2008/Jan/05

"เรามาคบกันมั้ย" เขาถามผม

"ไม่เอา!!" ผมตอบ

"ทำไมล่ะ?"

"ฉันไม่ชอบคนดื่มน้ำอัดลม...."

 

 

เมื่อ 3 เดือนก่อนมิกกี้ยูชอน หรือปาร์คยูชอนถามผมด้วยประโยคข้างบน

แน่ล่ะ...ผมตอบปฏิเสธ

รู้จักกันมาตั้ง 3-4 ปี หมอนี่มันประสาทหรือไงที่อยู่ ๆมาขอคบกับผม...มีผู้หญิงเป็นล้านที่พร้อมจะเป็นแฟนเขาเพียงแค่กระดิกนิ้ว
แล้วมันเรื่องอะไรที่ผมกับเขาที่เป็นสมาชิกวงเดียวกันและอยู่ด้วยแทบตลอดเวลาจะต้องมาคบกันด้วยล่ะ...
ถึงผมจะไม่มีแฟน...แต่ผมก็ไม่สิ้นคิดขนาดเอาเพื่อนในวงเป็นแฟนหรอก...

"ฉันว่าเราเหมาะสมกันจะตาย....แฟน ๆก็พูดกันอย่างนี้" เขาพูด

"นายรู้ได้ยังไง...ไปอยู่กับแฟน ๆมารึไง..."

"ก็เว็บแฟนคลับที่เราชอบเข้าไปดูกันไง...เขาเรียกพวกเราว่า...ยูซู......ยู...มาจาก...ยูชอน...ส่วน...ซู...มาจากจุนซู...
แฟน ๆเค้าให้นายอยู่ข้างล่างด้วยล่ะ...อิอิ"

"ไอ้บ้า...จะบนจะล่างฉันก็ไม่อยู่ทั้งนั้นแหละ...ฉันว่า "แจชอน" ฟังดูเพราะกว่านะ...นายไปอยู่กับพี่แจจุงแทนละกัน"

"ว่าไงนะ...นายอยากให้ลูกของเราชื่อ "แจชอน"เหรอ??"

ไอ้บ้านี่...ทำไมหมอนี่มันถึงได้หน้าด้านอย่างนี้นะ...ขนาดผมพูดขนาดนี้เขายังเนียนกลับมาเรื่องเดิมได้...ให้ตายสิ...
หมอนี่มันหน้าฮิปโปโบกปูนกลับชาติมาเกิดรึไงเนี่ย????

ผมใช้มือยันหน้าแป้นแล้นของหมอนั่นไปให้ห่างใบหน้าอันเนียนเรียบของผม แล้วก็เดินหนีไปให้พ้น ๆเสียงนกเสียงกาเสียงไก่ของหมอนั่น
แต่ยูชอนก็ยังยิ้มแก้มแทบฉีก ตะโกนตามไล่หลังผมลั่นอพาร์ทเม้นท์

"ฉันรักนาย...จุนซู...เรามาแต่งงานเถอะ...จุ๊บจุ๊บ"

โอ๊ยยยยย...ผมอยากจะบ้าตาย

 

 

 

มันเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ครั้งหนึ่งดันไปให้สัมภาษณ์ว่า "ยูชอนเป็นภรรยาผม"
นับตั้งแต่นั้นมา หมอนั่นก็คิดเป็นจริง ๆเป็นจังว่าผมจะเป็นเอาเขามาเป็นภรรยาจริง ๆ

ให้ตายสิ หมอนั่นมันไม่รู้จักคำว่าแฟนเซอร์วิสหรือไงนะ....ในวงเรา ถ้าแจจุงเป็นแม่  ยุนโฮก็ต้องเป็นพ่อน่ะถูกแล้ว...
ทำไมน่ะเหรอ ก็ 2 คนนั่นเค้าเป็นพี่ใหญ่สุดของวงน่ะสิ อีกอย่าง สองคนนั่นก็ตัวติดกันยังกะพี่น้องท้องติดหลัง เอ๊ย พี่น้องคลานตามกันมา
ก็ควรอยู่หรอกที่แฟน ๆจะจับคู่แจจุงกับยุนโฮ

แต่ผมกับหมอนั่นน่ะสิ...ดูยังไงก็ไม่เห็นมีอะไรที่เข้ากัน...
เรื่องที่เขากับผมจะรักกัน..........อ๊ากกกก...........ปั๊ดโธ่...................เสกให้ช้างเข้าไปอยู่ในกระเป๋าจิงโจ้ยังง่ายกว่าเลย.....

 

 

เมื่อปีที่แล้ว..ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตที่มาเลเซีย...ผมตัดสินใจหั่นผมให้สั้นลงก็เพราะหมอนี่เนี่ยแหละ...
เวลาผมยาว หมอนั่นชอบมาลูบหัวผม...และทุกครั้งที่ผมสะบัดหัวออกหมอนั่นก็จะมายีหัวจนผมกระเซอะกระเซิงไปหมด  ผมเลยตัดสินใจบอกพี่สไตลิสต์ว่า "ตัดให้สั้นเลยครับ ทำยังไงก็ได้ ให้ดูแมน ๆ"
แล้วก็แมนสมใจผมจริง ๆน่ะแหละ...ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยตัดผมสั้นขนาดนี้มาก่อนเลย...
เวลาผมส่องกระจก ผมรู้สึกว่าตัวเองหล่อสมกับเป็นชายชาตรีจริง ๆ
แต่หมอนั่นกลับบอกว่า
"น่ารักเหมือนตุ๊กตาพังก์เลยจ๊ะ ที่รัก"
เอากะมันสิ - -*

 


ไม่กี่เดือนมานี้ ทางผู้ใหญ่ของเรามีโครงการให้เราเข้าไปตอบคำถามของแฟนคลับพวกเราในรายการอะไรนะที่ชื่อแปลกๆ หน่อยอ่ะ
อ๋อ ยูเอฟโอ หมอนั่นดีใจใหญ่ เขาบอกกับผมว่า

"ได้เวลาที่จะประกาสเรื่องของเราให้ชาวโลกรับรู้สักที"

เวรกรรม...

ไม่ใช่ว่าผมเกลียดการตอบคำถามแฟน ๆนะ...แค่ใครๆก็รู้ว่า...หมอนั่นน่ะช่างตื้อยิ่งกว่าอะไร
เวลาที่ผมนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเพื่อตอบคำถามแฟน ๆ เขาจะมานั่งจุ่มปุ๊กอยู่ข้าง ๆ แล้วก็คอยบอกว่า ตอบอย่างนั้นสิ ตอบอย่างนี้สิ
เวลาแฟน ๆถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับยูซู หมอนั่นจะเหมือนสุนัขที่เจอเจ้าของ คือหูตั้งหางกระดิก แล้วก็มองหน้าผมอย่างมีความหวังว่าผมจะบอกรักเขาต่อหน้าแฟน ๆ...
ปั๊ดโธ่...คุณลองมาเป็นผมที่ถูกมองด้วยสายตาที่โคตรจะมีความหวังสิ...แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงต้องเรียกหมอนั่นว่าสามี..แล้วผมก็กลายเป็นภรรยาไปโดยบันดล


ตอนที่พบกันครั้งแรก...ผมยังจำได้...หมอนั่นนั่งเหมือนหมาเหงาอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆกับสต๊าฟในบริษัท
พอพี่เอ(นามสมมุต)บอกผมว่า คนนี้คือคนที่จะมาอยู่วงเดียวกับผม...ผมก็เลยเข้าไปทัก

"ชื่อยูชอนเหรอ? ชื่อเพราะนะ แปลว่าอะไรเหรอ"

"นายจะอยากรู้คำแปลไปทำไม จะชื่อไหนมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ"

กวนตีนชะมัด..ผมคิด

"ว่าแต่ที่นี่น่ะมีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติมั้ย...ฉันอยากกินโค้ก" เขาถามผม

"มี....อยู่ชั้น 2 ตรงหัวมุมด้านขวา ตู้สีส้ม ๆอ่ะ"

"ไปไม่ถูก พาไปหน่อยสิ"

"ให้พี่เอ(นามสมมุต)พาไปสิ...ฉันจะซ้อมร้องเพลงต่อ"

"ไม่เอา....นายนั่นแหละ...ไปกันเถอะ"

แล้วเขาก็ลากผมไปจนได้....

 

นับจากนั้นมาหมอนั่นก็ติดผมแจ...แล้วก็คอยพร่ำบอกรักผมอยู่ทุกวี่วัน...
ยิ่งช่วงที่กระแสcouple แรง ๆหมอนั่นยิ่งได้ใจแล้วก็หาข้ออ้างลวนลามผมต่อหน้ากล้องทุกที  เขาอ้างว่าแฟนเซอร์วิส เฮ้อ...

ทั้งแจจุง ยุนโฮ ชางมิน แล้วก็ผู้จัดการก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปกับหมอนั่นด้วย
เขาว่าดีซะอีก...เวลาผมกับหมอนั่นอยู่ด้วยกันมันน่ารักจะตาย น่าจับให้เป็นแฟนกันจริง ๆซะเลย เรตติ้งจะได้กระฉูด..กรรมก็เลยตกมาที่ผม...
จะไปจีบใคร เค้าก็ไม่เล่นด้วย เพราะทุกคนเล่นประกาศกันไปเรียบร้อยว่าผมเป็นภรรยาเขา

มีครั้งหนึ่งเรากำลังถ่ายทำเอ็มวีใหม่ของเราอยู่ เพลง Miss U อ่ะ พวกคุณจำได้ไหม?
หมอนั่นพยายามจะลอดใต้ขาผม....วันนั้นหมอนั่นใส่ผ้าพันคอยาวเทอะทะ แถมยังใส่กางเกงฟิตเปรี๊ยะ
ผมก็เลยบอกเล่น ๆว่าถ้ายอมลอดใต้ขาผมไปล่ะก็...ผมจะยอมเป็นแฟนก็ได้....ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำหรอก
เพราะคิดว่าเขาคงก้มลงไม่ได้แน่ ๆเพราะติดกางเกง 555...แต่ที่ไหนได้ ...มันจะทำจริง ๆอ่ะ...
ดีนะที่ผู้กำกับเรียกตัวเราไปถ่ายซีนต่อไปได้ทันพอดี...ไม่งั้น...โอ๊ยยยย....ไม่อยากจะคิด....ผมต้องเสียความบริสุทธิ์ให้หมอนั่นแน่ ๆเลย
นี่ไม่นับอีกหลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามพรากความบริสุทธิ์ไปจากผม

 

เวลาอยู่กับคนอื่นเยอะ ๆเค้าจะคอยมาหามาถู ๆแถวไหล่ของผม แล้วก็พูดประมาณว่า "ที่รักจ๊ะ เค้าหนาวจังเลย"
หนาวบ้านพ่อตาแกสิ...อากาศร้อนจะตายชัก เต้นมาเหนื่อย ๆดันเอาหน้ามาซุก เดี๋ยวพ่อก็เอาครีบฟาดคอซะหรอก
ผมแกล้งยีผมเขาเล่นเป็นข้ออ้างที่จะดึงหัวกะหล่ำของเขาออกจากซอกคอผม แล้วก็พูดกับเขาแรง ๆต่อหน้าคนอื่นให้ได้อายว่า

"สกปรกว่ะ คนกำลังเหนื่อย ๆ ไปไกลๆเลยไป รำคาญ"

แทนที่มันจะสำนึก..มันดันยิ้มแป้นแล้วก็หันไปบอกทุกคนว่า

"เมียผมประจำเดือนไม่มาน่ะครับ เลยหงุดหงิดนิดหน่อย เดี๋ยวเราก็ดีกันครับ"

กรูจะฆ่าเมิงงงงงง มิกกี้ยูชอนนนนนนนนน

 

ผมเคยถามเขาว่า ถ้าดงบังชินกิจะต้องแยกวง นายจะไปทำอะไร
เขาบอกว่าไงรู้ไหม เขาบอกว่า "จะขอผมแต่งงาน แล้วก็ทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี ทำอาหารรอผมกลับบ้าน"
ผมเลยเขกหัวไปหนึ่งที หมอนั่นบิปากเล็ก ๆแล้วก็พูดว่า "ทำไมนายทำกับสามีนายแบบนี้ล่ะ?"
ผมเลยตวาดกลับไปว่า "ฉันไม่ใช่ภรรยานาย!!!"
หมอนั่นเลยงอนไม่พูดกับผมตั้ง 3 วันแน่ะ...


ผมกับยูชอนสนิทกันมาก.....มากกว่าสมาชิกคนอื่น ๆในวงนะผมคิดว่างั้น
ทำไมน่ะเหรอ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ผมกับหมอนั่นก็ถูกจับเรียงอยู่ข้างกันตลอดเวลานั่นแหละ
ผมเห็นหน้าหมอนั่นบ่อยกว่าหน้าตัวเองซะอีก...

ไม่รู้สิ ถึงหมอนั่นจะน่ารำคาญที่คอยมาบอกรักพร่ำเพรื่อ แล้วก็ติดผมแจ
แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมรำคาญเขาจริง ๆหรอก...
ผมชอบที่ได้แกล้งเขา...ส่วนเขาก็ชอบที่ได้กระแนะกระแหนผมต่อหน้ากล้องบ้าง
หยอกล้อกันบ้าง...งอนกันบ้าง...กอดกันบ้าง...มันมีความสุขจะตาย

"พวกเราคือคู่ที่เพอร์เฟ็ค" พี่ยุนโฮชอบพูดอย่างนั้น....แต่ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นหรอก "พวกเราคือคู่หูที่เพอร์เฟ็ค" ต่างหาก

ยูชอนจะชอบงอนเวลาผมไม่สนใจเขา...แต่เขาจะไม่ยอมบอกผมนะว่าเขางอน...เขาจะเดินไปฟ้องพี่แจจุง แล้วก็ไม่พูดกับผมเลย
จนผมจะเลิกสนใจอย่างอื่นแล้วไปง้อเขานั่นแหละเขาถึงจะกลับมาเป็นลูกแมวเชื่อง ๆอีกครั้ง...
เวลาทำงาน เขาจะชอบว่าผมว่าไม่มีสมาธิบ้างล่ะ ลุกลี้ลุกลนบ้างล่ะ เล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาบ้างล่ะ แต่ผมก็เห็นเขาเล่นกับผมทุกที ผมกับเขาเลยโดนผู้จัดการลงโทษบ่อย ๆ
ผมว่าเขากับผมเป็นคู่หูที่มีเสน่ห์ที่สุดในวงเลยล่ะ....

 

ครั้งนึงเขาเคยถามผมว่า "ฉันจะกลับอเมริกาดีไหม อยู่ที่นี่มีชื่อเสียงก็จริง แต่เหนื่อยจังเลย"

ผมใจหายวาบ ใจนึงก็คิดว่าดีเหมือนกัน เพราะผมก็เหนื่อยแล้ว
อีกใจนึงก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่อยากให้หมอนั่นไปไหนไกล ผมเลยตอบเขาไปว่า

"แล้วแต่สิ...ถ้าเหนื่อยก็พักเถอะ เผื่อนายจะรู้สึกดีขึ้น"

"ฉันอยากเลิกร้องเพลง แต่ฉันไม่อยากเลิกรักนาย"

เน่าได้อีกอ่ะ... - -*

"ฉันมาเกาหลีเพราะอยากเป็นนักร้อง แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากร้องเพลงแล้ว แต่ฉันก็ไม่อยากจากนายไปด้วยอ่ะ ทำไงดีอ่ะจุนซู
สามีนายรักนายมากเลยนะ"

มันนอกเรื่องได้ทุกสถานการณ์จริง ๆ

"จะร้องหรือไม่ร้อง มันเกี่ยวกับฉันซะที่ไหนล่ะ อย่าเอาฉันไปผูกกับชีวิตนายสิ"

"ไม่ได้หรอก ก็ฉันรักนายนี่นา"

พอเห๊อะ...สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องนี้ ผมไม่น่าไปยุ่งกับมันเลย ให้ตาย

 

บอกตรง ๆว่าตอนแรกที่หมอนั่นทำท่ารักผมจะเต็มประดาแล้วก็คอยพูดจากหวาน ๆเลี่ยน ๆกับผมตลอด 24 ชั่วโมง
ผมก็โกรธเหมือนกันนะครับ...เวลาฟังผู้ชายบอกรักมันน่าขนลุกชอบกล

แต่หลัง ๆไม่รู้เพราะชินหรือเพราะปลงได้ ก็เริ่มขำ ๆ ผมเห็นเป็นเรื่องตลกมากกว่า
คำว่า "ชอบ"ของยูชอนในความคิดของผม ก็ความหมายเดียวกับ "ชอบแตงโม " "ชอบโค้ก" "ชอบตุ๊กตาหมี" นั่นแหละ

ท่าทางไม่จริงจังแต่ก็แอบงอนทุกครั้งที่ผมไม่สนใจ เรียกร้องความสนใจจากผมได้พอสมควรเชียวล่ะ...
แต่ผมก็เข้าใจดีว่าที่เขาเรียกร้องความสนใจเป็นเพราะเขาอยากให้ทุกคนแคร์เขา เอ๊ะ มันต่างกันตรงไหนหว่า ช่างมันเหอะ

เขาเป็นคนเดียวในวงที่ครอบครัวไม่ได้อยู่ที่เกาหลี เวลาที่พวกเราได้พัก เขาก็ไปอยู่กับครอบครัวผมที ครอบครัวแจจุงที
หรือบางทีก็ต้องอยู่คนเดียว ไม่ใช่เพราะผมสงสารเขาหรอกนะครับ...เรียกว่าเข้าใจมากกว่า...
ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ได้ยังไงโดยที่ครอบครัวอยู่ที่อเมริกากันหมด เป็นผมคงทำไม่ได้อย่างเขาแน่ ๆ

ถ้าการได้ลวนลามผมทำให้หมอนั่นหายเหงาบ้างก็ทำไปเหอะ (นี่ผมลงทุนไปรึเปล่าเนี่ย)
อย่าให้เกินเลยไปกว่านั้นล่ะกัน...ไม่งั้นผมเอามันตาย ฮึ่ม!! (น่ากลัวใช่ป่ะ)

 

ตอนที่เขาป่วยแล้วผมไม่ได้ไปเยี่ยม มันเหมือนเป็นตราบาปติดตัวผมมาจนถึงทุกวันนี้...ไม่ใช่สิ...เรียกว่าเป็นข้ออ้างให้ผมยอมจำนนมากกว่า

เวลาที่เขาน้อยใจผมเขาจะชอบอ้างไปถึงตอนที่ผมไม่ยอมไปเยี่ยมเขาเมื่อประมาณชาติที่แล้วขึ้นมา เขาจะบิปากแล้วก็พูดว่า

"นายไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะ คราวที่แล้วนายก็ไม่ยอมไปเยี่ยมฉัน คราวนี้ยังมัวแต่...(เล่นเกมส์ไม่สนใจฉันอีก บลา บลา บลา)...."

เติมคำในช่องว่างได้ตามสบายเลยครับ...ไม่ว่าตอนนั้นผมจะทำอะไรก็ตาม เขาก็จะอ้างเรื่องนั้นให้ผมยอมเขาทุกที

เออ...ผมมันผิด...แต่ให้ตายเห๊อะ...ลืมมันไปบ้างก็ได้นะ...แค่ลืมไปเยี่ยมตอนไม่สบายครั้งเดียว เขาทำเหมือนผมไปพรากพ่อพรากแม่เขายังงั้นแหละ
แต่ถามว่าผมยอมไหม?...ผมก็ยอมอ่ะ (แหะ แหะ แหะ) ถ้ายูชอนยังพูดกับผมอยู่ แสดงว่าเขาไม่ได้โกรธจริง ๆ ผมก็เลยต้องรีบง้อเขาก่อนที่จะเขาจะงอนจริง ๆ
เป็นแผนการจัดการกับเด็กอนุบาลที่รอบคอบจริง ๆ (หลอกด่ามันไม่ให้รู้ตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

 

อย่างที่บอก..ผมไม่คงไม่ได้รำคาญเขาจริง ๆหรอก หรือเพราะผมเคยชินกับการมีเขามาคอยป้วนเปี้ยน ลวนลามอยู่ใกล้ ๆก็ไม่รู้
วันไหนที่หมอนั่นไม่ได้มากระแซะกระแซะข้างๆ
ผมจะรู้สึกว่าวันนั้นพายุฝนกำลังจะถล่มเกาหลีแน่ ๆหรือไม่เขาก็ต้องแต่งเพลงมากจนประสาทกลับไปแล้วชัวร์
มันรู้สึกหมือนขาดอะไรไป จนผมต้องเป็นคนเข้าไปถามเขาเองว่า

"วันนี้เป็นไรอ่ะ...ไม่กอดเหรอ...เป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยนะนายน่ะ"

หมอนั่นถึงยิ้มแป้นแล้นอีกครั้ง...ยูชอนเค้าโลกส่วนตัวครับ...เวลามีอะไรเค้าไม่ค่อยบอกใคร แล้วก็ชอบเอาทุกอย่างมาสุมไว้ที่ตัวเอง (เก็บกดชัด ๆ)
ก็ต้องเป็นผมอีกนั่นแหละที่ต้องดูแลเขา...สรุปนี่ผมเป็นภรรยาเขาจริง ๆใช่ไหมเนี่ย

 

TBC

 

สวัสดีค่า...กลับมาปั่นฟิคอีกครั้งแล้ว....ฟิคเรื่องนี้ออกแนวประหลาดนิดนึง ตรงที่มันคล้ายกับเป็นบันทึกของจุนซูซะมากกว่า.....ซึ่งเราก็ตั้งใจให้มันเป็นอย่างงั้นอ่ะ...ตอนแต่งนะ...มันแต่งไปได้เรื่อย ๆเลย...ไม่รู้จะหยุดยังไง...(จริง ๆแล้วหยุดไม่ได้มากกว่า 555) ตอนแรกตั้งใจจะแต่งเป็น Short Fic แต่พอแต่งแล้วรู้สึกว่ามันขาดการดำเนินเรื่องยังไงไม่รู้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นฟิคยาวที่มีต้องมีจุดพีค และจุดหักเหของเรื่อง

ตอนนี้แต่งไปได้ 3 พาร์ทแล้ว แต่เอามาลงแค่พาร์ทเดียวก่อนนะเค๊อะ ขอตกแต่งอีกนิดนึงค่อยเอามาลง...ใครอ่านถึงพาร์ทนี้แล้วไม่ต้องกังวลว่ามันจะเป็นฟิคไม่มีเรื่องมีราว...มีแน่นอนค่ะ...เราคงไม่แต่งให้น้องเซียพูดไปเรื่อย ๆไม่ไม่หยุดเหมือนตัวจริงหรอก 555...คอยติดตามกันนะค่ะ...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กรี๊ดกร๊าด..น้องติ๊ก(เอ่อ.ขอเรียกน้องติ๊กละกัน คงเป็นน้องเราละมั้ง)เอาฟิคใหม่มาลงยูซูซะด้วย ตามมาอ่าน จุนซูน่ารักอีกแล้ว สรุปรักปาร์คไปแล้วช่ายม้ายจุนซู
cry
#1  by  iloveyoosu At 2008-01-05 21:16, 
น่ารักได้อีกนะเนี่ย

จะคอยติดตามนะจ๊ะ

แบบว่าชอบยูซูอะ น่ารักเป็นที่ซู้ด ดดดด

ยูชอนจ๋า อย่าเน่ามากนะ เด๋วโลมาน้องจะเลี่ยนไปซะก่อน

ฮิ ยะ ฮ่า ๆ ๆ
#2  by  minnie (58.8.127.244) At 2008-01-05 23:40, 
พี่ติ๊ก ขอแบบไม่สมหวังนะ ..







คิมจุนซูแมนเกินร้อยซะขนาดนั้น - -*
#3  by  ❤ Obese kimo'as At 2008-01-06 00:17, 
เจ๊จะสำลักตาย...นี่มันเรื่องจริงยูซูใชไหม...
ได้....เอาอีก มีอีกๆๆๆ เจ๊ชอบ.... ยูซูๆ
อิมิก แกอะไรจะหวานปานน้ำอัดลม..ขนาดนั้น
อยากจะอ้ว...หวะ 555
#4  by  nunid At 2008-01-06 00:27, 
อ้ากกกกกกกส์
น่าร้ากกกกกกกกกกอ่ะ หนุกมากเลยค่า
ชอบๆๆ จุนซูน่าร้ากกกก 555
แต่ปาร์คนี่ออกแนวสามีติดเมียยังไงยังงั้นเลย555!
แถมชอบยิงมุขเสี่ยวอีก หุหุหุ แต่ก็น่ารักอ่ะ
รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ ไฟท์ติ้งงงงงงง!!!
^________^
#5  by  Gam[i]kaze* At 2008-01-06 16:20, 
จุนซูน่ารัก ปาร์คก็เนียนมากมาย
ทำตัวดีดีนะปาร์ค จุนซูจะได้ใจอ่อน
#6  by  pu (58.137.129.220) At 2008-01-09 11:22, 
ขออย่างเดียว
ต่อไวๆเน้อ
ขอบคุนงับ
#7  by  NNN (125.25.49.24) At 2008-01-09 16:09, 
><

อ๊า น่ารักจังงงง
พี่ติ๊กมาต่อไวๆน้าค้า

พี่เซียน่าร้าก ตาปาร์คนี่ หืมมม ติดเมียแจเลย
เอิ๊กกกกกกกกก

รอตอนต่อไปอยุ่งับ ^^
#8  by  ~Nu+Bye~ (125.26.219.136) At 2008-01-10 19:36, 
อะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
น่ารักอ่า ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฮาขำกลิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง
แต่แบบนะ เห็นความผูกพันของสองคนนี้ได้ดี อิอิ
ไปตามอ่านต่อดีก่า อิอิ
#9  by  เบ๊นซ์ At 2008-01-17 05:55, 
อ่านแล้วเพลิน

สนุกดีค่า^^

มีเรื่องจริงมาเอี่ยวเกี่ยวเนื่องดีอ่ะ ชอบๆๆๆ
#10  by  Shi_RiN (203.113.41.4) At 2008-02-07 23:56, 

<< Home