ผมตัดสินใจไม่รับโทรศัพท์...ปล่อยให้มันดัง โอ้~~~ช้อง เซลิเซ่สสสสสสส์~~~~ อยู่อย่างนั้นแหละ
แต่ในใจ...ผมกลับว้าวุ่นประหลาด ๆยังไงไม่รู้
ภาพครูยูริกับยูชอนยังติดตาผมอยู่....ตอนนี้ในสมองมีคำถามอยู่ประมาณ 3 ล้านคำถามเห็นจะได้...
ภาพที่ผมเห็น...ดูยังไงก็ดูเหมือนภาพคู่รักมากกว่าจะคิดเป็นอย่างอื่น
แต่เราเพิ่งรู้จักครูยูริเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี่เอง...นั่นหมายความว่ายูชอนรู้จักครูยูริมาก่อนงั้นเหรอ...แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ...ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องเลย
ผมเก็บคำถามไว้ในใจแล้วก็นั่งเงียบจนเรากลับมาถึงบ้าน...ผมว่าผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแล้วนะ...แต่ยูชอนก็ยังรู้จนได้..พอถึงบ้านปุ๊บ เขาก็ถามผมว่า
"เป็นอะไรรึเปล่าจุนซู....เห็นเงียบผิดปกติ...ราเม็งไม่ย่อยเหรอ"
ผมอยากจะต่อยปากหมอนั่นให้มันรู้แล้วรู้รอด..โรคปากเสียของเขาเมื่อไหร่จะแก้หายซะทีนะ
"ป่าว...แค่เหนื่อยน่ะ"
"เหนื่อยตรงไหนอ่ะ...ฉันไม่เห็นนายทำอะไรเลย..เอาแต่กินแล้วก็เดินไปเดินมา"
"ก็เพราะฉันมัวแต่เดินง้อเด็กปัญญาอ่อนน่ะสิก็เลยเหนื่อยจนถึงตอนนี้นี่แหละ"
"นายว่าใครอ่ะ"
"ไม่รู้..ใครอยากรับก็รับไปดิ"
"งอนไรอ่าจุนซู...ดีกันนะ นะ นะ นะ...สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้ออีกแล้วนะนะนะ"
"ไม่ต้องมาอ้อนเลย...ฉันง่วงแล้ว จะนอน...กลับห้องนายไป"
ผมไล่เขากลับห้อง..อ้อลืมบอกไป เขากับแจจุงอยู่ห้องเดียวกัน..ส่วนผม ยุนโฮแล้วก็ชางมินอยู่ห้องเดียวกัน
ทำไมเขาต้องไปอยู่กับแจจุงน่ะเหรอ ก็เพราะสองคนนั่นชอบหนีเที่ยวตอนดึก ๆน่ะสิ
ผู้จัดการเลยให้สองคนนั้นนอนห้องเดียวกัน..เวลากลับมาตอนดึก ๆจะไม่รบกวนคนอื่น
ผมเดินหนีเขาเข้าห้องไป...แต่หมอนั่นก็ยังเดินตามเข้ามา...สงสัยเขาจะไม่เชื่อว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ
(ก็ควรอยู่หรอก ใคร ๆก็ว่าเวลาผมหน้านิ่งๆ น่ากลัวที่สุด)
"ตามเข้ามาทำไมอ่ะ"
"คืนนี้ขอนอนด้วยนะ"
"จะบ้าเหรอ จะนอนยังไงตั้งสี่คน กลับไปนอนห้องนายไป"
"ก็นายงอนฉันอยู่อ่ะ...ฉันจะง้อจนกว่านายจะหายงอน"
"ฉันไม่ได้โกรธอะไรซักหน่อย...นายจะมาง้อทำไม..หรือนายไปทำผิดอะไรที่ฉันต้องโกรธล่ะ" ผมมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง
"ป่าวน๊า...ฉันทำตัวอยู่ในโอวาทนายตลอดเวลาเลยนะไม่เคยเถลไถลเลย"
"งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะโกรธนาย...ดังนั้นไปนอนเหอะยูชอน...ฉันง่วงแล้ว"
"จริงนะ...นายไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆนะ"
"เออสิ...ไปนอนไป...อ้อ...เอาหนังสือนี่ไปให้แจจุงด้วย...เมื่อกี้เห็นบ่นอยากอ่าน"
"ครับผม~~~ราตรีสวัสดิ์นะครับที่รัก"
"ไปไกล ๆเลย ถ้าพูดที่รักอีกคำเดียวโดนเอาหมอนกดหน้าแน่"
"เปลี่ยนเป็นโดนนายกดแทนได้ม่ะ ^^"
"ไอ้ไก่ยูชอน!!"
ว่าแล้วเขาก็รีบเปิดแน่บ ปล่อยผมตะโกนไล่หลังอยู่อย่างงั้น
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ...ภาพนั้นลอยมาหลอกหลอนผมไม่ว่าจะนอนตะแคงซ้ายตะแคงขวา
ผมยังไม่ถามยูชอนและทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงวันที่เราจะต้องซ้อมเต้นกับครูยูริอีกครั้ง
"พี่แจจุง..ผมมีอะไรจะถาม" ผมเดินไปหาเจอแจจุงขณะที่เราอยู่ในช่วงพัก...
ส่วนยูชอนน่ะเหรอ..นั่งคุยกับครูยูริแล้วก็ยุนโฮอยู่อีกมุมนึงของห้องโน่น
"ว่ามาสิ" แจจุงพูดพร้อมกับยกผ้าขนหนูขึ้นมาปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"พี่รู้สึกคุ้นหน้าครูยูริบ้างมั้ย"
"ไม่หนิ...เพิ่งเจอกัน จะไปคุ้นใครได้ล่ะ...ถามทำไม"
"แล้วพี่เคยรู้จักคนที่หน้าตาคล้ายครูยูริมั้ยฮะ"
"ถามแปลก ๆ...เป็นอะไรไปอ่ะจุนซู...ไม่สบายรึเปล่า" แจจุงเอียงคอมองหน้าผม (เวลาพี่แจจุงเอียงคอ นี่น่ารักจริง ๆด้วยแฮ่ะ)
"เปล่าฮ่ะ...ผมเห็นพี่ไปเที่ยวกับยูชอนบ่อย ๆ เผื่อว่าพี่จะเคยเจอครูยูริมาก่อนน่ะฮะ"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับยูชอนล่ะ"
"เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกฮะ...ผมแค่ถามเล่น ๆน่ะ"
"ทำไม...หึงเหรอ?"
"ห๊า!!!หึงอะไรกันฮะ"
"ก็นายน่ะ..นายหึงยูชอนกับครูยูริเหรอ?"
"เปล่านะฮะ..ผมแค่คุ้นหน้าครูยูริน่ะฮะ..ก็เลยถามเรื่อยเปื่อย...พี่แจจุงอ่ะ...ผมไม่ได้เป็นแฟนเขาจริง ๆนะ"
"ฮ่า ฮ่า เออ รู้แล้วน่า....ว่าแต่...เวลานอนด้วยกันยูชอน เค้าทำให้นายดีมั้ย"
"ทำอะไรให้ฮะ....อ๊า...พี่แจจุง...ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่....." ผมพูดได้แค่นั้น
"ไปกินน้ำก่อนนะ..คุณนายปาร์ค...ฮ่า ฮ่า ฮ่า" แจจุงก็เดินจากไป
ให้ตายสิ..ทำยังไงผมก็ไม่ชินกับการโดยล้อว่าเป็นภรรยาหมอนั่นซักที...ไม่สิ..ต่อให้ตายก็ไม่ชิน...เฮ้อ....
ผมเก็บเรื่องครูยูริกับยูชอนไว้ไม่บอกใครแล้วก็คอยสังเกตยูชอนไปเรื่อย ๆ ....ผมยอมรับว่ารู้สึกแปลก ๆเหมือนกัน...
ต่อหน้าครูยูริ..หมอนั่นจะไม่ค่อยมาคลอเคลียผมเหมือนเดิม...ผมก็เลยรู้สึกโหวง ๆชอบกล...การกระทำของยูชอน...แม้คนที่ไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยอย่างชางมินก็ยังรู้สึกได้ เพราะคืนนั้นเอง ชางมินถามผมตอนที่ยูชอนอาบน้ำว่า ทำไมผมกับยูชอนดูห่างเหินกันจัง...ทะเลาะกันเหรอ ผมไม่ตอบว่าอะไร นอกจากคำว่า "ไม่รู้" นั่นสินะ..จะว่าไป..ผมก็ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆนั่นแหละ
พอเห็นว่าชางมินจะอ่านหนังสือ ผมก็เลยเดินมาเอาเกมส์เพลย์ที่พี่ยุนโฮเอามาซ่อนไว้ที่ห้องของพี่แจจุงกับยูชอน ไม่รู้จะเอามาซ่อนทำไม...ซ่อนแล้วก็ไปป่าวประกาศบอกคนอื่น(ยกเว้นผม)ว่าซ่อนไว้ใต้เตียงห้องพี่แจจุงกับยูชอน...โห...ผมคงไม่รู้เลยนะนั่นน่ะ
ผมมุดเข้าไปใต้เตียงแล้วดึงกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่บรรจุเกมส์เพลย์เวอร์ชั่นล่าสุดออกมา...
แต่เท้าเจ้ากรรมดันไปเตะถูกอะไรไม่รู้ ผมก็เลยมุดไปที่ใต้เตียงอีกครั้งแล้วหยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมา
สิ่งที่ผมเตะเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดเท่าสองฝ่ามือ...ฝากล่องติดกระดุมรูปดอกโคฟเวอร์เล็ก ๆ ข้างล่างกระดุมนั้นเขียนว่า "ยูชอน"
ผมตัดสินใจเปิดฝากล่อง....สิ่งที่อยู่ข้างใน คือ เครื่องรางสีแดงหม่น ตุ๊กตามิกกี้เม้าส์ตัวเล็ก ๆ และรูปภาพเก่า ๆอีก 2-3 ใบ
ผมอมยิ้มเพราะไม่คิดว่ายูชอนจะหน่อมแหน้มพกอะไรอย่างนี้ด้วย...แต่ผมยิ้มได้ไม่นาน...ก็ต้องหุบยิ้มลง
คนในรูปภาพที่ผมเห็นทำเอาผมยิ้มไม่ออก...แม้ภาพจะเก่า....แต่ก็ไม่เลือนลางถึงขั้นมองไม่ออกว่าคนในรูปนี้หน้าตาดูคุ้นหน้าคุ้นตาแค่ไหน
ผมหยิบรูปนั้นมาดูใกล้ ๆเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด...แต่ไม่ว่าจะกระพริบตากี่ครั้ง...ภาพนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม
ยูชอนยืนกอดอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนครูยูริอย่างกับแกะ ต่างเพียงว่าผู้หญิงคนนี้ดูเด็กกว่าครูยูริซัก 4-5 ปี วิวข้างหลังมองเห็นเป็นเทพีเสรีภาพ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอเมริกา บ่งบอกสถานที่ทั้งสองยืนอยู่ได้ชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แม้รอยยิ้ม ก็ยังเหมือนครูยูริ....ผมหยิบภาพอื่น ๆขึ้นมาดู ทั้งหมดคือรูปของผู้หญิงคนนั้นในแต่ละอิริยาบท...แม้จะดูสวย..แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บที่หัวใจก็ไม่รู้
"จุนซูจ๋า...เค้กเลม่อนที่นายชอ....บ....."
เสียงแปร๋นแร๋นของเจ้าของกล่องปลุกผมให้หลุดจากภวังค์โดยไม่ทันได้เก็บสิ่งที่อยู่ในมือให้เรียบร้อย....
ยูชอนถือจานใส่เค้กเลม่อนยืนยิ้มอยู่ที่หน้าห้องเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของผมคืออะไร หมอนั่นก็หุบยิ้มแล้วเดินมาหาผมที่ยังนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียง
"จะ...จุนซู"
"อ่ะ...อ๋อ...ฉันมาเอาเกมส์เพลย์น่ะ...โอ๊ะ....พี่แจจุงรอแย่แล้ว...ฉะ...ฉันควรจะรีบออกไปได้แล้วซินะ"
ผมพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้ทำไมปากมันถึงพูดแต่ละคำได้ยากเต็มที...ผมไม่รู้ว่าผมควรจะพูดอะไร ทำอะไร เวลาที่เห็นสีหน้าของยูชอนที่หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด มันทำให้ผมทำอะไรไม่ถูกเลย
"เห็นแล้วสินะ..."
"อ่ะ..เอ๋...อ๋อ..กล่องนี้น่ะเหรอ...พอดีฉันเผลอไปโดนเข้าน่ะ...แฟนนายสวยดีนี่หน่า...แฟนที่อเมริกาใช่ไหม...แต่ทำไมหน้าเอเชียจัง...อ๋อรู้แล้ว เป็นคนญี่ปุ่นใช่ป่ะ..หน้าคุ้นจังเลยน๊า...เหมือนใครที่เคยรู้จักเลย..."
ผมพล่ามไปเรื่อยเหมือนคนไม่เคยพูด แถมเรียบเรียงประโยคไม่ค่อยปะติดปะต่ออีกต่างหาก
ถามเองตอบเอง ฟังไม่เห็นจะรู้เรื่อง ขนาดผมเองยังรู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพชชะมัดเลยที่พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ ผมว่ายูชอนก็คงฟังผมไม่รู้เรื่องเหมือนกันแหล่ะ เพราะหมอนั่นน่ะโง่จะตาย (อันนี้เติมเอง กลบเกลื่อนความน่าสมเพชของตัวเอง)
"จุนซู...คนนี้น่ะ เหมือนครูยูริไหม?"
"อ๋อ...อ่ะ...อื้อ...เหมือน" ผมพยักหน้างึก ๆ
ยูชอนวางจานเค้กไว้ข้าง ๆแล้วเอื้อมมือมาหยิบรูปในกล่อง เขามองรูปภาพที่อยู่ในมือสายตาหวานเยิ้ม...ชิส์...น่าหมั่นไส้ชะมัด ว่าแต่ผมโมโหอะไรกันล่ะเนี่ย
"คนนี้น่ะเป็นรักแรกของฉัน" ยูชอนยิ้ม....ผมวางรูปนั้นลงแล้วนั่งลงไปข้าง ๆเขา
"ฉันเล่าให้นายฟังได้ไหม"
"อ่ะ...ได้สิ...ได้ได้...ยังไงเราก็เพื่อนกันอยู่แล้ว...เล่ามาได้ตามสบาย...ฉันเป็นจุนซูที่น่ารัก...ฉันเป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว...เล่ามาได้เลย อิย่ะฮ่ะฮ่าฮ่า"
ผมพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย -*-
"เมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนฉันเจอยูริที่ไนท์คลับ...เรานั่งคุยกัน...ดริงค์กัน...กอดกัน...แล้วก็จูบกัน"
ขอขั้นจังหวะการเล่าของยูชอนนิดนึง...กรุณาหันมาดูหน้าผม...ตอนนี้ผมอ้าปากหวอเหมือนคนในโปสเตอร์คนเห็นผี ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงตกใจ เพราะยูชอนไปจูบกับคนอื่นทั้งที่บอกรักผมอยู่ทุกวันน่ะเหรอ....ผมไม่รู้เหมือนกัน...ผมรู้แค่ว่ายูชอนตรงหน้าไม่ใช่ยูชอนที่ผมเคยรู้จัก...เขาไม่ใช่ลูกแมวตัวน้อย ๆ ที่คอยอ้อนผมอยู่ทุกวันอีกแล้ว
"ยูริบอกฉันแค่ว่าเธอเป็นครูสอนเต้น...และเธอก็ไม่รู้ว่าฉันคือโทโฮชินกิ...เราสนิทกันอย่างรวดเร็ว...เพราะอะไรฉันก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนที่เธอเดินเข้ามา ฉันตกใจมาก...เพราะเธอหน้าเหมือนคนในรูปนี้ราวกับเป็นคน ๆเดียวกัน...เหมือนมากจนฉันแอบคิดไม่ได้ว่าเขาคือคน ๆเดียวกัน ฉันก็เลยสนใจเธอเป็นพิเศษ แล้วก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว...แต่ก็นั่นแหละ...มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะป่านนี้คนในรูปใบนี้คงจะมีความสุขอยู่ที่อเมริกา..ไม่มีทางที่จะมาอยู่ที่นี่ได้แน่"
"นายก็เลยคบกับครูเหรอ?" ผมถามออกไป ทั้งที่ใจนึงก็กลัวคำตอบใจนึงก็อยากรู้...แต่ความอยากรู้ชนะความกลัว!
"เปล่า...เราแค่จูบกัน...แล้วก็แลกเบอร์กันเท่านั้น...พอแยกกันฉันก็ต้องกลับเกาหลี...เราก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน...จนกระทั่ง...เธอมาเป็นครูสอนเต้นพวกเรานี่แหละ"
"อ่ะ..ฮ่ะฮ่า...อย่างนี้นี่เอง....แหม..บังเอิญจังเลยเน๊าะ...อย่างนี้นายก็สานต่อไปเลยดิ...ครูเค้าน่ารักนะเฟ้ย...หุ่นก็ดี..หน้าอกก็บึ้ม..สเป๊คนายเลยนี่หว่า...จีบครูเลยดิ"
ผมหัวเราะกลบเกลื่อน...บอกตามตรงว่าผมรู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้..เหมือนตัวเองกำลังเล่นละครเป็นเพื่อนผู้แสนดียังไงยังงั้น...ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ยินดีกับยูชอนจริง ๆหรอกนะครับ...แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม แม้กระทั่งคำพูดที่ผมพูดออกไป ผมยังไม่รู้เลยว่าผมพูดไปเพื่ออะไรกันแน่...นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย
"ขอโทษนะจุนซู...ฉันไม่ได้ตั้งใจปิดนายเลย...ฉันคิดว่าทุกอย่างคงจะจบลงตั้งแต่คืนนั้น...ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้พบยูริที่นี่...ฉันขอโทษที่ไม่ได้เล่าให้นายฟังก่อนหน้านั้น...ฉันขอโทษจริง ๆ...นายอย่าโกรธฉันนะ???"
หมอนั่นพูดพร้อมกับก้มหน้านิ่งเหมือนคนสำนึกผิด...ว่าแต่เขาสำนึกผิดเรื่องอะไรล่ะนั่น
"ขอโทษทำไมนายไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย...แค่จะมีแฟน จะมาขอโทษเพื่อนทำไมว่ะ"
"เพื่อนเหรอ...พูดอีกทีซิคิมจุนซู"
"ก็เพื่อนไง...ฉัน คิมจุนซู...เพื่อนที่น่ารักของนายไง"
"คิมจุนซู" ยูชอนเรียกชื่อผมเสียงเข้ม เขาดูน่ากลัวมากเลยอ่า
"นี่นายยังคิดกับฉันแค่เพื่อนอยู่อีกเหรอ?"
"กะ..ก็...ก็ใช่น่ะสิ...แล้วจะให้เป็นอะไรอ่ะ...นายน่าจะจีบครูนะ...นายจะได้มีแฟน...แล้วก็จะได้หายเหงาไง...ล่ะ...แล้ว...กะ..ก็...เอ่อ..ก็...."
"นายคิดอย่างนั้นจริง ๆเหรอ"
"อื้อ...ชะ...ใช่..."
"คิดอย่างนั้นสินะ...ถ้าไม่มีฉันคอยอยู่ใกล้ ๆ..นายก็คงไม่เป็นไรสินะ"
"อ่ะ...ไม่เป็นไรหรอก...ไม่มีนายฉันก็อยู่ได้อยู่แล้ว...ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำเถอะ"
เขาไม่ตอบผมว่าอะไร แต่เอื้อมมือไปหยิบเค้กที่ถือมาตอนแรกให้ผม
"เค้กเลม่อนที่นายชอบน่ะ...กินซะ..."
พอพูดจบหมอนั่นก็เดินออกจากห้องไป...
ผมเอนตัวลงแผ่หรากับพื้นห้อง...ผมไม่รู้ว่าผมทำถูกรึเปล่าที่ยุให้ยูชอนจีบครูยูริ...ไม่สิ...ผมต้องทำถูกอยู่แล้ว การที่ยูชอนจะมีแฟน...หมายความว่ายูชอนกำลังจะมีความสุขไม่ใช่เหรอ...ฉะนั้นสิ่งที่ผมทำก็คือการทำให้เพื่อนรักมีความสุขน่ะสิ...สิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วสินะ...
แต่ว่า....
ทำไมผมถึงรู้สึกลังเลที่จะสนับสนุนยูชอน...
ทำไมผมถึงต้องมานั่งกลุ้มใจกับเรื่องแฟนของยูชอน...
ทำไมผมต้องหงุดหงิดที่ยูชอนกำลังจะมีแฟน...
ทำไมผมถึงไม่รู้สึกดีใจที่หมอนั่นจะเลิกยุ่งกับผมนะ...
ทำไมผมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย....
ผมยัดเกมส์เพลย์สเตชั่นเข้าที่เดิม...ไม่ลงไม่เล่นมันแล้ว...ไม่มีอารมณ์....
ผมมองเค้กเลม่อนที่ยูชอนวางไว้ใน สีมันน่ากินทีเดียว ผมเลยตักมากินคำนึง
แหวะ....มันเป็นเค้กเลม่อนที่ไม่อร่อยที่สุดในโลกอ่ะ...เค้กเลม่อนมันควรจะเปรี้ยวหน่อย ๆไม่ใช่เหรอ
แต่นี่มีแต่รสหวานกับรสขม ผมถือจานเค้กออกมาจากห้องแล้วก็เดินเอาเค้กไปให้ชางมิน (ชางมินกินได้ทุกอย่างอยู่แล้ว)
ที่ห้องโถง ผมเห็นยูชอนกำลังคุยโทรศัพท์กับคนบางคนอยู่ (เขาก็ต้องคุยกับคนอยู่แล้วนี่เน๊าะ จะให้คุยกับชองชองอีรึไง จุนซูเอ๊ย) ผมชะลอปลายเท้าเล็กน้อย แล้วค่อย ๆเดินผ่านเขาไป
"อืม...เค้กอร่อยมากครับ...ยูริทำเองเหรอ"
ผมไม่ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ...แต่มันได้ยินเอง
"ที่เดิมเหรอ...ได้สิ...วันนี้ไม่มีงาน..อ๋อ..พร่งนี้เหรอ...บ่ายน่ะ...สัมภาษณ์นิตยสาร"
บ่ายเร๊อะ...เรามีสัมภาษณ์เช้าไม่ใช่เหรอว่ะ
"ครับ...แล้วเดี๋ยวเจอกัน"
ยูชอนวางโทรศัพท์ แล้วมองมาทางผมที่ยืนนิ่งอยู่...เขาไม่ยิ้มเลยซักนิด
"เค้กอ่ะ...อร่อยมากเลย...ขอบใจนะ" ผมพูด...ช่างเป็นประโยคที่ดูงี่เง่าชะมัด...อร่อยเหรอ..เค้กนั่นมันเค้กปิศาจชัด ๆ
"อื้อ"
"......เอ่อ....เอ่ออ..." จะพูดอะไรก็พูดซิเฟ้ย คิมจุนซู
"ฉันจะออกไปข้างนอก" หมอนั่นชิงผมพูดซะแล้ว
"แต่พวกเรามีสัมภาษณ์เช้านะ"
"ฉันรู้"
เออ ก็รู้นี่หว่า แล้วที่บอกครูยิริไปว่าสัมภาษณ์บ่ายนี่แสดงว่าแหลใช่ม่ะ
"ยะ...อย่ากลับดึกล่ะ...ไปกับใคร...แจจุงรึเปล่า"
"เปล่า ไปคนเดียว...นายเองก็รีบนอนล่ะ...ทาครีมก่อนนอนด้วย วันนี้อากาศแห้ง เดี๋ยวหน้าก็แพ้อากาศอีก...
ห่มผ้าห่มด้วยนะ...แล้วอย่าถีบมันออกกลางดึกล่ะ...อ้อ...ยาหยอดตาอยู่ในตู้เย็น หยอดตาก่อนนอนด้วยนะ"
ยูชอนพูดแต่ประโยคเดิม ๆที่เขาจะต้องบอกผมทุกครั้งก่อนที่ผมจะเข้านอน...จากนั้นเขาก็ต้องเอื้อมมือมาลูบหัวผมหลังจากที่พูดจบ...
นั่นไง...เขายกมือแล้ว....ผมก้มหัวลงเพื่อให้เขาลูบหัวเหมือนเคย....แต่ว่า...
"ไปนะ"
ยูชอนชักมือกลับ แล้วก็เดินจากไป
ผมยืนก้มหัวค้าง...ทำไมไม่เขาไม่ลูบหัวผมเหมือนเคยล่ะ....ผมรู้สึกถึงสัญญาณไม่ดีที่หัวใจแล้ว
มันหล่นวูบ...แล้วก็เจ็บแปล่บเหมือนถูกอะไรสักอย่างแทงเข้าเต็ม ๆ
ไม่รู้สิครับ...ทั้ง ๆที่ทุกวันเวลาถูกยูชอนลูกหัว ผมจะรู้สึกรำคาญแล้วก็บ่นใส่เขาทุกครั้ง
แต่พอมาวันนี้ที่เขาไม่ทำแล้ว ผมกลับอยากให้เขาสัมผัสตัวผมบ้างแม้เพียงปลายนิ้วก็ยังดี...
แจจุงเคยบอกผมว่า
"เอาแต่ด่าเค้า สักวันถ้าเค้าไม่อยู่ให้ด่า แค่เสียใจมันก็สายเกินไปแล้ว"
ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่...
ตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ผมพอรู้แล้วล่ะว่า "ความเสียใจ" ที่แจจุงบอก มันคืออะไร??
TBC

