ่อของยูชอนเรียกให้ไปรับผู้หญิงที่ชื่อนารี.....แล้วก็เพิ่งมาบอกว่านารีเป็นคู่หมั้น...."
"นารี...คู่หมั้นของพี่ยูชอนชื่อนารีเหรอฮะ....พี่แจจุง....พี่ยูชอนรู้มาก่อนไหมฮะ?"
"เปล่า...ยูชอนไม่เคยรู้เรื่องเลย....เขารู้จักกับนารีตั้งแต่เด็ก....สนิทกันเหมือนพี่เหมือนน้อง....หมอนั่นมันก็ช๊อคเหมือนกันที่จู่ๆก็รู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นที่ถูกวางตัวไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ....แต่จะทำยังไงได้....เรื่องนี้ผู้ใหญ่เค้าดำเนินการไว้ตั้งนานแล้ว"
"เฮ้อ.....กรรมจริง ๆ" ยุนโฮถอนหายใจ จริง ๆมันน่าจะเป็นข่าวดีถ้าหากว่ายูชอนไม่ได้รักจุนซู.....ป่านนี้สองคนนั้นคงเจ็บปวดไม่ต่างกันนัก
"แล้ว....พี่จุนซูล่ะฮะ.........จะทำยังไง?" ชางมินเอ่ยถาม
"ไม่รู้เหมือนกัน....ฉันว่าจุนซูคงรู้เรื่องแน่ ๆ...เฮ้อ....ฉันผิดเองที่ไม่ดูแลจุนซูดีดี...ทั้งๆที่รับปากยูชอนไว้แล้ว.....แต่ฉันก็ยังปล่อยจุนซูไปหาหมอนั่นจนได้....ฉันมันแย่จริง ๆ..."
แจจุงพูดเสียงสั่น น้ำใสเริ่มปริ่มอยู่เต็มขอบตา รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้....แต่เขาเองก็มีส่วนผิดที่ ทั้งที่รู้ความจริงอยู่แล้ว....กลับปล่อยให้จุนซูไปเผชิญตามลำพัง....
"ไม่เอาน่าแจจุง....ไม่ใช่ความผิดนายซักหน่อย...อย่าคิดมากเลย...."
ยุนโฮปลอบใจ เขารู้ดีว่าแจจุงก็คงรู้สึกแย่มากเช่นกัน....และคงไม่เพียงแค่แจจุงเท่านั้น....
ทั้งเขา....ทั้งชางมิน....วันนี้เจอเรื่องที่แย่ ๆมามากมายทั้งเรื่องการป่วยของจุนซู และคู่หมั้นของยูชอน....
ฉะนั้น...สิ่งที่พวกเขาต้องการตอนนี้ก็คือความเข้มแข็งที่จะยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาทั้งหมดให้จงได้....
เขาจึงต้องเข้มแข็งเผื่อเพื่อนคนอื่น ๆ ที่สภาพจิตใจบอบช้ำในตอนนี้....
"ตะ...แต่....ฮือ....ทำยังไงดี...ชางมิน.........ยุนโฮ.....พวกเราจะช่วยสองคนนั้นยังไงดี.....ถ้าจุนซู....อาการกำเริบอย่างวันนี้อีกล่ะ....เราจะทำยังไง...ฮือ...."
แจจุงปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น....แม้พยายามที่จะเข้มแข็งแล้ว....แต่ปัญหาที่เผชิญมันโหดร้ายและหนักอึ้งเกินกว่าที่เขาจะรับไหวแล้ว
"พี่แจจุง...อย่าร้องไห้สิฮะ....เราต้องเข้มแข็งนะฮะ....เราต้องปกป้องพี่จุนซูกับพี่ยูชอนให้ได้....เชื่อผมนะฮะ....ทุกอย่างมันต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน...เชื่อผมนะฮะ..."
"ชางมิน....ฮือ.....จุนซูคงกำลังร้องไห้อยู่แน่เลย....เราจะช่วยยังไงดี....ฮือ...."
"แจจุง....อย่าร้องไห้นะครับ....ถ้าจุนซูรู้ว่าแจจุงร้องไห้เขาต้องเสียใจมากแน่ ๆ...อย่าร้องเลยนะครับ"
ยุนโฮเอื้อมมือมาโอบไหล่แจจุงแผ่วเบา ในขณะที่ชางมินก็กำมือของแจจุงไว้แน่น....
พระเจ้าจะเล่นตลกกับพวกเขาไปถึงไหนกันนะ....เรื่องดีมีไม่เท่าไหร่....เรื่องร้าย ๆก็เข้ามาอีกแล้ว....หรือนี่เป็นบทพิสูจน์มิตรภาพของพระองค์....แต่มันไม่สนุกเลยนะครับ....จุนซูกับยูชอนรักกันมาก....ท่านอย่าแยกพวกเขาออกจากกันเลยนะครับ....
ร่างสูงเดินโซเซตรงมายังโซฟาที่เพื่อน ๆนั่งอยู่ช้า ๆ .....ดวงตาแดงกล่ำเหม่อลอยเหมือนคนไร้สติ....แขนทั้งสองข้างทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วง....ราวกับยูชอนมีเพียงร่าง....แต่ไร้วิญญาณ.....
"ยูชอน!!....เป็นยังไงบ้าง...พวกนายเข้าใจกันแล้วใช่ไหม...." แจจุงผลุบลุกจากอ้อมแขนที่โอบไหล่ไว้แล้ววิ่งไปหาร่างสูงอย่างรวดเร็ว
ยูชอนไม่ตอบว่ากระไร กลับยกมมือขึ้นบีบไหล่แจจุงเบา ๆแล้วฉีกยิ้มอย่างฝืนทนเต็มที
"จุนซู.....ช่วยดูแลจุนซูด้วย...."
"มะ...หมายความว่ายังไง?...............................จุนซู!!!!!!!!!!"
แจจุงไม่รอคำตอบ ผละจากร่างสูงวิ่งลับไปหาคนที่น่าเป็นห่วงอีกคนที่อยู่ในห้องอย่างรวดเร็ว....ยูชอนเดินช้า ๆมาที่ยุนโฮแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างไร้วิญญาณ
"ยูชอน....."
"จบแล้ว....ทุกอย่างจบแล้ว...."
แม้จะเป็นร่างที่ปราศจากจิตใจ...หากแต่น้ำตาก็ยังคงรินไหล....จากลึก ๆของก้อนเนื้อเล็ก ๆที่บ่งบอกถึงความมีชีวิต....
น่าแปลกที่เขายังหายใจ...ทั้ง ๆที่หัวใจแตกสลาย.....
น่าแปลกที่น้ำตายังคงอาบแก้ม....ทั้ง ๆที่มันน่าเหือดหายไปได้แล้ว....
น่าแปลก.....ทั้งที่รักมาก....แต่กลับอยู่เคียงข้างไม่ได้....
ไม่มีอีกแล้ว....ไม่มีคน ๆนั้นอีกต่อไปแล้ว....
"ยูชอน....หมายความว่ายังไง..."
"ฮือ....ฮือ....ฉันรั้งเขาไว้ไม่ได้....ฉันทำไม่ได้...ฮือ....เขาไม่เชื่อฉันแล้ว....จุนซู.....ไม่เชื่อฉันแล้ว.....ฮือออออออออ"
"ยูชอน..../พี่ยูชอน....." ยุนโฮกับชางมินเอ่ยขึ้นพร้อมกัน นึกสงสารคนตรงหน้าขึ้นมาจับใจ....
"ใจเย็นนะยูชอน....ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรนะ....พวกฉันอยู่นี่แล้ว..."
"ฮือ...เขาไม่เชื่อว่าฉันรักเขา....เขาบอกว่าฉันรักเขาไม่ได้....ฉันต้องรักนารี....ฮือ....ทำไม....ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย.....ทำไม....ทำไม๊..."
ยูชอนลุกขึ้นกำหมัดแล้วต่อยไปที่ฝาผนังอย่างไม่ใยดี แรงกระทบทำให้เลือดไหลออกมาตามข้อนิ้วจนแดงฉาน
"ยูชอน!!!" ยุนโฮและชางมินรีบปรี่ไปห้าม...ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงกับพื้นช้า ๆ...มือยังกำหมัดไว้แน่นจนชางมินต้องค่อย ๆดึงผ้าเช้ดหน้ามาพันเพื่อซับเลือดไว้
"ทำไม....ทำไมฉันถึงรักจุนซุไม่ได้....ทำไมฉันถึงอยู่เคียงข้างจุนซูไม่ได้...ฮือ....ทำไม....."
ยูชอนร่ำไห้ราวกับคนเสียสติ ในขณะที่ยุนโฮและชางมินทำได้เพียงกอดเพื่อนไว้หลวม ๆเท่านั้น
"ความรัก" มันยากขนาดนี้เลยหรือ.....ทั้ง ๆที่ทั้งสองต่างก็รักกัน....แต่ทำไมมันถึงได้ยากขนาดนี้....
แค่ "รัก" ยังไม่เพียงพอที่ทำให้คนสองคนเคียงข้างกันได้อีกหรือ....
หรือแค่"รัก" ยังไม่มีพลังมากพอที่จะปกป้องคนสองคนให้อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของสังคม....
งั้นเท่าไหร่ถึงจะมากพอ....
ต้องรัก....ต้องทำเท่าไหร่.....ถึงจะเพียงพอ.....
ทั้ง ๆที่สิ่งเดียวที่ผูกมัดให้คนสองคนอยู่ด้วยกันได้คือ"ความรัก".......
แต่ทำไม......แค่"รัก" ......กลับใช้"ความรัก"เพียงอย่างเดียวไม่พอ......
.
.
.
.
"ความรัก".....ราคาถูกจริง ๆ
-----------------------------------------------------------------
TBC On part 18
edit @ 2007/07/15 23:29:13

