[Fic] On&On Part 23 : Forever Love -End Part-

posted on 26 Oct 2007 02:25 by tiseki  in OnAndOn

"คิมแจจุง...ฉันรักนาย!!!!!"

ทั้งเสียงกลอง เสียงกีต้าร์ลีดหยุดชะงักลงอัตโนมัติ เมื่อสิ้นเสียงแหบพร่าของนักร้องนำของวง ....เสียงกรี๊ดในฮอลล์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเสียงโจษจันอื้ออึงไปทั่ว...

คิมแจจุงจ้องมองลึกลงในนัยน์ตาสีดำสนิทของคนที่ยืนอยู่บนเวทีอย่างหาคำตอบ มือเรียวกระชับมือของคนข้างตัวให้แน่นขึ้นราวกับเกรงว่าจะมีใครพรากคนคนนี้ไปจากเขา


แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าเขาจะจับมือยุนโฮไว้แน่นเพียงใด คำบอกรักของซิวอนเมื่อครู่กลับเหมือนใบมีดที่กรีดแทงจิตใจเขาและตัดสายใยบาง ๆที่เชื่อมเขากับยุนโฮให้แยกจากกันตลอดกาล

 

"ฟังนะ แจจุง ฉันรักนาย....ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็รักนาย....ต่อให้สิบปี...ยี่สิบปี....หรือร้อยปี...ฉันก็จะยังรักนาย...ได้ยินไหม....."

 

หยดน้ำใสร่วงรินจากดวงตากลมโตคู่สวย ริมฝีปากบางสั่นระริกพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไว้ไม่ให้คนข้างกายที่กอบกุมมือไว้รับรู้

 

"ซิวอนรักเขา" ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ....ก็เพราะ"ความรัก"จากคน ๆนั้น....ทำให้เขาสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันได้คืน

 

 

"แจจุง.....ฉันอยากให้นายมีความสุข....อยากเห็นนายยิ้ม...อยากเห็นนายหัวเราะ....จริง ๆนะ....

แต่ว่า.....ฉันกลับทำให้นายเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ....ความรักของฉันทำให้นายมีความสุขไม่ได้......ฉันขอโทษนะแจจุง...ขอโทษที่ความรักของฉันทำร้ายนาย....ขอโทษที่ฉันรั้งนายไว้.....ขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่นายทำเพื่อฉัน....แต่ว่า....พอแล้วล่ะแจจุง....นายรักฉันมามากพอแล้ว...ถึงเวลาที่นายจะรักตัวเองบ้างแล้ว....."

 

แจจุงเงยหน้ามองคนบนเวทีอย่างไม่เชื่อหู หยดน้ำใสที่ร่วงรินจากนัยน์ตาคู่สวยของซิวอน เหมือนเป็นกุญแจเปิดบ่อน้ำตาที่แจจุงพยายามปิดขังมันไว้.....ร่างบางจึงทำได้แต่ปล่อยให้หยดน้ำใสร่วงรินไปพร้อม ๆกับคนที่อยู่บนเวที

"ไปซะ....ไปจากฉันซะแจจุง....ฉันไม่รั้งนายไว้อีกแล้ว....แค่เพียงนายจะมีความสุข แค่เพียงนายจะไม่ร้องไห้....ฉันจะปล่อยมือจากนาย....ฉันจะไม่รักนายอีกแล้ว....

ชองยุนโฮ.....ขอโทษนะที่พรากแจจุงไปจากนาย....ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าความรักของนายคืออะไรและความรักของฉันคืออะไร...และเพราะอะไร...แจจุงถึงรักนาย...สิ่งที่นายทำให้แจจุง...ทั้งความสุข.....ทั้งความเสียสละ...เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยทำเพื่อแจจุงเลย....ขอบคุณนายมากที่รักแจจุงแทนฉัน....ถ้าเป็นนาย...ต้องทำให้แจจุงมีความสุขมากแน่ ๆ......ฉะนั้น....ฝากแจจุงด้วยนะ....ถ้านายทำให้แจจุงเสียใจเมื่อไหร่....ฉันจะเอาแจจุงคืนมาแล้วจะไม่มอบเขาให้นายตลอดชีวิต....

ทุกคนครับ....ผมในตอนนี้....มีความสุขที่สุดเลยครับ....ผมได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนที่ผมรักแล้ว....แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนก็คือ....ความรัก...ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาหรอกนะครับ....แม้ว่าคุณจะไม่เคยได้พบ....ได้สัมผัสเขา...แต่คุณรู้ใช่ไหมครับ...ว่าคุณยังรักเขาตลอดเวลา....แม้ว่าคนที่คุณรักจะไม่ได้อยู่กับคุณ...แต่ความรักของคุณจะคงอยู่กับคุณตลอดไปตราบนานเท่าที่คุณอยากจะรัก.......

ฉะนั้น....ถ้าพวกคุณยังรักพวกผม....ยังรักรันทู....ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ที่ไหน....คุณจะยังรักพวกผมใช่ไหมครับ.....
ผมขอโทษนะครับ....ที่วันนี้ผมทำให้ทุกคนผิดหวัง....แต่จนกว่าเราจะพบกันใหม่...ผมสัญญาญาว่า...รันทูจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อทุกคน....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ..."

ซิวอนเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยเสียงหนักแน่น ก่อนจะละมือจากไมโครโฟนแล้วหันไปโค้งให้กับเพื่อนสมาชิกในวงทุกคน

คิบอมถลึงตาโตค้างไว้ตั้งแต่เพื่อนร่วมวงบอกรักชายที่ยืนอยู่ข้างเวทีแทนที่จะร้องเพลงตามที่ซ้อมกันไว้....จริงอยู่ที่เขาพอรู้มาบ้างว่าคิมแจจุงมีคนรักอยู่แล้ว....แต่เพราะความรักของซิวอนที่มีให้แก่แจจุงนั้นมันมากมายและยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะทำให้ซิวอนปล่อยมือจากแจจุงได้....แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
ทำไมเพื่อนของเขาจึงยอมทิ้งการแสดงเพียงเพื่อปลดปล่อยแจจุงให้เป็นอิสระอย่างนั้น...

"ขอโทษนะทุกคน...ฉันร้องเพลงไม่ได้จริง ๆ...ยกโทษให้ฉันด้วยนะ"

ร่างโปร่งเดินหายลับไปหลังเวทีท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้ชม และคำเรียกชื่อซ้ำ ๆของคิบอม....
ฮีชอลถอนหายใจยอมรับการตัดสินใจของเพื่อนที่เพิ่งเดินลับไป ก่อนจะลุกจากที่นั่งหลังกลองชุดแล้วเดินมาที่หน้าเวที

"วงรันทูขอถอนตัวจากการแข่งขันครั้งนี้ครับ....เพราะตอนนี้พวกเรามีสิ่งที่สำคัญกว่าที่ต้องดูแล...ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ...ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีกครั้ง....ขอบคุณครับ"

ร่างโปร่งเดินนำเพื่อนเข้าไปหลังเวที ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องแต่งตัว...

ภายในห้อง ฮีชอลพบซิวอนนั่งร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น ร่างสูงที่เคยเข้มแข้งบนเวทีเมื่อครู่นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อย่างสิ้นเรี่ยวแรง

ฮีชอลเดินเข้าไปกอดเพื่อนรักช้า ๆ โดยที่ไม่ถามอะไร....แขนบางโน้มตัวซิวอนให้มาอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะลูบแผ่นหลังแกร่งแผ่วเบา...

 

นายทำถูกแล้วล่ะซิวอน.....ไม่มีสิ่งไหนยิ่งใหญ่เท่ากับ "การให้" อีกแล้ว
วันนี้นายอาจจะต้องเสียใจ...อาจจะต้องเจ็บปวด....
แต่ไม่นาน...นายคงจะยิ้มอย่างภาคภูมิใจได้....ว่าครั้งหนึ่งเคยรักและทำเพื่อคน ๆหนึ่งมากแค่ไหน.....

 

"ความรัก"....ไม่เคยทำร้ายใคร....
แม้จะมีบางครั้ง...ที่"รัก"ทำให้จิตใจต้องหม่นไหม้ไปบ้าง....
แต่"ความรัก"...ก็ยังคงงดงามเสมอ....
ฉะนั้น...รักเถอะ...รักเท่าที่คุณอยากรัก....
เวลาที่ผิดหวัง....ก็ร้องไห้เท่าที่คุณอยากร้อง....
เพราะเมื่อความเมฆฝนผ่านพ้นไป...ยังมีท้องฟ้าสดใสรอคุณอยู่เบื้องหน้าเสมอ......


..........................................................


"ทำไมยังไม่ถึงอีกว่ะยุนโฮ...นัดเที่ยงนะเฟ้ย....นี่มันบ่ายโมงกว่าแล้ว...ฉันหิวจนจะกระโดดกัดคอพนักงานเสิร์ฟได้อยู่แล้วนะเฟ้ย..."

"เออ...จะถึงแล้วน่า...อีกสองสามไฟแดงก็ถึงแล้ว....นายจะบ่นให้ตีนกามันขึ้นทำไมว่ะ...."

ร่างสูงบ่นกระปอดกระแปดกลับไป  นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องขับรถอ้อมโลกเพื่อหนีแฟนคลับที่มาดักรอหน้าสตูดิโอที่ใช้ซ้อมเต้นเป็นครึ่งค่อนชั่วโมงแล้วล่ะก็
ป่านนี้เขาคงนั่งโซ้ยอาหารมื้อเที่ยงกับคนที่ไล่บี้เขาในโทรศัพท์ตั้งนานแล้ว

"แล้วแจจุงล่ะ...มาด้วยกันรึเปล่า"

"เออ...นั่งอยู่นี่แหละ...จุนซูกับยูชอนก็มานะ"

"อ๋อเหรอ...ครบองค์ประชุมพอดี...รีบมาล่ะ หิวแล้วโว้ยยย"

"ผมก็มานะพี่...จะไม่ถามถึงซักหน่อยรึไง" เสียงเล็กตะโกนลอดมาจากปลายทางบ่งบอกความพยายามที่จะแสดงตัวตนของน้องเล็กอย่างชางมินได้อย่างดี

"นั่นเสียงแมวที่ไหนดังตะแง้ว ๆอยู่ข้างนายอ่ะยุนโฮ...หนวกหูชะมัด...เอิ๊ก เอิ๊ก" ร่างสูงพูดแหย่

"แมวที่ไหนล่ะ....หมาป่าต่างหาก....เขมือบเรียบไปซะทุกอย่าง..ฮ่าฮ่า"

"พี่ยุนโฮอ่า...." เสียงแหลมเล็กของชางมินลอดมาจากโทรศัพท์ปลายทางเบา ๆ

ร่างโปร่งหัวเราะชอบใจกับการกระเซ้าเหย้าแหย่กันของกลุ่มเพื่อนห้าคนที่ยังคงความแสบสันต์กัดกันเหมือนหมาได้อย่างคงเส้นคงวา

"เอาน่า...เลิกทะเลาะกันแล้วก็รีบมาได้แล้ว ให้เวลาอีก 10 นาที ถ้ายังไม่มา ฉันกับแฟนจะหาอะไรกินกันก่อนแล้วนะ"

"เออๆ....ไอ้คนติดแฟน...แค่นี้แหละใกล้ถึงแล้ว...ตรู๊ด......ตรู๊ด......ตรู๊ด..."

ร่างโปร่งปิดโทรศัพท์พับรุ่นใหม่ล่าสุดลงเบา ๆหลังจากได้ยินสัญญาณที่บอกว่าปลายสายวางไปแล้ว..

ไม่นานนัก....สมาชิกวงบอยแบนด์ที่โด่งดังอันดับหนึ่งของเกาหลี "ดงบังชินกิ" ก็มาถึงบริเวณชั้น 3 ของร้านอาหารเล็ก ๆย่านกลางเมืองที่ถือว่าเป็นร้านอาหารเจ้าประจำที่พวกเขามักจะนัดเจอกันเสมอ ๆ
เนื่องจากเจ้าของร้านรู้จักพวกเขาตั้งแต่ยังเป็นนักร้องฝึกหัดเต้นแรงเต้นกาตามริมถนน...

จนกระทั่งตอนนี้ที่ "ดงบังชินกิ" โด่งดังไปทั่วเกาหลี
พวกเขาก็ยังมาที่ร้านนี้ จนเจ้าของร้านใจดีเปิดชั้น 3 ให้เป็นที่สังสรรค์ลับ ๆของ "ดงบังชินกิ"ซะเลย

"ไง..ไอ้พวกเทพ...แหม....เดี๋ยวนี้จะไปไหนมาไหนอ้อยอิ่งเหลือเกินนะ...นี่มันกี่โมงแล้ว...ห๊า"

"ก็มาถึงแล้วไง...บ่นอยู่ได้...เดี๋ยวแช่งให้ฮีชอลทิ้งซะเลยนี่" ร่างเล็กพูดยั่วคนนั่งเยื้องที่บ่นตั้งแต่เป็นพวกเขาก้าวผ่านประตูเข้ามา

"ปากหรือนั่น....ต่อให้นายแช่ง...ฮีชอลก็ไม่ทิ้งฉันหรอกเฟ้ย...เจ้าลิงเผือก!!!" ร่างโปร่งย้อนกลับอย่างไม่ลดราวาศอกเช่นกัน....ทั้งๆที่นาน ๆจะได้เจอกัน ทำไมพวกเขาถึงได้กัดกันตลอดเวลาก็ไม่รู้....

ร่างเล็กที่ถูกเรียกว่า "เจ้าลิงเผือก"เมินหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ...และเมื่อเห็นอีกคนที่เดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นแล้วเข้าไปสวมกอดผู้มาใหม่อย่างรวดเร็ว

"เฮ้...ดงแฮ...คิดถึงจัง..."

"เหมือนกันเลยจุนซู...นายดูหล่อขึ้นนะเนี่ย...นี่ตัดผมแล้วใช่ไหม...ดูแมนขึ้นเป็นกอง"

ดงแฮเอ่ยทักเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้มกว้างขณะเข้าสวดกอดร่างเล็กเบา ๆ

"แน่นอน..ยังไงฉันก็หล่ออยู่แล้ว...อิอิ..มานั่งด้วยกันสินี่ใกล้เลิกงานแล้วนี่ มาสเตอร์ไม่ว่าหรอก" จุนซูเอ่ยชวน

"ใช่ๆ...นั่งกินอะไรด้วยกันก่อนสิ มีเรื่องอยากคุยเยอะแยะเลยนะ" ยุนโฮสนับสนุน พลางลากเก้าอี้มาให้ดงแฮเสร็จสับ

เมื่อทุกคนเห็นพ้อง ดงแฮที่ปฏิเสธใครไม่เป็นก็เลยนั่งลงข้าง ๆจุนซูอย่างเลี่ยงไม่ได้..
แต่ไม่ทันที่ก้นจะแตะถึงเก้าอี้ก็มีมือใหญ่เค้ามาคว้าคอเสื้อด้านหลังของเขาไว้ซะก่อน

"หยุดเลยไอ้จิ้งเหลน...ที่นั่งของนายอยู่ข้างแจจุงโน่น อย่ามาใกล้เจ้ามะพร้าวของชั้นนะ..."

ร่างสูงพูดพลางดันให้ดงแฮเขยิบไปนั่งที่นั่งถัดไปข้าง ๆแจจุง ก่อนจะแทรกตัวเข้ามานั่งแทนที่ดงแฮหน้าตาเฉย

"แหม...แหม...ตั้งแต่จุนซูออกจากโรงพยาบาลมานี่ไม่ปล่อยให้คาดสายตาเลยนะ...." ดงฉอบ่นแต่ก็ยอมเขยิบไปนั่งเก้าอี้อื่นใกล้ๆกับแจจุง

"แน่ล่ะ...ก็เจ้ามะพร้าวเป็นของฉันนี่"

...ไม่ว่าเปล่า..ลิงเจ้าของมะพร้าวยังโอบไหล่ที่รักของเขาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชัดเจน
จนคนถูกโอบทนไม่ได้ เป็นฝ่ายผลักมือปลาหมึกออกจากตัวเสียเอง

"ใครเป็นของนายละ...ฉันเป็นของแคสสิโอเปียทุกคนต่างหากล่ะ...เน๊าะแจจุงเน๊าะ.." ร่างเล็กหันไปผยักเผยิดกับแจจุง

"จะสั่งอาหารได้รึยัง...ฉันหิวแล้ว" ร่างบางเปลี่ยนเรื่อง เพราะสังเกตได้ว่าคนที่นั่งใกล้เขาอีกคนมองเมนูอาหารอย่างใจจดใจจ่อจนแทบจะเคี้ยวอาหารในรูปได้อยู่แล้ว

"ใช่เลย!!!นั่นล่ะสิ่งที่ควรพูด...ผมขอซุปกิมจิ.....เนื้อปลาอบซ๊อส....ตอกโบกิพิเศษ...ราเม็งเนื้อปู...แล้วก็พิซซ่าญี่ปุ่น 2 ถาดครับ"   ชางมินสั่งอาหารไฟแล่บ จนทุกคนอดหัวเราะไม่ได้

เมื่อต่างคนต่างสั่งอาหารที่ต้องการแล้ว ชายหนุ่มทั้ง 8 ก็เริ่มบทสนทนากันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานร่วมเดือน

"เป็นไงบ้างแจจุง...ทำสีผมใหม่นี่...ดูแปลกตาชะมัดเลย..ยังกะนางพญาผมขาวแหน่ะ" ซิวอนแซว

"ไม่สวยเหรอ..ดูเซ๊กซี่จะตาย...แฟน ๆกรี๊ดกันใหญ่เลยนะ...แต่ก็ฉันชอบผมดำมากกว่านะ...มันดูเท่ห์ดี...อิอิ.."

"แค่นี้ก็เท่ห์จนหมีมันไปไหนไม่รอดแล้ว...เดี๋ยวนายเท่ห์มาก  ๆ..ยุนโฮมันลดความอ้วนประชดจะทำไง..ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"ปากหมาไม่เปลี่ยนเลยนะเจ๊...เฮ้ย..ซิวอน...เอาเจ๊แกไปเก็บเลยป่ะ....เอามาด้วยทำไมเนี่ย.." ยุนโฮกระแหนะกระแหนด้วยฝีปากกล้าไม่ต่างกัน

เป็นที่รู้ ๆกันดีในสมาชิก"ดงบังชินกิ" และ "รันทู" ว่า นอกจากแจจุงที่ยุนโฮไม่กล้าเถียงอะไรแล้ว ก็มีฮีชอลนี่แหล่ะที่แม้ว่าคนนี้จะว่าอะไร...ยุนโฮก็ทำได้แค่บุ้ยไปให้ซิวอนเท่านั้น
(แถวบ้านอิชั้นเรียกว่า อยู่ในโอวาทเมีย และเพื่อนเมียนะค่ะยุนโฮ // คนแต่ง)

"เออว่าแต่จุนซูอ่ะ....ตอนนี้ยังต้องกินยาอยู่มั้ย...ตอนที่นายผ่าตัดพวกฉันไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเลย...ฮันคยองฝากความคิดถึงมาหานายด้วยล่ะ....นายดูดีขึ้นมากเลย  ไม่เหมือนคนเพิ่งผ่าตัดโรคหัวใจเลยนะเนี่ย...นี่นี่...ถามจริงเหอะ ตอนผ่าอ่ะ...นายรู้ตัวไหมอ่ะ..แล้วมันเจ็บมากมั้ยอ่ะ"

ฮีชอลถามอย่างอยากรู้อยากเห็น....เนื่องจากช่วงเวลาที่จุนซูผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ วง"รันทู"อยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ต พวกเขาจึงแทบไม่มีโอกาสไปเยี่ยมร่างเล็กเลย

 

จุนซูเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจากหมอที่เก่งที่สุดและโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของเกาหลี...


ด้วยเงินรางวัลสิบล้านวอนที่"ดงบังชินกิ"ได้รับจากการประกวดบอยแบนด์ครั้งนั้น...ทำให้สมาชิกทุกคนตัดสินใจนำเงินทั้งหมดใช้ในการรักษาจุนซู....

แม้ว่าการผ่าตัดครั้งนี้จะเสี่ยงต่อการต่อลมหายใจของจุนซูเป็นอย่างมาก...แต่ด้วยกำลังใจที่ดี..และความปรารถนาที่จะมีชีวิจต่อไปของจุนซูทำให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี

เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือนร่างเล็กก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว....ดงบังชินกิซึ่งเว้นช่วงระยะเวลาหลังจากออกซิงเกิ้ลแรกที่ส่งผลให้เพลงของพวกเขาโด่งดังไปทั่วเกาหลีก็สามารถรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อปล่อยซิงเกิ้ลเพลงเร็วเป็นซิงเกิ้ลที่สอง โดยมีจุนซูที่เข้มแข็งทั้งกายและใจมาเต้นนำในเพลงนี้....

 

"ตอนแรกมันก็รู้ตัวอ่ะฮีซอล..มันเหมือนมีอะไรแทงอยู่ตรงหัวใจอ่ะ...เจ็บเสียดๆยังไงไม่รู้....แต่พอนาน ๆเข้าก็ชิน จนสักพักฉันก็ไม่รู้สึกอะไรเลย...รู้ตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงยูชอนเรียกในฝัน...ฉันก็เลยตื่นขึ้นมาเพราะกลัวยูชอนจะกินสตรอเบอรี่ที่แม่แจจุงส่งมาให้หมดซะก่อนน่ะ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ร่างเล็กหัวเราะร่วน ในขณะที่คนถูกเอ่ยถึงนั่งหน้าง้ำอยู่ข้าง ๆ

ไม่ใช่ว่าปาร์คยูชอนไม่ดีใจที่ตัวเองเป็นคนปลุกให้จุนซูตื่นจากการหลับไหล...
แต่จุนซูเล่าว่าในความฝัน เขากำลังนั่งกินสตรอเบอรี่ที่แม่ของแจจุงส่งมาให้อย่างเอร็ดอร่อย...

พอเห็นจุนซู เขาก็ขู่ว่า ถ้าจุนซูไม่รีบตื่นเขาจะกินสตรอเบอรี่นั้นให้หมดจุนซูก็เลยลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะกลัวว่าเขาจะเแย่งกินสตรอเบอรี่...ดูยังไงก็เป็นวิธีที่เจ้าชายใช้ปลุกเจ้าหญิงที่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย...

 

"นี่จุนซู..นายไม่อายบ้างรึไง...นายฟื้นขึ้นมาเพราะเห็นแก่กินนะ..." ยูชอนแกล้งเย้า

"ใครฟื้นมาเพราะเห็นแก่กิน?....ฉันตื่นมาเพราะต้องมาจัดการจอมตะกละที่กินไม่เลือกต่างหากล่ะ....ถ้าฉันไม่ตื่นใครจะมาคอยบังคับให้นายกินแต่ของดีดีกันล่ะ"

"จริงเหรอ...นายตื่นมาเพราะเป็นห่วงฉันจริง ๆเหรอ" ยูชอนยิ้มกว้างพลางกระแซะมาใกล้ร่างเล็กด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

"ก็ใช่นะสิ...ขืนปล่อยนายไว้คนเดียว...นายคงมีชีวิตไม่เกินอายุ 30 แน่ ๆ...เล่นกินแต่ฟ๊าดฟู๊ดแล้วก็น้ำอัดลม...ระวังจะตายไม่รู้ตัว...ชิ"


ยูชอนหน้าง้ำอีกครั้ง ในขณะที่คนอื่น ๆหัวเราะกันครืนกับท่าทางพ่อแง่แม่งอนของจุนซูและยูชอน...


ตอนผ่าตัดจุนซูจะฝันว่าอะไรก็ช่างเถอะ....
แต่พวกเขาเชื่ออย่างหนึ่งว่า....แรงกำลังใจและความอบอุ่นจากมือคู่นั้นของยูชอนที่กอบกุมมือเล็กของจุนซูไว้ตลอดเวลายามที่จุนซูอยู่ระหว่างเส้นความเป็นและความตาย
เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น...
จุนซูหยุดหายใจไปหลายครั้งระหว่างผ่าตัด....แต่ด้วยพลังที่ส่งผ่านปลายนิ้วที่กอบกุมมือเขาไว้ตลอดเวลา..ทำให้จุนซูผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนั้นมาได้
ไม่ผิดเลยถ้าพวกเขาจะพูดได้ว่า "ลมหายใจของคิมจุนซูมีไว้เพื่อปาร์คยูชอน" เท่านั้น

 

 

"แล้วคุณจอนจินล่ะ...สบายดีไหม?" แจจุงเอ่ยถามขึ้น

"อืม..แต่ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น เห็นว่าจะขยายคลับไปที่นั่น...ไม่รู้จะไปเปิดกิจการหรือจะไปเป็นยากูซ่ากันแน่" ซิวอนตอบ

"ฮ่า ฮ่า...งั้นเหรอ...งั้นก็คงสบายดีใช่ไหม...ฉันเองก็ไม่ได้เจอพ่อแม่นายนายแล้ว...ท่านยังอยู่ญี่ปุ่นรึเปล่า"

"ยังสวีทกันอยู่ที่ซับโปโรที่เดิมเลยแจจุง.....คราวก่อนฉันพาฮีชอลไปเยี่ยม....พากันเล่นสกีจนเป็นหวัดกันทั้งบ้านแน่ะ"

"เปิดตัวลูกสะไภ้เหรอฮะพี่ซิวอน" ชางมินเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งนิ่งมานาน....
คำถามของน้องเล็กทำเอาฮีชอลหน้าฉีดสีขึ้นมาทันที ซิวอนยักคิ้วลิ่วตาให้แทนคำตอบ ผิดกลับฮีชอลที่จับศีรษะเจ้าตัวโยกไปโยกมาด้วยความหมั่นไส้

แจจุงยิ้มน้อยๆขณะมองฮีชอลกับซิวอนหยอกล้อกัน...

มีความสุขซะทีนะซิวอน....ในที่สุด...นายก็เจอคน ๆนั้นของนายแล้ว....

ฮีชอลรักนายมาก....เขาเป็นคนเดียวที่ยังรักนาย...ไม่ว่านายจะเป็นยังไง...หรือรักใคร

เขาเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างนายเสมอๆ.....ไม่ว่าจะสุข...ทุกข์....ร้องไห้...หรือหัวเราะ....เขาก็ยังอยู่ข้าง ๆนาย...

มีความสุขซะทีนะซิวอน...นายเป็นคนแรกที่สอนให้ฉันรู้ว่าความรักคืออะไร...เป็นคนสอน...ว่าฉันควรจะรักแบบไหน...
วันนี้นายได้พบความรักที่นายตามหาแล้ว...มีความสุขมาก ๆนะ...เพื่อนรัก.....


ไม่นานอาหารที่สั่งไว้ก็เรียงรายเต็มโต๊ะ ดงบังชินกิ และรันทูนั่งทานอาหารไปพลางพูดคุยหยอกล้อกันไปพลางอย่างสนุกสนาน

แม้ว่าวันนั้นจะผ่านมานานแล้ว....วันที่ซิวอนบอกรัก...และปล่อยมือแจจุงต่อหน้าทุกคน
แต่วันนั้นกลับเป็นวันที่ไม่สามารถลบเลือนไปได้ในความทรงจำของใครหลาย ๆคน
....วันที่เป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพของวงบอยแบนด์สุดยอดของเกาหลีทั้งสองวง
....วันที่สอนให้ซิวอนรู้จักคำว่า"รัก" และ "ความเสียสละ"
....วันที่ทำให้แจจุงรู้ว่าจะไม่มีวันเดินจากยุนโฮไปตลอดชีวิต
....วันที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า..."ความรัก" เป็นสิ่งที่งดงามเสมอไม่ว่าคุณจะเรียกคน ๆนั้นว่า "เพื่อน" หรือ "ที่รัก" ก็ตาม
.
.
.
เวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่น เมื่อเห็นว่าเข็มยาวและเข็มสั้นใกล้จะมาพร้อมจนกันชี้ที่เลข 12 เต็มทน...ดงบังชินกิและรันทู ก็ได้เวลาที่ต้องแยกย้ายกันไป

"บาย..ยุนโฮ...แจจุง...ชางมิน...ยูชอน..จุนซู...ขับรถดีดีล่ะยูชอน...อย่าซิ่งให้มันมาก...ขับไปชนอะไรขึ้นมารถจะบุบเอา...เสียดายรถ...ฮ่าฮ่า"
ซิวอนเอ่ยขึ้นขณะที่ยืนส่งดงบังชินกิข้างรถเล็กซัสสีดำเข้ม...พาหนะคู่ใจของคุณหนูปาร์คยูชอน

"ตกลงห่วงรถรึห่วงคนว่ะ" ยุนโฮว่า

"พวกนายน่ะหนังเหนียวจะตาย..ต่อให้ฆ่าก็ยังไม่ตายเลย...จะห่วงอะไร...ห่วงรถดีกว่า...สีออกจะสวย...ฮ่า  ฮ่า"

"เออ....ฉันว่านายห่วงตัวเองดีกว่าเหอะ...ท่าทางฮีชอลจะหลับไปแล้ว...แบกไปดีดีล่ะ...พาเค้าไปให้ถึงบ้านนะเฟ้ย...อย่าไปแวะที่ไหนล่ะ..หึหึ"
แจจุงยักคิ้วลิ่วตาให้ซิวอนพลางเหลือบไปมองชายที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนโซฟาในร้านเพราะโซจูเป็นสิบขวดที่แจจุงพยายามยัดเยียดให้

"เพราะนายนั่นแหละแจจุง....ฮีชอลเค้าไม่ได้คอแข็งเหมือนนายนี่หว่า...หาเรื่องให้ฉันเหนื่อยเรื่อยเลยนะนาย....
ดูเหอะ...ถ้าพรุ่งนี้หมอนี่ตื่นมาซ้อมเต้นไม่ได้...ฉันจะปล่อยไวรัสลงไซเวิล์ดพวกนายให้หมดเลย.."

"ฮ่า ฮ่า..ฉันว่าที่ฮีชอลจะซ้อมเต้นไม่ได้น่ะเป็นเพราะนายมากกว่านะ...คืนนี้ก็อย่าทำอะไรแปลกๆล่ะ....ทำมิดีมิร้ายคนเมามันบาปนะเฟ้ย..." ยูชอนว่า

"ไปเลยรีบกลับเลยไป.....บายนะจุนซู...แล้วฉันจะให้คิบอมโทรหานะ...ชางมินบาย.....อย่ากินเยอะล่ะ....เริ่มลงพุงแล้วนะเรา...บายเว้ย..ไว้เดี๋ยวค่อยโทรคุยกัน"

"เออ..บาย ๆ..ไปนะซิวอน แล้วเจอกัน...." ยุนโฮกับแจจุงพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แจจุงก้าวเข้าไปในรถเป็นคนสุดท้ายจะชะงักปลายเท้าเล็กน้อยเพราะเสียงเรียกของคนที่มาส่ง

"ขอบคุณนะแจจุง"

"ขอบคุณอะไรเหรอ?"

"ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกับฉัน....ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง....ฉันดีใจจริง ๆที่รู้จักและเคยได้รักคนอย่างนาย...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่นายทำให้ฉัน...ขอบคุณมากจริง ๆ"

แจจุงยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินเข้าไปกอดซิวอนไว้หลวม ๆ....ร่างบางส่งยิ้มละมุนให้เพื่อนรักก่อนจะเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

"ไม่ต้องขอบคุณหรอก....เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรเลย....ความรักต่างหากที่เป็นสิ่งที่สร้างทุกอย่างขึ้นมา....นายควรขอบคุณ"ความรัก"นะ...แล้วก็ขอบคุณตัวนายเองที่เปิดใจยอมรับสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต....ฉันดีใจที่นายมีเห็นความสุข....และก็ดีใจมาก...ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนนายก็ยังคงเป็นเพื่อนที่น่ารักที่สุดไม่เปลี่ยนแปลง...ฉันดีใจที่ได้เจอนายเช่นกันซิวอน...."

ซิวอนยิ้มกว้างก่อนจะดึงร่างบางมากอดไว้ครู่หนึ่งอีกครั้ง...

ใครว่า"เพื่อน" ไม่อาจกลายเป็น"คนรัก"ได้
แล้วใครว่า "คนรัก" ไม่อาจกลายเป็น "เพื่อน" ได้
"คนรัก" กับ "เพื่อน" ก็มีสิ่งเดียวกันที่ใช้หล่อหลอมความสัมพันธ์
สิ่งนั้นก็คือ "ความรัก"ไงล่ะ.....
ไม่ว่าจะรักแบบไหน...ในฐานะอะไร....แค่ตอบตัวเองให้ได้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นมาจาก "ความรัก"
เราจะเห็นความรักรอบตัวของเรา....


ดงบังชินกิมองร่างสูงที่โบกมือให้จนรถค่อยแล่นบดปังร่างสูงจนลับตา.....


ถนนสายนี้ยาวถึงไหนกันนะ....มีคนบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ไม่มีวันสิ้นสุด...
จะจริงหรือไม่จริงเขาไม่รู้หรอก....รู้แต่ว่าความรักและมิตรภาพของดงบังชินกิ...จะยังคงอยู่อย่างนี้...จะยังเป็นอย่างนี้ตลอดไป


คุณเคยมีรักที่แท้จริงไหม คนๆเดียวที่อยากได้มา ที่จะรอ ที่รักเหมือนในภาพยนตร์
หลายคนเหนื่อยที่จะรอกับคำที่ว่า “ ไม่มีทางที่รักจะเป็นจริง” ยังไงก็ตาม มันก็เป็นคำโกหก
เธอเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านเข้ามา
ฉันจะมีรักนี้ตลอดไป
รอมานานแสนนาน ใครที่ฉันคิดถึง คนพิเศษที่อยู่ข้างกายฉัน
รักของฉันที่ให้กับเธอจะคงอยู่ต่อไป...ต่อไป
ไม่เคลื่อนไปไหนเหมือนต้นไม้ จะเป็นเงาอยู่ข้างตัวเธอไปนานๆ
รักของฉัน จะคงอยู่ต่อไป...ต่อไป
แม้ฉันไม่ได้เอ่ยคำรัก ก็สามารถบอกให้หัวใจเธอคนนั้นรู้ได้ มันก็ไม่เป็นไร
เธอก็รู้ถึงหัวใจของฉันได้ด้วยเช่นกัน

มันไม่เห็นด้วยการพูดอธิบายหรอก แต่เป็นสิ่งที่เหมือนการพูดคุยด้วยจิตวิญญาณ
2 รวมเป็น 1 เป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
เธอเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ทอแสงในชีวิตของฉัน
เป็นที่พึ่งพิงของชีวิตในแต่ละวันที่ผ่านไป เวลาที่มีเธอคนนั้นอยู่
รอมานานแสนนาน ใครที่ฉันคิดถึง คนพิเศษที่อยู่ข้างกายฉัน
รักของฉันที่ให้กับเธอจะคงอยู่ต่อไป...ต่อไป
ในอีกด้านของชีวิตเหมือนในนิยาย ผมจะเป็นวีรบุรุษให้คุณ จะเป็นของขวัญที่น่าประทับใจให้คุณ
รักของฉันจะคงอยู่ต่อไป...ต่อไป

My love for you goes on and on and on

 

-END-

 

 

และแล้ว On&On ก็เดินทางมาถึงพาร์ทสุดท้าย

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงตรงตอนนี้ ไม่รู้มีใครคาดหวังกับตอนจบมากแค่ไหน แต่อยากบอกว่าเราพยายามอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ

อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแต่งเรื่องนี้ว่า เราวางพล๊อตไว้ค่อนข้างนานพอสมควร และตั้งใจจะไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงตอนจบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...และก็เป็นไปอย่างที่คิดค่ะ....เรื่องดำเนินไปจนจบสมบูรณ์อย่างที่มันควรจะเป็นอย่างสวยงาม...

 

ขอบคุณทุกคน...ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้ On&On มาถึงจุดนี้ได้

เชื่อว่าความรักที่คุณมีให้กับทงบังชินกิ มีให้กับฟิคเรื่องนี้ มีให้กับเจ้าของบล๊อก(เกี่ยวไร) จะยังคง goes on and on เหมือนชื่อเรื่องนะค่ะ....

ขอบคุณ...แม้จะเป็นคำง่าย ๆ...แต่ขอบคุณมากจริง ๆค่ะ

 

ปล. อาจจะมีสเปเชี่ลพาร์ทตามมานะค่ะ เพราะอ่านคอมเม้นหลายคนในบอร์ดฟิคว่า

อยากให้มีฉากสวีทยุนแจจ ยูซู ยังไงก็ติดตามกันต่อไปด้วยนะค่ะ อิอิ

edit @ 27 Oct 2007 02:03:55 by ::ลิงน้อยกะคนเลี้ยงลิง::東方神起 family::

edit @ 27 Oct 2007 02:10:14 by ::ลิงน้อยกะคนเลี้ยงลิง::東方神起 family::

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ้ากกกกกกกกกกส์

ซึ้งหลายๆ Y_Y

จบแบบแฮปปี้ ^[]^ หุหุหุ


*ซิวอนแมนมากมาย >3<

#1 By Gam[i]kaze* on 2007-10-26 20:16

เย้cry ประทับใจตอนจบนะค่ะ น่ารักมาก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือ คนรัก มันมีสิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ทั้ง สอง อย่างนี้ "ความรัก"

ซึ้งดีค่ะbig smile อิอิ ^^

#2 By MeeJae (125.27.4.6) on 2007-10-26 20:31

ซาบซึ้งอย่างที่คาดหวัง
สัมผัสได้เลยถึงความอบอุ่นของ"ความรัก"
สิ่งที่ไร้"พรมแดน"และ"กฏเกณฑ์"

เหมือน"สายลม"ที่พัดผ่าน
ที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างตามภาชนะ ตามสิ่งที่มันพัดผ่านไป
แล้วแต่ใครจะจินตนาการ แล้วแต่ใครจะออกแบบ
สายลมก็จะเป็นไปตามการถักทอนั้น

แต่"สายลม"บางครั้งอาจคมจนบาดผิวบ้าง
แต่คิดว่าคงไม่มีใครลืมเมื่อลมอันอบอุ่นพัดผ่าน
หรือลมเย็นโชยซ่านผ่านผม
ความอ่อนโยนนั้นจะติดตรึงไม่แพ้รอยแผลเช่นกัน

"ความรัก"ต้องสัมผัสเองถึงจะรู้และเข้าใจมันอย่างถ่องแท้
แล้วจะรู้ว่า...ความรักไม่เคยทำร้ายใคร

คิก...ขอบใจสำหรับOn&On นะจ้ะติ๊ก

#3 By เบ๊นซ์ on 2007-10-27 01:49

จบแบบประทับใจจิงๆ
ขอบคุนที่แต่งให้อ่านงับ

#4 By NooN (125.25.51.99) on 2007-10-29 07:07

ง่า.........จบซะทีเน้อ..ลุ้นตอนจบมาตั้งนาน
ขอบคุณมากค่ะสำหรับฟิคดีๆ ความรักที่สวยงาม..ง่า...ดีใจจัง ที่นู๋จุนซูไม่เป็นไรอ่ะ..
แล้วจะติดตามผลงานต่อไปนะนคะ

#5 By white_valentineของยุนโฮ (161.200.255.162) on 2007-10-31 19:05

อ่า..เป็นฟิกที่ให้ความสุขจริง ๆ
ขอบคุณที่จบอย่างสวยงาม
ตอนพิเศษมีของ มินมิน บ้างไหมง่า...
ขอบคุณคร้าบ

#6 By pu (58.137.129.220) on 2007-12-03 13:05