"เรามาคบกันมั้ย" เขาถามผม
"ไม่เอา!!" ผมตอบ
"ทำไมล่ะ?"
"ฉันไม่ชอบคนดื่มน้ำอัดลม...."
เมื่อ 3 เดือนก่อนมิกกี้ยูชอน หรือปาร์คยูชอนถามผมด้วยประโยคข้างบน
แน่ล่ะ...ผมตอบปฏิเสธ
รู้จักกันมาตั้ง 3-4 ปี หมอนี่มันประสาทหรือไงที่อยู่ ๆมาขอคบกับผม...มีผู้หญิงเป็นล้านที่พร้อมจะเป็นแฟนเขาเพียงแค่กระดิกนิ้ว
แล้วมันเรื่องอะไรที่ผมกับเขาที่เป็นสมาชิกวงเดียวกันและอยู่ด้วยแทบตลอดเวลาจะต้องมาคบกันด้วยล่ะ...
ถึงผมจะไม่มีแฟน...แต่ผมก็ไม่สิ้นคิดขนาดเอาเพื่อนในวงเป็นแฟนหรอก...
"ฉันว่าเราเหมาะสมกันจะตาย....แฟน ๆก็พูดกันอย่างนี้" เขาพูด
"นายรู้ได้ยังไง...ไปอยู่กับแฟน ๆมารึไง..."
"ก็เว็บแฟนคลับที่เราชอบเข้าไปดูกันไง...เขาเรียกพวกเราว่า...ยูซู......ยู...มาจาก...ยูชอน...ส่วน...ซู...มาจากจุนซู...
แฟน ๆเค้าให้นายอยู่ข้างล่างด้วยล่ะ...อิอิ"
"ไอ้บ้า...จะบนจะล่างฉันก็ไม่อยู่ทั้งนั้นแหละ...ฉันว่า "แจชอน" ฟังดูเพราะกว่านะ...นายไปอยู่กับพี่แจจุงแทนละกัน"
"ว่าไงนะ...นายอยากให้ลูกของเราชื่อ "แจชอน"เหรอ??"
ไอ้บ้านี่...ทำไมหมอนี่มันถึงได้หน้าด้านอย่างนี้นะ...ขนาดผมพูดขนาดนี้เขายังเนียนกลับมาเรื่องเดิมได้...ให้ตายสิ...
หมอนี่มันหน้าฮิปโปโบกปูนกลับชาติมาเกิดรึไงเนี่ย????
ผมใช้มือยันหน้าแป้นแล้นของหมอนั่นไปให้ห่างใบหน้าอันเนียนเรียบของผม แล้วก็เดินหนีไปให้พ้น ๆเสียงนกเสียงกาเสียงไก่ของหมอนั่น
แต่ยูชอนก็ยังยิ้มแก้มแทบฉีก ตะโกนตามไล่หลังผมลั่นอพาร์ทเม้นท์
"ฉันรักนาย...จุนซู...เรามาแต่งงานเถอะ...จุ๊บจุ๊บ"
โอ๊ยยยยย...ผมอยากจะบ้าตาย
มันเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ครั้งหนึ่งดันไปให้สัมภาษณ์ว่า "ยูชอนเป็นภรรยาผม"
นับตั้งแต่นั้นมา หมอนั่นก็คิดเป็นจริง ๆเป็นจังว่าผมจะเป็นเอาเขามาเป็นภรรยาจริง ๆ
ให้ตายสิ หมอนั่นมันไม่รู้จักคำว่าแฟนเซอร์วิสหรือไงนะ....ในวงเรา ถ้าแจจุงเป็นแม่ ยุนโฮก็ต้องเป็นพ่อน่ะถูกแล้ว...
ทำไมน่ะเหรอ ก็ 2 คนนั่นเค้าเป็นพี่ใหญ่สุดของวงน่ะสิ อีกอย่าง สองคนนั่นก็ตัวติดกันยังกะพี่น้องท้องติดหลัง เอ๊ย พี่น้องคลานตามกันมา
ก็ควรอยู่หรอกที่แฟน ๆจะจับคู่แจจุงกับยุนโฮ
แต่ผมกับหมอนั่นน่ะสิ...ดูยังไงก็ไม่เห็นมีอะไรที่เข้ากัน...
เรื่องที่เขากับผมจะรักกัน..........อ๊ากกกก...........ปั๊ดโธ่...................เสกให้ช้างเข้าไปอยู่ในกระเป๋าจิงโจ้ยังง่ายกว่าเลย.....
เมื่อปีที่แล้ว..ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตที่มาเลเซีย...ผมตัดสินใจหั่นผมให้สั้นลงก็เพราะหมอนี่เนี่ยแหละ...
เวลาผมยาว หมอนั่นชอบมาลูบหัวผม...และทุกครั้งที่ผมสะบัดหัวออกหมอนั่นก็จะมายีหัวจนผมกระเซอะกระเซิงไปหมด ผมเลยตัดสินใจบอกพี่สไตลิสต์ว่า "ตัดให้สั้นเลยครับ ทำยังไงก็ได้ ให้ดูแมน ๆ"
แล้วก็แมนสมใจผมจริง ๆน่ะแหละ...ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยตัดผมสั้นขนาดนี้มาก่อนเลย...
เวลาผมส่องกระจก ผมรู้สึกว่าตัวเองหล่อสมกับเป็นชายชาตรีจริง ๆ
แต่หมอนั่นกลับบอกว่า
"น่ารักเหมือนตุ๊กตาพังก์เลยจ๊ะ ที่รัก"
เอากะมันสิ - -*
ไม่กี่เดือนมานี้ ทางผู้ใหญ่ของเรามีโครงการให้เราเข้าไปตอบคำถามของแฟนคลับพวกเราในรายการอะไรนะที่ชื่อแปลกๆ หน่อยอ่ะ
อ๋อ ยูเอฟโอ หมอนั่นดีใจใหญ่ เขาบอกกับผมว่า
"ได้เวลาที่จะประกาสเรื่องของเราให้ชาวโลกรับรู้สักที"
เวรกรรม...
ไม่ใช่ว่าผมเกลียดการตอบคำถามแฟน ๆนะ...แค่ใครๆก็รู้ว่า...หมอนั่นน่ะช่างตื้อยิ่งกว่าอะไร
เวลาที่ผมนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเพื่อตอบคำถามแฟน ๆ เขาจะมานั่งจุ่มปุ๊กอยู่ข้าง ๆ แล้วก็คอยบอกว่า ตอบอย่างนั้นสิ ตอบอย่างนี้สิ
เวลาแฟน ๆถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับยูซู หมอนั่นจะเหมือนสุนัขที่เจอเจ้าของ คือหูตั้งหางกระดิก แล้วก็มองหน้าผมอย่างมีความหวังว่าผมจะบอกรักเขาต่อหน้าแฟน ๆ...
ปั๊ดโธ่...คุณลองมาเป็นผมที่ถูกมองด้วยสายตาที่โคตรจะมีความหวังสิ...แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงต้องเรียกหมอนั่นว่าสามี..แล้วผมก็กลายเป็นภรรยาไปโดยบันดล
ตอนที่พบกันครั้งแรก...ผมยังจำได้...หมอนั่นนั่งเหมือนหมาเหงาอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆกับสต๊าฟในบริษัท
พอพี่เอ(นามสมมุต)บอกผมว่า คนนี้คือคนที่จะมาอยู่วงเดียวกับผม...ผมก็เลยเข้าไปทัก
"ชื่อยูชอนเหรอ? ชื่อเพราะนะ แปลว่าอะไรเหรอ"
"นายจะอยากรู้คำแปลไปทำไม จะชื่อไหนมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ"
กวนตีนชะมัด..ผมคิด
"ว่าแต่ที่นี่น่ะมีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติมั้ย...ฉันอยากกินโค้ก" เขาถามผม
"มี....อยู่ชั้น 2 ตรงหัวมุมด้านขวา ตู้สีส้ม ๆอ่ะ"
"ไปไม่ถูก พาไปหน่อยสิ"
"ให้พี่เอ(นามสมมุต)พาไปสิ...ฉันจะซ้อมร้องเพลงต่อ"
"ไม่เอา....นายนั่นแหละ...ไปกันเถอะ"
แล้วเขาก็ลากผมไปจนได้....
นับจากนั้นมาหมอนั่นก็ติดผมแจ...แล้วก็คอยพร่ำบอกรักผมอยู่ทุกวี่วัน...
ยิ่งช่วงที่กระแสcouple แรง ๆหมอนั่นยิ่งได้ใจแล้วก็หาข้ออ้างลวนลามผมต่อหน้ากล้องทุกที เขาอ้างว่าแฟนเซอร์วิส เฮ้อ...
ทั้งแจจุง ยุนโฮ ชางมิน แล้วก็ผู้จัดการก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปกับหมอนั่นด้วย
เขาว่าดีซะอีก...เวลาผมกับหมอนั่นอยู่ด้วยกันมันน่ารักจะตาย น่าจับให้เป็นแฟนกันจริง ๆซะเลย เรตติ้งจะได้กระฉูด..กรรมก็เลยตกมาที่ผม...
จะไปจีบใคร เค้าก็ไม่เล่นด้วย เพราะทุกคนเล่นประกาศกันไปเรียบร้อยว่าผมเป็นภรรยาเขา
มีครั้งหนึ่งเรากำลังถ่ายทำเอ็มวีใหม่ของเราอยู่ เพลง Miss U อ่ะ พวกคุณจำได้ไหม?
หมอนั่นพยายามจะลอดใต้ขาผม....วันนั้นหมอนั่นใส่ผ้าพันคอยาวเทอะทะ แถมยังใส่กางเกงฟิตเปรี๊ยะ
ผมก็เลยบอกเล่น ๆว่าถ้ายอมลอดใต้ขาผมไปล่ะก็...ผมจะยอมเป็นแฟนก็ได้....ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำหรอก
เพราะคิดว่าเขาคงก้มลงไม่ได้แน่ ๆเพราะติดกางเกง 555...แต่ที่ไหนได้ ...มันจะทำจริง ๆอ่ะ...
ดีนะที่ผู้กำกับเรียกตัวเราไปถ่ายซีนต่อไปได้ทันพอดี...ไม่งั้น...โอ๊ยยยย....ไม่อยากจะคิด....ผมต้องเสียความบริสุทธิ์ให้หมอนั่นแน่ ๆเลย
นี่ไม่นับอีกหลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามพรากความบริสุทธิ์ไปจากผม
เวลาอยู่กับคนอื่นเยอะ ๆเค้าจะคอยมาหามาถู ๆแถวไหล่ของผม แล้วก็พูดประมาณว่า "ที่รักจ๊ะ เค้าหนาวจังเลย"
หนาวบ้านพ่อตาแกสิ...อากาศร้อนจะตายชัก เต้นมาเหนื่อย ๆดันเอาหน้ามาซุก เดี๋ยวพ่อก็เอาครีบฟาดคอซะหรอก
ผมแกล้งยีผมเขาเล่นเป็นข้ออ้างที่จะดึงหัวกะหล่ำของเขาออกจากซอกคอผม แล้วก็พูดกับเขาแรง ๆต่อหน้าคนอื่นให้ได้อายว่า
"สกปรกว่ะ คนกำลังเหนื่อย ๆ ไปไกลๆเลยไป รำคาญ"
แทนที่มันจะสำนึก..มันดันยิ้มแป้นแล้วก็หันไปบอกทุกคนว่า
"เมียผมประจำเดือนไม่มาน่ะครับ เลยหงุดหงิดนิดหน่อย เดี๋ยวเราก็ดีกันครับ"
กรูจะฆ่าเมิงงงงงง มิกกี้ยูชอนนนนนนนนน
ผมเคยถามเขาว่า ถ้าดงบังชินกิจะต้องแยกวง นายจะไปทำอะไร
เขาบอกว่าไงรู้ไหม เขาบอกว่า "จะขอผมแต่งงาน แล้วก็ทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี ทำอาหารรอผมกลับบ้าน"
ผมเลยเขกหัวไปหนึ่งที หมอนั่นบิปากเล็ก ๆแล้วก็พูดว่า "ทำไมนายทำกับสามีนายแบบนี้ล่ะ?"
ผมเลยตวาดกลับไปว่า "ฉันไม่ใช่ภรรยานาย!!!"
หมอนั่นเลยงอนไม่พูดกับผมตั้ง 3 วันแน่ะ...
ผมกับยูชอนสนิทกันมาก.....มากกว่าสมาชิกคนอื่น ๆในวงนะผมคิดว่างั้น
ทำไมน่ะเหรอ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ผมกับหมอนั่นก็ถูกจับเรียงอยู่ข้างกันตลอดเวลานั่นแหละ
ผมเห็นหน้าหมอนั่นบ่อยกว่าหน้าตัวเองซะอีก...
ไม่รู้สิ ถึงหมอนั่นจะน่ารำคาญที่คอยมาบอกรักพร่ำเพรื่อ แล้วก็ติดผมแจ
แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมรำคาญเขาจริง ๆหรอก...
ผมชอบที่ได้แกล้งเขา...ส่วนเขาก็ชอบที่ได้กระแนะกระแหนผมต่อหน้ากล้องบ้าง
หยอกล้อกันบ้าง...งอนกันบ้าง...กอดกันบ้าง...มันมีความสุขจะตาย
"พวกเราคือคู่ที่เพอร์เฟ็ค" พี่ยุนโฮชอบพูดอย่างนั้น....แต่ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นหรอก "พวกเราคือคู่หูที่เพอร์เฟ็ค" ต่างหาก
ยูชอนจะชอบงอนเวลาผมไม่สนใจเขา...แต่เขาจะไม่ยอมบอกผมนะว่าเขางอน...เขาจะเดินไปฟ้องพี่แจจุง แล้วก็ไม่พูดกับผมเลย
จนผมจะเลิกสนใจอย่างอื่นแล้วไปง้อเขานั่นแหละเขาถึงจะกลับมาเป็นลูกแมวเชื่อง ๆอีกครั้ง...
เวลาทำงาน เขาจะชอบว่าผมว่าไม่มีสมาธิบ้างล่ะ ลุกลี้ลุกลนบ้างล่ะ เล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาบ้างล่ะ แต่ผมก็เห็นเขาเล่นกับผมทุกที ผมกับเขาเลยโดนผู้จัดการลงโทษบ่อย ๆ
ผมว่าเขากับผมเป็นคู่หูที่มีเสน่ห์ที่สุดในวงเลยล่ะ....
ครั้งนึงเขาเคยถามผมว่า "ฉันจะกลับอเมริกาดีไหม อยู่ที่นี่มีชื่อเสียงก็จริง แต่เหนื่อยจังเลย"
ผมใจหายวาบ ใจนึงก็คิดว่าดีเหมือนกัน เพราะผมก็เหนื่อยแล้ว
อีกใจนึงก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่อยากให้หมอนั่นไปไหนไกล ผมเลยตอบเขาไปว่า
"แล้วแต่สิ...ถ้าเหนื่อยก็พักเถอะ เผื่อนายจะรู้สึกดีขึ้น"
"ฉันอยากเลิกร้องเพลง แต่ฉันไม่อยากเลิกรักนาย"
เน่าได้อีกอ่ะ... - -*
"ฉันมาเกาหลีเพราะอยากเป็นนักร้อง แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากร้องเพลงแล้ว แต่ฉันก็ไม่อยากจากนายไปด้วยอ่ะ ทำไงดีอ่ะจุนซู
สามีนายรักนายมากเลยนะ"
มันนอกเรื่องได้ทุกสถานการณ์จริง ๆ
"จะร้องหรือไม่ร้อง มันเกี่ยวกับฉันซะที่ไหนล่ะ อย่าเอาฉันไปผูกกับชีวิตนายสิ"
"ไม่ได้หรอก ก็ฉันรักนายนี่นา"
พอเห๊อะ...สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องนี้ ผมไม่น่าไปยุ่งกับมันเลย ให้ตาย
บอกตรง ๆว่าตอนแรกที่หมอนั่นทำท่ารักผมจะเต็มประดาแล้วก็คอยพูดจากหวาน ๆเลี่ยน ๆกับผมตลอด 24 ชั่วโมง
ผมก็โกรธเหมือนกันนะครับ...เวลาฟังผู้ชายบอกรักมันน่าขนลุกชอบกล
แต่หลัง ๆไม่รู้เพราะชินหรือเพราะปลงได้ ก็เริ่มขำ ๆ ผมเห็นเป็นเรื่องตลกมากกว่า
คำว่า "ชอบ"ของยูชอนในความคิดของผม ก็ความหมายเดียวกับ "ชอบแตงโม " "ชอบโค้ก" "ชอบตุ๊กตาหมี" นั่นแหละ
ท่าทางไม่จริงจังแต่ก็แอบงอนทุกครั้งที่ผมไม่สนใจ เรียกร้องความสนใจจากผมได้พอสมควรเชียวล่ะ...
แต่ผมก็เข้าใจดีว่าที่เขาเรียกร้องความสนใจเป็นเพราะเขาอยากให้ทุกคนแคร์เขา เอ๊ะ มันต่างกันตรงไหนหว่า ช่างมันเหอะ
เขาเป็นคนเดียวในวงที่ครอบครัวไม่ได้อยู่ที่เกาหลี เวลาที่พวกเราได้พัก เขาก็ไปอยู่กับครอบครัวผมที ครอบครัวแจจุงที
หรือบางทีก็ต้องอยู่คนเดียว ไม่ใช่เพราะผมสงสารเขาหรอกนะครับ...เรียกว่าเข้าใจมากกว่า...
ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ได้ยังไงโดยที่ครอบครัวอยู่ที่อเมริกากันหมด เป็นผมคงทำไม่ได้อย่างเขาแน่ ๆ
ถ้าการได้ลวนลามผมทำให้หมอนั่นหายเหงาบ้างก็ทำไปเหอะ (นี่ผมลงทุนไปรึเปล่าเนี่ย)
อย่าให้เกินเลยไปกว่านั้นล่ะกัน...ไม่งั้นผมเอามันตาย ฮึ่ม!! (น่ากลัวใช่ป่ะ)
ตอนที่เขาป่วยแล้วผมไม่ได้ไปเยี่ยม มันเหมือนเป็นตราบาปติดตัวผมมาจนถึงทุกวันนี้...ไม่ใช่สิ...เรียกว่าเป็นข้ออ้างให้ผมยอมจำนนมากกว่า
เวลาที่เขาน้อยใจผมเขาจะชอบอ้างไปถึงตอนที่ผมไม่ยอมไปเยี่ยมเขาเมื่อประมาณชาติที่แล้วขึ้นมา เขาจะบิปากแล้วก็พูดว่า
"นายไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะ คราวที่แล้วนายก็ไม่ยอมไปเยี่ยมฉัน คราวนี้ยังมัวแต่...(เล่นเกมส์ไม่สนใจฉันอีก บลา บลา บลา)...."
เติมคำในช่องว่างได้ตามสบายเลยครับ...ไม่ว่าตอนนั้นผมจะทำอะไรก็ตาม เขาก็จะอ้างเรื่องนั้นให้ผมยอมเขาทุกที
เออ...ผมมันผิด...แต่ให้ตายเห๊อะ...ลืมมันไปบ้างก็ได้นะ...แค่ลืมไปเยี่ยมตอนไม่สบายครั้งเดียว เขาทำเหมือนผมไปพรากพ่อพรากแม่เขายังงั้นแหละ
แต่ถามว่าผมยอมไหม?...ผมก็ยอมอ่ะ (แหะ แหะ แหะ) ถ้ายูชอนยังพูดกับผมอยู่ แสดงว่าเขาไม่ได้โกรธจริง ๆ ผมก็เลยต้องรีบง้อเขาก่อนที่จะเขาจะงอนจริง ๆ
เป็นแผนการจัดการกับเด็กอนุบาลที่รอบคอบจริง ๆ (หลอกด่ามันไม่ให้รู้ตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
อย่างที่บอก..ผมไม่คงไม่ได้รำคาญเขาจริง ๆหรอก หรือเพราะผมเคยชินกับการมีเขามาคอยป้วนเปี้ยน ลวนลามอยู่ใกล้ ๆก็ไม่รู้
วันไหนที่หมอนั่นไม่ได้มากระแซะกระแซะข้างๆ
ผมจะรู้สึกว่าวันนั้นพายุฝนกำลังจะถล่มเกาหลีแน่ ๆหรือไม่เขาก็ต้องแต่งเพลงมากจนประสาทกลับไปแล้วชัวร์
มันรู้สึกหมือนขาดอะไรไป จนผมต้องเป็นคนเข้าไปถามเขาเองว่า
"วันนี้เป็นไรอ่ะ...ไม่กอดเหรอ...เป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยนะนายน่ะ"
หมอนั่นถึงยิ้มแป้นแล้นอีกครั้ง...ยูชอนเค้าโลกส่วนตัวครับ...เวลามีอะไรเค้าไม่ค่อยบอกใคร แล้วก็ชอบเอาทุกอย่างมาสุมไว้ที่ตัวเอง (เก็บกดชัด ๆ)
ก็ต้องเป็นผมอีกนั่นแหละที่ต้องดูแลเขา...สรุปนี่ผมเป็นภรรยาเขาจริง ๆใช่ไหมเนี่ย
TBC
สวัสดีค่า...กลับมาปั่นฟิคอีกครั้งแล้ว....ฟิคเรื่องนี้ออกแนวประหลาดนิดนึง ตรงที่มันคล้ายกับเป็นบันทึกของจุนซูซะมากกว่า.....ซึ่งเราก็ตั้งใจให้มันเป็นอย่างงั้นอ่ะ...ตอนแต่งนะ...มันแต่งไปได้เรื่อย ๆเลย...ไม่รู้จะหยุดยังไง...(จริง ๆแล้วหยุดไม่ได้มากกว่า 555) ตอนแรกตั้งใจจะแต่งเป็น Short Fic แต่พอแต่งแล้วรู้สึกว่ามันขาดการดำเนินเรื่องยังไงไม่รู้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นฟิคยาวที่มีต้องมีจุดพีค และจุดหักเหของเรื่อง
ตอนนี้แต่งไปได้ 3 พาร์ทแล้ว แต่เอามาลงแค่พาร์ทเดียวก่อนนะเค๊อะ ขอตกแต่งอีกนิดนึงค่อยเอามาลง...ใครอ่านถึงพาร์ทนี้แล้วไม่ต้องกังวลว่ามันจะเป็นฟิคไม่มีเรื่องมีราว...มีแน่นอนค่ะ...เราคงไม่แต่งให้น้องเซียพูดไปเรื่อย ๆไม่ไม่หยุดเหมือนตัวจริงหรอก 555...คอยติดตามกันนะค่ะ...

