ข้อตกลงก่อนอ่านบทความและคอมเม้นต์

1. บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัว...ไม่ใช่ข้อเท็จจริง...ถ้าทำให้ใครไม่พอใจต้องขอโทษด้วย...หรือถ้าอ่านไปแล้วรับไม่ได้ เลื่อนเม้าส์ไปทางขวาคลิกปุ่มที่เป็นเครื่องหมายกากบาทปิดเว็บนี้ไปเลยนะค่ะ

2. อ่านให้จบก่อนคอมเม้น หรือนำบทความนี้ไปเผยแพร่

3. ถ้าเอาไปเผยแพร่ รบกวนแปะลิงค์เว็บที่เอาไปเผยแพร่ไว้หน่อยนะค่ะ

 

-------------------------------------------------------------------------

 

จริง ๆแล้วเราคิดถึงเรื่องนี้มานานแร่ะ...

เรื่องที่ว่า ความรักที่มากเกินไป...บางครั้งมันก็ทำร้ายทั้งตัวเราและคนที่เรารัก...

 

ก่อนหน้าที่ทงบังจะมาเมืองไทยในงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ยามาฮ่า นูโว

เราเห็นหลายเว็บรณรงค์เรื่องการตามศิลปิน...ทั้งรณรงค์ไม่ให้ตาม และรณรงค์ให้ตามอย่างมีขอบเขต

โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยนะค่ะ ที่จะไม่ให้มีการตามศิลปิน...แต่ลองคิดดูเล่น ๆว่าถ้าเราเป็นทงบัง...

มาเมืองไทยแล้วไม่มีแฟนคลับมาตามให้เห็นเลยก็คงใจแป้วเหมือนกัน

เพราะที่แล้ว ๆมาพวกเราตามกันอย่างบ้าคลั่งจนผู้ใหญ่อืมระอาไปหลายคน...

ถ้าคราวนี้ไม่มีใครโผล่หน้าไปให้พี่ๆการ์ดเห็นเลยก็คงจะผิดปกติเกินไป...

 

เรื่องการตาม...เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้...ข้อดีเราคิดว่าทุกคนคงเข้าใจดี

พวกเราเป็นแฟนคลับเหมือนกัน...ถ้ามีโอกาส ใครก็อยากใกล้ชิดกับศิลปินที่เรารักทั้งนั้น

ยิ่งเป็นทงบังชินกิที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะได้มาเมืองไทยซึ่งเป็นที่ที่เราอยู่อีกครั้ง..

ดังนั้น ไม่ว่าเราหรือใครก็อยากใช้โอกาสที่พวกเขาเหยียบแผ่นดินเดียวกับเราเพื่อใกล้ชิดกับเขามากที่สุดอยู่แล้ว

ดังนั้นการตาม..จึงไม่ใช่เรื่องแปลก...และก็ไม่ใช่สิ่งผิด....

ถ้าหากว่าพวกเราตามกันอย่างมีขอบเขตและมีระเบียบวินัยในตนเอง

ตอนแรก ๆทีทงบังยังไม่มาก็ยืนกันเป็นระเบียบอยู่หรอก...

พอทงบังมาเท่านั้นแหละ ใครอยู่ตรงหน้าไม่สนใจแล้ว มองไม่เห็นเค้าซะงั้น

สิ่งเดียวที่พวกเราคิดตอนนั้นคือทำยังไงจะได้ใกล้ชิดกับทงบังที่สุด...

 

คนที่เคยตาม...คิดเหมือนกันไหมค่ะว่า...ตอนที่เห็นทงบัง มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เราเข้าไปหา

แม้ว่าเราจะไม่อยากเบียด ไม่อยากดันคนข้างหน้าก็เถอะ แต่พอเห็นทงบัง

มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เราเข้าไปหาเค้า...จนบางทีตัวเองยังไม่รู้เลยว่า ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง...

 ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ถ้าภาพที่คนภายนอกเห็น

จะเป็นภาพที่พวกเรากรูเข้าไปหาศิลปินอย่างบ้าคลั่ง...

 

แล้วมันดีไหมล่ะ??

 

คุณใช้เวลาทั้งวันนั่งรถตามศิลปิน เสียเงินไม่รู้เท่าไหร่ เพื่อ 2 วินาทีที่จะได้เห็นคนที่คุณรัก

บางคนบอกคุ้มแล้ว...บางคนบอกว่าแย่มาก ไม่ค่อยได้เห็นแถมยังเจ็บตัวอีกต่างหาก

ไม่ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้ม...ก็เป็นความเห็นของพวกคุณ...

ในเมื่อคุณเลือกที่จะทำอย่างนั้น....คุณก็ควรยอมรับผลที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน...

คุ้มไม่คุ้มไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำแล้ว...

คุณได้ลองพยายามทำอะไรซักอย่างเพื่อความรักของคุณแล้ว...

ดังนั้นสิ่งที่เราจะเขียนในวันนี้....เราจะไม่พูดแล้วว่าควรตามหรือไม่ควรตาม...

เพราะไม่มีใครห้ามพวกคุณไม่ให้ตามได้ เหตุผลเดียวกับไม่ใครไปบังคับให้พวกคุณตามนั่นแหละ

แต่สิ่งที่ราจะเขียนต่อไปนี้คือ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น....

 

เคยได้ยินไหมว่า...เด็กไทยพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วก็ชอบแตกตื่น...

เราไม่เคยเห็นด้วย....แต่มาเข้าใจชัดเจนก็คราวนี้นี่แหละ

 

หลังจากวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา...

มีกระแสการประนามคนที่เข้าไปทุบรถทงบังระหว่างออกเดินทางจากโรงแรมดุสิตเพื่อมาแถลงข่าวที่โรงแรมโซฟิเทล

บางคนบอกว่าบอกว่ามันน่ากลัวมาก ทุบรถจนรถแทบพัง

บางคนบอกว่าแฟนคลับกรูเข้าไปหา จนทงบังทำหน้าไม่พอใจ

บางคนบอกว่าการ์ดโยนแฟนคลับคนหนึ่งออกจากการรุมล้อมทงบังอย่างไม่ใยดี

ต่าง ๆนา ๆที่พวกเราออกมาประณามกันเอง

 

เพื่ออะไร ? เราขอถามหน่อย!!!

 

คุณจะมาว่ากันเองให้มันได้อะไรขึ้นมา

ด่ากันเองไม่ว่า นี่ถึงขั้นติดต่อสต๊าฟ ติดต่อทงบังเพื่อขอโทษ

จากเรื่องเล็กๆที่รับรู้กันแค่คนสองคนก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

ผู้ใหญ่ที่เค้าไม่เคยเห็นความบ้าคลั่งของพวกเรา จะได้รู้ก็คราวนี้แหละ

นี่ยังไม่รวมแคสประเทศอื่นที่เค้าจะประณามแคสไทยอีกนะ

ตอนที่ทงบังมาคราวก่อนที่เราออกมาด่ากันเองที่ว่ามีคนไปข่วนยูชอน พลักจุนซู

ทั้ง ๆที่ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นเลย..

แล้วเป็นไง...แคสประเทศอื่นประนามแคสไทยซะยับ ทั้ง ๆที่มันเป็นเรื่องที่พวกเราสร้างขึ้นมากันเองแท้ ๆ

การทำผิดแล้วรู้จักขอโทษเป็นสิ่งดี แต่คุณจะมาขอโทษตอนนี้ แล้วคราวหน้าก็ทำอีกให้มันได้อะไรขึ้นมา

คนที่ขอโทษก็คือคนที่ไม่ได้ทำ ฟังคนอื่นมาว่าเกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้น ก็เลยอยากขอโทษเพื่อให้ทงบังรู้สึกดี

ทั้ง ๆคุณไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่คุณรับรู้มามันถูกต้องกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นรึเปล่า

 

เคยไหมที่อยู่ ๆ ก็มีคนมาเซ้าซี้ขอโทษคุณ ทั้งๆที่คุณไม่ได้โกรธอะไรเลย...

คุณรู้สึกยังไงล่ะ? พอโดนเซ้าซี้มาก ๆเข้า จากที่ไม่โกรธก็จะโกรธคราวนี้นี่แหละ

ความผิดบางอย่างเป็นความผิดที่เราคิดไปเองว่าเราผิด แล้วก็ไปขอโทษ ทั้ง ๆอีกฝ่ายที่ไม่ได้คิดอะไร

บางทีเค้าไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะที่คุณมัวแต่พร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษ

แต่คุณไม่ได้สำนึกผิดเลย คราวหน้าก็ทำอีก...คำขอโทษของคุณมันก็แค่ข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองสบายใจเท่านั้น

 

ก่อนที่คุณจะขอโทษใคร...คุณน่าจะลองวิเคราะห์ก่อนว่าสิ่งที่คุณรับรู้มามันเชื่อถือได้มากแค่ไหน

ไม่ใช่พอมีคนมาพูด ๆ คุณก็มาตีโพยตีพายว่าแคสไทยทงบังรู้สึกแย่ ทงบังโกรธ ทงบังจะไม่มาอีกแล้ว

จากนั้นก็ช่วยกันประณามคนที่คุณยังไม่รู้เลยว่าใคร จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

 

จำได้มั้ย...ที่เราเขียนไว้ต้น ๆบทความว่า ตอนที่เรากรูเข้าหาดงบังอ่ะ คนข้างนอกที่มองมามันดูหน้ากลัวมาก

แต่จริง ๆมันไม่ได้มีอะไรเลย....

มันก็เหมือนสิ่งที่แฟนคลับบางคนเห็นในวันที่ 2 กพ.นั่นแหละ....

ขอบอกก่อนว่า วันนั้นเราไม่ได้ตามทงบัง ไม่ได้ไปเฉียดใกล้โรงแรมด้วยซ้ำเพราะเราติดสัมมนาที่ต่างจังหวัด

แต่น้องที่เรารู้จัก เค้าตามไปที่ดุสิต แล้วก็ถ่ายคลิปมาได้ เราก็เลยได้เห็นทงบังที่ดุสิตจากคลิปที่น้องเราถ่ายมา

แฟนคลับแยกเป็น 2 กล่ม บางกลุ่มอยู่ในโรงแรม บางกลุ่มอยู่นอกโรงแรม (คนที่เข้าไปในโรงแรมมีน้อยมาก เพราะรปภ.เค้าเคร่งครัด ไม่ใช่ใครจะเข้าไปได้หรอกนะ)

ในคลิปที่เราเห็น ยุนโอเดินขึ้นรถตู้คนแรก ตามด้วยจุนซูที่เดินเร็วมากจนเห็นเป็นแค่เงาแว่บ ๆ

ตามด้วยแจจุง ชางมินและยูชอนเป็นคนสุดท้าย....

ไม่มีการรุมทึ้ง ไม่การการกรูเข้าไปหา เพราะการ์คยืนคุ้มกันตลอดทางที่ขึ้นรถ

แฟนคลับที่ยืนรออยู่นอกรถยืนห่างจากตัวรถประมาณ 20 เมตรได้

พอทงบังขึ้นรถ การ์ดก็รีบมากันแฟนคลับออกจากถนนเพื่อให้รถเคลื่อนตัวไปได้

แต่พอมาถึงรถมาถึงตรงที่แฟนคลับอยู่ ทุกคนก็เข้าไปรุมรถที่ทงบังนั่ง

รุมรอบรถ แต่ ไม่มีการทุบรถ

มีแต่การดันตัวติดกับรถ เพราะถูกคนข้างหลังเบียดจนคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าที่ติดกับตัวรถต้องให้มือยันตัวไว้....

 

คุณเข้าใจไหมว่า เวลาคนเยอะ ๆแล้วโดนดันมา เป็นใครก็ต้องพยายามประคองตัวเองไว้ทั้งนั้น

เค้าไม่ได้ตั้งใจจะทุบกระจกรถ ไม่ได้ร้องเรียกให้ทงบังเปิดกระจก

แต่สถานการณ์ตอนนั้น เค้าต้องพยายามประคองตัวไว้ ด้วยการยกมือขึ้น ทำให้มองเหมือนว่าพยายามทุบรถ

เรื่องที่เค้าทุบกระจกรถดังปัง ๆแล้วเรียกชื่อทงบังก็ไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิด

เพราะตอนนั้นทุกคนที่อยู่ในที่นั้นตะโกนเรียกชื่อทงบังกันหมด..

พอคนข้างนอกมองมาก็เหมารวมว่าพวกเรารุมทุบกระจกรถแล้วเรียกทงบัง...

การกระทำ 2 การกระทำรวมกันแล้วกลายเป็นเรื่องโหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ!!!

 

นี่แค่บางส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญให้พวกเราประณามกันเอง...

ยังมีหลายคนบอกอีกว่าทงบังโกรธมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น....

ทำให้หลายคนคิดไปไกลว่า ทงบังอาจจะไม่มาที่เมืองไทยอีก....

จากที่ไม่โกรธ...จะมีคนโกรธก็คราวนี้แหละ....

ถามจริง ๆนะ...คุณคิดว่าทงบังจะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหรอค่ะ

ตอนที่ทงบังดังสุด ๆที่เกาหลี แฟนคลับที่นั่นคลั่งมากกว่าพวกเราอีก..

แล้วยิ่งที่จีนนะ...เมื่อก่อนมีทั้งการรุมทึ้ง...ขับรถเบียดรถที่ทงบังนั่งมา...(ตอนนี้แฟนคลับที่จีนไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว มีระเบียบขึ้นเยอะ)

คุณคิดว่าทงบังงี่เง่าขนาดจะมานั่งโกรธโมโหพวกเราเหรอค่ะ?

สิ่งที่เกิดขึ้น..ใช่ว่าทงบังไม่เคยเจอ...

พวกเขาเป็นทงบังชินกิมาเกือบ 4 ปี...ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้มาตลอด 4 ปีอยู่แล้ว

ทำไมเค้าจะต้องมานั่งใส่ใจกับเหตุการณ์ที่พวกเขาเจอจนเป็นความเคยชินอยู่แล้วด้วยล่ะ

ถ้าทุกครั้งที่แฟนคลับทำอย่างนี้มันทำให้พวกเขาโกรธจนไม่อยากไปที่นั้น ๆ

พวกเขาก็ไม่ต้องไปไหนพอดี เพราะทุกที่พวกเขาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยคนที่รักพวกเขา ซึ่งก็คือแฟนคลับ อยู่แล้ว

 

พวกคุณรักเขา แต่ไม่เคยเชื่อใจเขาเลย

 

 

ทงบังเป็นศิลปิน....พวกคุณรู้

ทงบังโด่งดังไปทั่วเอเชีย....พวกคุณรู้

ทงบังมีแฟนคลับมากกว่า 8 แสนคน....พวกคุณรู้

ทงบังรักและภูมิใจในตัวแคสสิโอเปียมาก....พวกคุณรู้

ทงบังเป็นคนที่พวกคุณรัก....พวกคุณรู้

แต่ที่พวกคุณไม่รู้...

ก็คือ...ความรักของพวกคุณกำลังทำร้ายทงบัง

 

การแตกตื่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง....การทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง...การรักแบบไร้สติ...ของพวกคุณ

.....กำลังทำให้ทงบังโดนประณาม

ที่พวกคุณมานั่งโทษนั่งด่ากันเองแล้วก็ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่...คุณรู้ไหมว่าคนอื่นมองว่ายังไง

เค้าไม่ได้มองว่าพวกคุณทำเพราะรักหรอก แต่เค้ากลับประณามทงบังว่าทำให้พวกเราบ้าคลั่ง

การที่พวกคุณออกมากล่าวโทษกัน ทั้งยังจะทำอะไรเพื่อเป็นการชดเชยความผิด

พวกคุณเชื่อไหมว่า คนอื่นเค้าไม่ได้ชื่นชมพวกคุณในแง่ที่ว่าทำผิดแล้วยอมรับผิดหรอก..

เค้ามองแค่ว่าพวกคุณทำอะไรที่ร้ายกาจลงไป ทั้ง ๆที่ความจริงที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย

การกระทำนั้น มันก็เหมือนกับการตอกย้ำว่าพวกคุณทำสิ่งที่เลวร้ายแบบนั้นจริง ๆเท่านั้นเอง

 

หยุดเถอะค่ะ....การทะเลาะกันเองไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย...มันกลับยิ่งทำให้ทงบังเสียหาย

คนที่ทำให้ทงบังถูกมองในแง่ลบ ไม่ใช่คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ไม่ใช่คนที่พวกคุณคิดว่าทำให้ทงบังโกรธ

แต่เป็นพวกคุณที่กำลังพยายามทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่นั่นแหละ

จะมีคนรัก คนเกลียดทงบังมากขึ้น ไม่ใช่เพราะทงบัง แต่เป็นเพราะพวกคุณนั่นแหละ....

ก่อนจะตีโพยตีพาย หรือหลงเชื่ออะไร ลองคิดตามหลักเหตุและผลนิดนึงนะค่ะ

รู้ว่าพวกคุณรักทงบัง...แต่ความรักอย่างเดียวไม่พอ...

คุณต้องรักอย่างมีเหตุผล..และเชื่อใจคนที่คุณรักด้วย

เชื่อว่าทงบังรักพวกเรา...

เชื่อว่าแคสสิโอเปียรักทงบังและไม่มีวันจะทำร้ายทงบัง...

 

 

ที่เราเขียนมาทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเราสนับสนุนให้มีการตาม หรือเข้าข้างคนที่ถูกประณาม

ยังคงคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ตามเลย ปล่อยให้ทงบังอยู่อย่างสงบสุขบ้างเหอะ

การตามศิลปิน..มันไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไปเลย แถมยังทำให้พี่ ๆสต๊าฟและก็ทงบังทำงานกันลำบากด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่สามารถบังคับให้ใครตามหรือไม่ตามได้

สิ่งที่ทำได้ก็แค่อยากให้ทุกคนคิดสักนิดก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป

ก่อนที่คุณจะเชื่ออะไรหรือประณามใคร คุณควรจะคิดถึงทงบังให้มาก ๆ

เพราะบางทีการที่คุณรักทงบังมากเกินไป มันทำร้ายทั้งตัวคุณเอง แล้วก็ทงบัง

 

เรารู้สึกไม่ดีที่พวกคุณเริ่มประณามกันเอง ทั้ง ๆที่เราเองที่ไม่ได้อยู่เหตุการณ์ในวันนั้น ไม่ได้เห็นภาพนั้นด้วยตัวเองเหมือนใครหลาย ๆคน เรายังไม่ยอมเชื่อเลยว่าทงบังจะโกรธพวกเรา

ยิ่งได้มาเห็นคลิปที่น้องถ่าย ยิ่งทำให้แน่ใจว่า พวกคุณกำลังเข้าใจผิดกันไปใหญ๋แล้ว...

บทความนี้อาจจะไปขัดกับความรู้สึกใครต้องขอโทษด้วยนะค่ะ...เราแค่เขียนในมุมมองที่เราเห็น

เราไม่ได้บังคับให้ทุกคนเชื่อ หรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เราเขียน....

ทุกอย่างคุณลองให้วิจารณญาณคิดเองก็แล้วกันค่ะ...

 

หลายครั้งที่บทความที่เราเขียนแล้วมีคนบอกว่าเราเป็นสาเหตุทำให้แคสไทยทะเลาะกัน

เราจะไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมรับ เพราะการสร้างความร้าวฉานมันไม่ใช่เจตนาของเรา

บางเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพียงแต่ไม่มีใครออกมาพูด

พอเราออกมาเขียน มันก็กลายเป็นว่าเราเป็นคนสร้างกระแส

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน...เราจะอยู่นิ่ง ๆ ก็ได้ ปล่อยพวกคุณทะเลาะกันไป...แต่นั่นมันไม่ใช่นิสัยของเรา

 

เบื่อก็อาจจะใช่...รำคาญก็อาจใช่...แต่ที่สุดแล้ว ก็แค่อยากระบายสิ่งที่ตัวเองคิดลงในบล๊อกของตัวเองเท่านั้น

ต้องขอโทษถ้าบทความของเราทำให้ใครเสียความรู้สึก..เรื่องการเอาบทความออกไป เราไม่หวง ไม่ห้าม

รู้สึกดีด้วยซ้ำ ว่าอย่างน้อยก็มีคนอ่านสิ่งที่เราเขียน แม้จะแค่บ่นๆไปตามเรื่องตามราว ก็ยังมีคนอ่าน

ขอแค่ใส่เครดิตบล๊อกเราไป เพื่อที่ว่าเวลามีคนไม่พอใจก้จะได้เข้ามาด่าเราตรง ๆได้

 

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น และขอย้ำอีกครั้งว่าก่อนที่คุณจะคอมเม้นอะไรหรือเอาบทความไปเผยแพร่ที่ไหน

กรุณาอ่านให้จบ แล้วทำความเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อด้วยนะค่ะ

อย่าอ่านแค่ครึ่ง ๆกลาง ๆแล้วก็เดาเจตนาเรามั่ว ๆแล้วก็มาคอมเม้นด่ากัน....

เพราะถ้าบทความนนี้เผยแพร่ไปโดยที่คุณเข้าใจกันไปผิด ๆ

มันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ๋ที่สร้างความวุ่นวายให้กับแคสไทยไม่ต่างกับประเด็นที่เราหยิบมาพูดหรอกค่ะ

ซึ่งมันไม่ได้ส่งผลดีอะไรเลย ยิ่งเลวร้ายไปด้วยซ้ำ อันนี้ถือว่าขอร้องละกันนะค่ะ ขอบคุณคร๊า

^^

 

ปล. เพิ่งรู้ว่าเขียนยาวฉิบ คนอ่านตาลายกันหมดแล้ว 55+

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม เข้าใจถึงประเด็นของบทความนี้นะคะพี่ติ๊ก ^^
ขอบคุณมากค่ะที่มาช่วยแนะนำมุมมองของเหรียญสองด้าน ^^
เพราะส่วนตัวเคยเชื่อข่าวนี้ค่ะแต่ก็รู้สึกเฉยๆกับมันไปแล้ว

โอเค สุดท้ายแล้วก็ประเด็นเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริงแท้แค่ไหน...
...แค่อยากให้พวกเราเลิกทำร้ายกันด้วยความเชื่อที่ไม่แน่นอนดีกว่าใช่ไหมคะ?

จริงๆนะในเรื่องที่ว่าต่อให้ที่ได้ยินมากับหู หรือเห็นได้ด้วยตา
แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องดีแล้ว...
เราก็ไม่อยากให้เกิดการพูดจาจนลุกลามใหญ่โตเลยจริงๆ
(เหมือนเพิ่งพูดประเด็นนี้ไปเลยแฮะเรา 55+)

เอาเวลาที่จะแก้ไขอดีต มาทำดีเพื่ออนาคตดีกว่าเนอะ


สุดท้ายนี้ก็เชื่อในตัวของหนุ่มๆด้วยค่ะ ^^
แล้วก็ขอบคุณมากค่ะพี่ติ๊กสำหรับบทความชี้แนะ

#1 By เอส ♥ YS ! on 2008-02-11 04:35

ขอบคุณสำหรับบทความนี้นะค้ะ
ทำให้ได้รู้อะไรสำหรับอีกด้าน อีกมุมมอง ^^


ที่เคยๆได้ยินมาก้คือมีแต่สิ่งไม่ดีๆ
แต่พอพี่มาเขียนบทความนี้ก็ทำให้ได้มองเห็นสิ่งอื่นๆ
ในเหตุการ์ณเดียวกัน แต่
มันก็เป็นอีกมุมมอง ^^


ที่จริงแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขา ทำสิ่งเหล่านี้จริงรึป่าว?
การทุบหรือ หรืออะไรต่างๆนานา
ไม่มีใครรู้ นอกจากคนที่อยู่ในเหตุการ์ณหรือ ตัวำวกเขาเหล่านั้นเอง

แต่ทางที่ดีที่สุด คือการที่เราต้องรับฟัง
และดูมุมมองอีกด้าน
ที่สำคัญนั้น คือเราไม่รู้ว่ามันเป็นมายังไง?
แต่เราก็ไม่ควรที่จะพูดให้มันดูใหญ่โต จนน่ากลัว
ดูแล้วมันดูเหมือน แคสไทยดูโหด?
มันก็ไม่ดีกับตัวเราอีก


สุดท้ายค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความนี้มากนะค้ะ
แล้วเราก็ต้องเชื่อในตัวเทพค่ะ !

#2 By (124.121.183.41) on 2008-02-11 06:22

ไม่ได้เห็นกะตาตัวเองเหมือนกันค่ะ
อ่านเอาเองจากหลายๆ ที่ ซึ่งก็เขียนทำนองเดียวกันหมด
แล้วก็เจอเหมือนกันที่บอกว่า หนุ่มๆ จะไม่มาไทยแล้ว (ส่วนตัวแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็เลยเลิกอ่านข่าวทำนองนี้ไปแล้ว)

ตอนนี้ก็ไม่อยากจะพูดถึงแล้วเหมือนกันว่าจริง
หรือว่าไม่จริง ตอนนี้แค่อยากให้ทุกๆ คนรักกัน
เชื่อใจกันเช่นกันค่ะ เพราะเหตุการณ์มันก็ผ่าน
ไปแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้ มาทำดีเพื่อ
อนาคตแบบที่คอมเม้นท์บนบอกกันดีกว่า

#3 By skuld on 2008-02-11 10:55

โอ้ว พี่ติ๊ก เขียนได้สุดยอดมากๆเลยค่ะ
โมไม่เคยตามทงบังเลย เลยไม่รุ้ว่า ความรู้สึกของการตามนั้นมันเป้นยังไง เคยตามแต่ลิงสิบสามคน ^^

แต่โมก็เชื่อใจในทงบังเสมอมา

ได้มองสองด้านมันก็ทำให้เราได้แง่คิดอะไรมากขึ้น

ได้ข่าวว่าเจ้โดดสัมมนาเหรอเจ้?

อิอิ


จุ๊บๆ ขอบคุณนะค๊า

#4 By E t e r n a L ★ KJJSOUL on 2008-02-11 13:11

โอ๊ะ โอ เศร้านิดๆ

ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย

ช่างยาว และยาวจริงๆ แต่ก้ออ่านจบ (ไม่น่าเชื่อ)

ได้ข้อคิดเลยนะเนี่ย ยังรัก ดงบัง เหมือนเดิม

และจะรักเจ้าของบลอคด้วยถ้ารีบมาอัพ

ฟิคตอนจบอ่านะคะ คริๆ

confused smile big smile sad smile

#5 By luv-u-xiahjunsu on 2008-02-11 14:42

- เหอะๆ ดูภายนอกท่าเเฟนคลับกรู่กันเข้าไป
มันก็น่ากลัวจริงๆนั่นเเหละ 55+ เเต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก หุหุ มันก็เเล้วเเต่คนเนอะ - -* คนเรานะห้วงความคิดไม่เหมือนกันหรอก เเต่ทำอะไรลงไปก็อย่าให้มันเดือดร้อนคนอื่นมากก็พอเเล้วล่ะ
- กร้ากกกก พี่ติ๊กกกกกกกก มีเรื่องจะบอก
เริ่มใช้บอร์ดเป็นเเล้ว ฮ่าๆๆๆ
sad smile หลังจากบ้านนอกมานาน >..<
ปอปลาลอลิงจุด พี่ติ๊กเค้ารอฟิ...อะ ไม่จิกไม่ทวงดีกว่า 55555555+question
เจ๊กินข้าวด้วยนะ อย่ากินเเต่เต๋าฮวยนมสด หุหุ

#6 By ₪ Choosey Lover ₪ on 2008-02-11 16:30

- -" ปากต่อปากก็เล่ากันไป
จนความหมายผิดเพี้ยน
งานนี้ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไงดี
เพราะเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เลยขอฟังหูไว้หู
ไม่อยากออกความเห็นใดๆ
เเต่ยังไงก็ขอขอบคุณที่มาเล่าอีกเเง่ที่ไม่รู้นะจ้ะ

#7 By -o-whitedevil-o- on 2008-02-11 19:46

อ่า
ช่างเป็นความจริงที่น่าเผยแพร่ต่อนะคะ

#8 By โอ (203.113.40.8) on 2008-02-12 11:21

เพลงในบอรด์นี่เพลงอะไรเหรอคะ

#9 By โอ (203.113.40.8) on 2008-02-12 11:31

อึดอัดเหมือนกันค่ะ เวลาที่โดนคนรุมว่าเกี่ยวกับเรื่องตาม

ส่วนตัวเคยตามค่ะ ถึงจะไม่ทุกครั้งก็เถอะ แต่ก็พอรู้รสชาติมันดีเหมือนกัน

คืออย่างงี้ค่ะ เราคิดว่า คนที่แบบสติแตก ณ ตอนนั้นจริงอ่ะ น่าจะมีอยู่ 2 แบบ

ที่เราคิดนะ 1.สติแตกแบบโวยวาย 55+
2. สติแตกแบบเงียบ

พอดีว่าเราอยู่ในแบบที่ 2 เลยรู้สึกเซงๆหน่อย ที่มีคนออกมาด่า

ออกมาพูดเหมารวมว่าพวกที่มันไปตามน่ะ เห็นแก่ตัวบ้างล่ะ เลวทำให้เค้าเจ็บตัว ไม่ให้ความเคารพ อะไรต่อมิอะไรอีกเย้อแยะ

คือแบบพอมาเจอข่าวทำนองนี้ไอ้เราก็แบบ เวอร์ไปป๊ะ
เฮ้ยไอ้ที่เราเห็นจริงๆ อยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ มันไม่เห็นจะเป็นแบบนั้นซักหน่อย

เราตามจริง แต่เราก็มีลิมิตในตัวของเรา
อย่าเหมารวมว่าจะไม่ดีไปหมด ..

ส่วนเรื่องโดนเบียดนี่ขอคอนเฟิร์มค่ะ เพราะรอบคอนตอนที่อยู่ดุสิต
เราอยู่หน้าสุด แล้วโดนคนข้างหลังเบียดมา แล้วพอดีว่าเป็นคนตัวเล็ก
โหยยย แทบจะคว่ำเลยอ่ะ แต่เราก็พยายามทรงตัวไว้ไม่ให้ล้มไปข้างหน้า

แล้วตอนนั้นยุนโฮเดินผ่านพอดี ยิ่งต้องประคองตัวเองไว้สุดๆเลยค่ะ เพราะสาบานได้เลยว่าเราไม่อยากไปโดนเค้า

เราแค่อยากเห็นเค้า ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เค้าเจ็บตัวเลยสักนิด เราถือว่าเราพยายามดีที่สุดแล้วค่ะ
ถึงแม้จะมีคนมองว่าจงใจเบียดไป จงใจจะอะไรต่อมิอะไรมากมาย

แล้วที่มีคนบอกว่า หลังๆมาที่ดงบังมาไทยแล้วเค้าพูดน้อยลง ยิ้มน้อยลง ??
อื่มม ... เราคิดว่าไม่จริงเลยค่ะ ถามคนที่เค้าไปตามตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงตอนนี้ก็ได้ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ไปติดตามเค้าทุกครั้ง
แต่เราคนนึงแหละค่ะที่เชื่อว่ามันไม่จริง!!

#10 By Suroo (61.7.133.52) on 2008-02-12 20:53

ไม่ยาวเลยๆ

เป็นอีกมุมที่เราไม่เคยมองกันเลย

บางการกระทำที่เราคิดว่าถูกต้อง

มันจะส่งผลเสียได้มากขนาดนี้

แต่ถ้ามองกันให้ลึกๆ มันก็เปนแบบนี้จริงๆแหละ

แต่ใครล่ะที่จะคิดกันถึงขั้นนี้?

ขออนุญาติเผยแผ่น้าค่ะ~

http://www.yoonhothailand.com/forum/index.php?showtopic=2829

ขอบคุณพี่สาว จุ๊ฟ~

#11 By ~Ikiki~ (125.24.92.220) on 2008-02-13 01:21

ติ๊ก...ต้องเหนื่อยอีกแล้วสินะเรา...
แต่ก็ต้องขอบใจนะ ที่ทำเพื่อ ดงบัง ที่รัก ของทุกๆคน...

ถึงพี่จะไม่ได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ หรือไปอยู่ร่วมแต่ไม่ใกล้เหมือนใครหลายคน แค่ดูอยู่ห่างๆ แล้วเอามานั่งเทียนเขียน...
( อันนี้ขอว่าเฉพาะบางกลุ่มคนที่ทำแบบนั้นเท่านั้นคะ )
สิ่งที่คุณทำ กำลังทำให้คนอื่น..เสียขวัญ สับสน และเสียความรู้สึกกันไปหมด
และไม่ว่า เหตุการณ์เหล่านี้ จะจริงหรือไม่ หรือ จะมีคนเห็นจริงรึเปล่า...

แต่พี่ว่า ดงบัง ก็คงเห็นคะ เพราะ พวกเค้าเป็นคนกลุ่มเดียวที่เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ...

ดังนั้นไม่ว่า เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ในเมื่อคนเห็นมากที่สุด ไม่ออกมาเพื่อกล่าวอะไรในเรือ่งนี้ เราก็ควรจะเชื้อใจกันและกันนะจริงไหม...

อย่าทำให้เกิดปัญหาใหญ่โตกันเลยนะคะ มันรังแต่จะทำให้เสียกับเสีย็เท่านั้น...
ไม่มีใครชอบให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นหรอกคะ อย่าทำให้มันเป็นเรือ่งใหญ่เลยคะ

รักกันไว้ดีกว่าคะ...สุขสันต์วันแห่งความรักคะทุกคน...

#12 By nunid on 2008-02-13 22:14

ตอนแรกที่ได้ยินข่าวก้อ

โอ้โห*-*จิงดิ??

แต่พออ่านที่ของพี่จบ..
มานั่งนึก..ที่ตามไปที่ห้าง
มีคนกรูกันเข้าไปเต็มเรย..
กรูเข้าหาจอทีวีอ่ะนะคะ-*-
(ขนาดแค่ภาพยังมีแรงดึงดูด โฮะๆ)

วิ่งตามรถ..วิ่งไปนะคะ (ยอมรับ--")
แต่วิ่งไปก่อนรถมาน้า..ถ้าใครอยู่ตรงนั้น
มันวิ่งชัวร์ล่ะ..(ชิมิ๊..อิ.อิ.-*-)

รถผ่านหน้าห่างปรามานไม่กี่ซม.
โบกมือแว่บๆ ยืนช็อคมันตรงนั้นนั่นแหละ..55+
ทั้งๆที่พวกพี่ๆเค้าก้อไม่ได้เปิดม่าน มิเห็นซักหน่อ..

แต่ที่เห็นไม่เห็นคนทุบรถเรย
(แต่วิ่งตามก้อมีมั้ง?ไม่ได้ตามต่อ หาทางกลับบ้านเฮา-*-)

แล้วก้อดูคลิปที่ดุสิต ก้อดี แล้วก้อเห็นเค้าบอกว่าเป็นระเบียบ ก้อเลยเห็นกันทุกคนเรยมั้งงTT^TT..

อ่านแล้วก้ออืมจริงด้วย*-*
ตรัสรู้กันเรยทีเดียว..
แต่ยังไงก้ออย่าเป็นเรื่องจริงเร้ยยเน๊อะ><"

ขอบคุนมากๆค่า^^

#13 By Shi_RiN (203.113.41.4) on 2008-02-15 23:36

ได้อ่านบทความนี้แล้วก้ทำให้ได้เห็นมุมมองอีกแบบหนึ่ง...ซึ่งก็เห็นด้วยอย่างมาก...ตอนแรกที่รู้ข่าวก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนกัน แต่พอคิดดูแล้วเราก็ไม่ได้เห้นกับตาตัวเอง(เพราะไม่ได้ตามเหมือนกัน)เราจะเชื่อเลยทั้งหมดได้ยังไง...แล้วจากข่าวที่ออกมาบอกว่าดงบังจะไม่มาไทยแล้วหรือดงบังโกรธ เราก็ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ ดงบังนั้นเป็นมืออาชีพพอเค้าเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มานับไม่ถ้วน(เหมือนกับที่ในบทความบอก)เค้าไม่เอาเรื่องแค่นี้มาใส่ใจหรอก...และที่เห้นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่งคือการรักอย่างมีเหตุผล อย่าให้คนอื่นมองความรักที่เรามีให้ดงบังเป็นแค่ความคลั่งใคลหรือบ้าคลั่ง...และที่สำคัญจงเชื่อมั่นในตัวของดงบัง..เหมือนที่ดงบังรักแคสฯทุกคนbig smile

#14 By cin (222.123.210.15) on 2008-02-16 00:28

ตามมาจากบอร์ดฟิคค่ะ ตอนนี้ฮือฮาเรื่องนี้มากเลย
บอกตามตรงเลยว่าเราเป็นคนหนึ่งที่อยากเขียน
ลงบล็อคมากๆว่าเหตุการณ์มันเป็นยังไง
พอมาเจอเรื่องที่พี่เขียนลงบล็อคและเอมามาโพสลงบอร์ด
อ่านแล้วโดนใจ+สะใจ มันเป็นเหมือนที่คิดเลยค่ะ

เพราะเป็นคนหนึ่งที่ตามมาตลอดทุกงานทุกที่
และได้อ่านบล็อคของคนคนนึงซึ่งทำเป็นรู้มากเหลือเกิน
ประหนึ่งตัวติดอยู่กับทงบังตลอดเวลา

ตอนแรกที่ได้อ่านก็..ตอนไหนวะ กระจกดุสิตแตกตอนไหน?
เด็กทุบกระจกอย่างบ้าคลั่ง? ทงบังโกรธที่ทำอย่างนั้น?
เป็นคนนึงที่อยู่ในเหตุการณ์ค่ะ ไม่มีใครจงใจทุบหรอก
แต่จับกระจกและเคาะนิดๆ ก็คงมีบ้าง (เท่าที่เห็นมีคนเคาะนิดๆจริงๆไม่ได้ทุบ)
แต่ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยว่าเด็กที่ไม่ได้เข้าไปในโรงแรม
เค้าทนตากแดดมารอเพื่อเห็นรถทงบัง เค้าก็อยากเห็นหน้าทงบังบ้าง
อยากให้ทงบังสนใจเปิดกระจกมาบ้าง
แต่ไม่มีใครทุบอะไรขนาดนั้นหรอก เจ็บมือป่าวๆ
วิ่งขวางรถก็มีจริงๆ แต่ตอนรถจอดอยู่และกำลังค่อยๆออก
เพราะเค้าไม่เปิดกระจก มีทางเดียวที่ให้เห็นคือไปที่หน้ารถ แล้วมองเข้าไปจากกระจกด้านหน้า
เราต้องเข้าใจคนอื่นๆที่เค้าไม่ได้เห็นบ้าง คนที่ได้เห็นตลอด คนที่มีเส้น ก็มองว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น แย่!!!
แต่ลองมองกลับกันดูมั้ย คนที่ไม่ได้อะไรเค้าก็อยากเห็น เค้าเลยต้องทำแบบนั้น

เรื่องที่พี่ติ๊ก (ขอเรียกตามคนอื่นนะคะ) บอกว่า
พวกเขาเป็นทงบังชินกิมาเกือบ 4 ปี...ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้มาตลอด 4 ปีอยู่แล้ว
อันนี้คิดเหมือนกันเลยค่ะ มานั่งคิดเล็ดคิดน้อย..ประสาท...
ที่เกาหลี จีน ฮ่องกง ไม่อยากจะพูด เถื่อนๆทั้งนั้น
ที่ไทยอ่ะเบาะๆ กลายเป็นแคสน่ารักไปเลยแหละ

จริงๆแล้วมันเกิดเรื่องนี้เพราะมีคนที่คิดว่าตัวเองน่ะรู้จริงทุกเรื่อง อยากอวดว่าตัวเองรู้หมด
และบังเอิญว่าคนที่ไม่รู้จริง+รักทงบังจนไม่ลืมหูลืมตา พออ่านแล้วก็เลยไม่ทันคิด
เลยทำให้คนที่เข้ามาอ่านต่อ ด่าและประณามคนที่ไปตามทงบังเข้าไปอีก
มันเลยเกิดเป็นกระแส แคสไทยด่าและประณามกันเอง
ด้วยความที่อ่านอะไรมาแล้วไม่ยอมกรองในสมองซะก่อน

อันนี้เข้าใจคนที่ไม่ได้ไปตามว่าเค้าก็เป็นห่วง ว่าคนที่ไปตามจะทำให้ทงบังเจ็บ
หรืออาจจะทำให้ไม่ชอบเมืองไทย แต่ขอบอกเลยว่าคนที่ไปตามบ่อยๆจริงๆ
เค้ารู้ค่ะว่าควรทำแบบไหน เราตามแบบสงบและไม่มีเรื่องอะไร
ส่วนพวกเด็กใหม่ๆที่เพิ่งตามก็อาจจะมีอาการคลุ้มคลั่งกันบ้าง
อันนี้ก็น่าโมโหเหมือนกัน เพราะมันทำให้เราไม่ได้เห็นกันไปหมด
แต่มันก็ไม่ได้แย่ เพราะทุกคนรักทงบัง การ์ดบอกอะไรก็ทำตามทุกอย่าง
แม้ว่าพอทงบังมาแล้วจะแตกตื่นกันหมด และผลักกันบ้าง
แต่อันนี้เข้าใจว่าทุกคนก็ต้องอยากเห็นเป็นธรรมดา
แต่ไม่มีใครทำทงบังเจ็บแน่นอนรับประกัน การ์ดดุขนาดนั้น ใครจะไปกล้าเข้าใกล้

อาจะพูดในมุมมองของคนที่ตามมากเกินไป แค่อยากจะบอกว่ามันไม่ได้แย่
มันก็มีข้อดีเพราะทงบังจะได้รู้ว่ามีคนรักและอยากเจอเค้ามากขนาดไหน

เก็บกดเหมือนกันค่ะกับเรื่องนี้ ที่ไม่อยากเขียนลงบล็อคเพราะเดี๋ยวเป็นเรื่องอีก
อยู่เงียบๆถ้าจะดีกว่า แต่พี่ติ๊กบ่นมาแบบนี้ ดีเลยค่ะ เลยหาที่ระบายซะยาวเลย -//-

ขอบคุณที่ออกมาเขียนเรื่องนี้นะคะ^^

#15 By Loveyoochun ^^ on 2008-02-16 06:07

หลังจากเป็นนักอ่านในเงามานาน

อิอิ

ยูเห็นด้วยกับพี่นะคะ เฮ้ออออออ

ไม่อยากพูดอะไรมาก ของมันขึ้นนนน

หลังจากที่ยูชอบทงบัง มามากกว่า 3 ปี เหตุแบบนี้มันเกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติแล้วล่ะคะ

แต่ยูก็เป็นห่วงพวกเค้าเหมือนกัน ๆ

บางครั้ง แฟนคลับก็ตามกันน่ากลัวจนเกิดไป แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุชึ้นมา จะทำยังไง

รักทงบังต้องเชื่อใจ เอิ๊ก ๆ

อยากลืมกฎ 10 ข้อของแคสซี่เป็นอันขาด

#16 By PYL (118.172.203.108) on 2008-02-16 11:06

ก่อนอื่นเลยนะ คนที่เขียนบทความนี้ คุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่กลับยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้ร้ายแรงเหมือนที่พูดกัน คุณเห็นเหตุการณ์
แค่ในคลิปเท่านั้น ทำไมถึงกล้าออกมาสรุปเรื่องทุกอย่างเหมือนว่าตัวเองอยู่ตรงนั้นด้วยงั้นแหละ เหอๆ



[color=red]หลังจากวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา... มีกระแสการประนามคนที่เข้าไปทุบรถทงบังระหว่างออกเดินทางจากโรงแรมดุสิตเพื่อมาแถลงข่าว
ที่โรงแรมโซฟิเทล บางคนบอกว่าบอกว่ามันน่ากลัวมาก ทุบรถจนรถแทบพัง บางคนบอกว่าแฟนคลับกรูเข้าไปหา จนทงบังทำหน้าไม่พอใจ
บางคนบอกว่าการ์ดโยนแฟนคลับคนหนึ่งออกจากการรุมล้อมทงบังอย่างไม่ใยดี ต่าง ๆนา ๆที่พวกเราออกมาประณามกันเอง
เพื่ออะไร ? เราขอถามหน่อย!!![/color]
จะตอบให้นะ เพื่อให้เค้ารู้สึกผิดและไม่ทำอีกในครั้งต่อไป ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตาม แต่ก็อยากขอร้อง



[color=red]จากเรื่องเล็กๆที่รับรู้กันแค่คนสองคนก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที[/color]
ไม่เห็นด้วยเลยซักนิด ถึงจะขอโทษหรือไม่ มันก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่อยุ่แล้ว ในเมื่อมีคนเห็นเหตุการณ์ต่างๆตั้งหลายคน ไม่ใช่รู้กันเฉพาะแคส
ด้วยกันเท่านั้น



[color=red]ทั้ง ๆคุณไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่คุณรับรู้มามันถูกต้องกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นรึเปล่า[/color]
คุณพูดเหมือนคุณอยุ่ในเหตุการณ์เลย



[color=red]แต่คุณไม่ได้สำนึกผิดเลย คราวหน้าก็ทำอีก...คำขอโทษของคุณมันก็แค่ข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองสบายใจเท่านั้น[/color]
ขอร้องว่าอย่าเหมารวมสิ คำว่าคุณในที่นี้มันก้หมายถึง คุณกำลังว่าแคสไทยทุกคนอยุ่นะ



[color=red]รุมรอบรถ แต่ ไม่มีการทุบรถ[/color]
พี่เราเห็นกับตานะว่ามีการทุบรถจริง คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าที่คุณเห็นในคลิปอาจไม่ใช่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่เป็นแค่บางส่วน กลุ่มคนที่รอบรถอยู่อาจจะมีทั้งคนที่ทุบและไม่ได้ทุบก็ได้ ฉะนั้นคนที่รู้ดีที่สุดก็คือ คนที่ทำ แล้วเจ้าตัวก็คงไม่ยอมสารภาพแน่ๆ เหอๆ

[color=red]คุณคิดว่าทงบังงี่เง่าขนาดจะมานั่งโกรธโมโหพวกเราเหรอค่ะ?[/color]
ใช่ค่ะ เรื่องโกรธเข้าใจว่าคงโกรธ แต่เป้นการโกรธแบบชั่วคราว ไม่ใช่โกรธนานๆถึงขั้นไม่อยากมาไทย โกรธวันนี้พรุ่งนี้ก็ลืมแล้ว หรือโกรธชั่วโมงนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ลืม



[color=red]พวกคุณเชื่อไหมว่า คนอื่นเค้าไม่ได้ชื่นชมพวกคุณในแง่ที่ว่าทำผิดแล้วยอมรับผิดหรอก..[/color]
ทำไมแทบทุกบรรทัดความเห็นของคุณมันสุดโต่งในทุกๆเรื่องเลย อะไรจะมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ขนาดนั้นว่ามันต้องแบบที่คุณคิดคุณเข้าใจ
ไปซะทุกเรื่อง เหอๆทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกนี้จะมีซักกี่เรื่องที่ทุกคนคิดและเข้าใจไปในทางเดียวกัน



[color=red]คนที่ทำให้ทงบังถูกมองในแง่ลบ ไม่ใช่คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ไม่ใช่คนที่พวกคุณคิดว่าทำให้ทงบังโกรธ แต่เป็นพวกคุณที่กำลังพยายามทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่นั่นแหละ [/color]
นี่หรอคือการตอบแทนของคนที่มีเจตนาดีอยากให้เรื่องทุกอย่างมันดีขึ้นก้เท่านั้นเอง กลับโดนประณามว่า เป้นต้นเหตุซะงั้น ถ้าทั้งหมดที่คุณพูดมามันจริง เรื่องนี้มันก็เป็นแค่การเข้าใจผิดเท่านั้น พวกเค้าไม่ได้มีเจตนาร้ายเลย แต่คุณกลับพูดเหมือนพวกเค้าเป็นผู้ร้าย มันยุติธรรมมั้ย??



เหรียญมันยังมีสองด้านเลย แต่สิ่งที่คุณคิด เข้าใจ และพูดออกมานั้น มันมีแค่ด้านเดียวในทุกเรื่องเลย ขนาดเห็นมาเองกับตา แต่ไม่มีพยาน
หลักฐาน พูดให้ฟังเค้าก็ยังไม่เชื่อกันเลย แต่นี่คุณกลับกล้าพูดทุกอย่างด้วยความมั่นใจทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยซ้ำ คุณรู้ทุกเรื่องรู้ว่าเค้าไม่ได้โกรธ ทั้งๆที่มันเป็นแค่สิ่งที่คุณคิดเองทั้งนั้น แต่กลับพูดเหมือนมันเป็นเรื่องจริง คนที่จะรู้ว่าโกรธหรือไม่ก็มีแต่ดงบังเท่านั้น

คลิปที่คุณดูแล้วออกมาพูดแบบนี้มันมีความยาวกี่นาที หรือว่ายาวเป็นชั่วโมงถึงได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สรุปได้ทุกเรื่องแบบนี้ ช่วยโพสให้ดูหน่อยได้มั้ยคะ ท่าทางคนที่ถ่ายมาสงสัยจะถ่ายแต่แคสแทบไม่ได้ถ่ายดงบังเลยใช่มั้ย

เจ้าของบทความคงจะเข้ามาอ่านคอมเมนท์ด้วยรึเปล่า เพราะเห็นบอกว่าไว้ว่าถ้าจะเอาไปเผยแพร่ที่บอร์ดไหนให้บอกเค้าด้วย

อิดิทเพิ่ม
เรื่องเอ็มเค คิดว่าไม่น่าจะใช่พนักงานพูดเพราะเค้าก็รู้ตัวว่าเค้าไม่มีสิทธิ์ห้ามใครเข้าร้านอยู่แล้ว จะพูดไปให้ได้อะไรขึ้นมา เหอๆ

#17 By lek (58.9.171.37) on 2008-02-16 11:06

ความเห็นที่ 17 อ่านค่ะ ถ้าในบล๊อกนี้เราอ่านทุกคอมเม้น แต่ถ้าที่บอร์ดอื่น จะพยายามอ่านให้ครบ

ดูเหมือนว่าคุณอ่านที่เราเขียนแล้วไม่เข้าใจ..เราบอกแล้วว่าเราม่ำด้อยู่ในเหตุการณ์ เราดูจากคลิป แล้วทำไมเราถึงเชื่อมั่นรู้มั้ย เพราะเราเชื่อในตัวดงบัง เชื่อในแคส...
ถึงแม้เรื่องนี้การทุบรถ กระจกแตกหรืออะไรก็แล้วแต่จะเป็นเรื่องจริง...แต่คุณจะเอามาพูดย้อนหลังให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ...พวกคุณมาพูดรณรงค์ว่าคราวหน้าอย่าทำๆมาไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว แล้วมันเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายก็เหมือนเดิม...
ที่เรากล้าพูดว่าคนอ่นเค้ามองไม่ดี เพราะอะไรรู้มั้ย เอาง่าย ๆจากคนใกล้ตัวเลย นักข่าวเค้ามาถามว่าแฟนคลับดงบังทะเลาะกันเรื่องดุสิตเหรอ ตอนแรกเราหัวเราะ ไม่เชื่อเขา แต่พอเข้าบอร์ดมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

เอาเถอะ...ช่างมันเถอะค่ะ ต่างคนต่างความคิด เราก็คิดของเราอย่างนี้ ส่วนคุณจะคิดยังไงจะเชื่อเรามากน้อยแค่ไหนมันเป็นเรื่องของคุณ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่ะ อย่างน้อย เรก็ดีใจที่คุณอ่านจนจบ ขอบคุณมากค่ะ

#18 By ::TicForDa*DoPh:: on 2008-02-16 21:56

เรารู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านแล้วว่าคุณดูจากคลิป
ถ้าไม่งั้นเราจะถามทำไมล่ะว่าคลิปยาวแค่ไหนกัน
ทำไมถึงเห็นอะไรต่ออะไรเยอะนัก
แล้วทำไมคุณถึงถามว่าพูดย้อนหลังให้ได้อะไรขึ้นมา
ในเมื่อข้อความที่เราโพสคือข้อความเดียวกับที่เราโพสในบอร์ดฟิคที่คุณเพิ่งไปตั้งกระทู้ไว้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเองไม่ใช่หรอ คนที่พูดเรื่องนี้ย้อนหลังก็ต้องเป็นคุณสิ -*-

#19 By lek (58.9.170.45) on 2008-02-18 01:25

ยังไม่จบอีกเหรอค่ะคุณเล็ก...
ทั้ง ๆที่เราเลือกไม่โต้ตอบคุณแล้ว คุณจะยังเค้ามาพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา...
ประเด็นที่เราพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่เรามาเถียงว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็ยังไง แต่เราพูดถึงสิ่งที่ตามมา...
ต่อให้เหตุการณ์วันนั้นมันดูเลวร้ายอย่างที่คุณและพรรคพวกของคุณเห็น เราก็ไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์อะไรที่จะเอามาเรื่องนี้มาด่า ทั้ง ๆที่ทงบังกลับไปแล้ว...
เราแค่มาพูดเกี่ยวกับการที่พวกเราประนามกันเอง ไม่ได้ต้องการโต้แย้งว่าเหตุการณ์ไหนมันจริงไม่จริง...ถ้าอ่านไม่เข้าใจ..ก็อ่านใหม่นะค่ะ

#20 By ::TicForDa*DoPh:: on 2008-02-19 23:03

เข้ามาดูและเป็กำลังใจให้เจ้าของบล๊อกค่ะ...

คือว่าคนเราต้องรู้จักคำว่า"พอได้แล้ว"ไงคะ...

เห็นด้วยที่ว่านานๆเค้าจะมาที...แต่การเป็นแฟนคลับ

ก็ตามห่างๆอย่างห่วงๆก็ได้...

ถ้าตามจนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมา...

มันจะเสียหายทั้งคุณ,ชื่อเสียงของแคสไทย รวมไปถึงชื่อเสียงของประเทศ(คงไม่เวอร์ไปนะ..)

ยังงัยๆก็คิดดูดีๆแล้วกันค่ะ....^^

บทความนี้เป็นบทความที่ดีค่ะ...สนับสนุน

#21 By ~::+lllShokolez0zlll+::~ on 2008-04-27 04:14

ใช่เลย ยาวมาก
เดี๋ยวค่อยกลับมาอ่านใหม่
ขอทำงานก่อน เดี๋ยวต้องใช้แล้ว
ประมาณว่า
ก่อนทำงานก็ขออ่านเรื่องดงบังซะนิดหน่อยก่อน
ปรากฏว่าบางทีติดลม
งานการไม่ได้
พอดีว่า เพิ่งมาทำความรู้จักดงบังอย่างใกล้ชิด
ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนไปหลงอยู่ไหนมา

#22 By ju (61.7.231.115) on 2009-02-06 12:35

อ่านบทความนี้จบแล้วรู้สึกดีจังเลย

#23 By ไชนา (118.173.143.51) on 2009-05-03 01:52

อ่า.. มันก็จริงน้ะค้ะ คนไทยมีข้อเสียตรงที่ชอบคิดอะไรไปเรื่อย จนทำให้เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ :('
เราเห็นด้วยน้ะค้ะ ไม่ใช่ว่าหวงศิลปินหรอก อยากให้ทุกคนได้เจอแหละ แต่ว่าเลิกตามเถอะ ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ศิลปินบ้าง.
เราสงสารทงบังน้ะ ที่โดนแคสบางคนทำร้าย โดยไม่รู้ตัว ..(ย้ำว่าแค่บางคน)
ชอบได้ค่ะ ไม่ว่า เพราะเราก็เป็นคนนึงที่รักทงบัง แต่ชอบก็ควรชอบอย่างมีขอบเขต รักแบบมีขอบเขต ไม่ใช่ชอบ-รักแบบบ้าคลั่งจนไม่มีสติ

ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายใครน้ะค้ะ มันก็แค่ความเห็นส่วนตัวของเรา ^^;

#24 By +Gemrrr. (124.121.236.122) on 2009-06-30 19:39