ผมวิ่งกระหืดกระหอบจากชั้น 5 มาจนถึงชั้น 13 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า....
ลมแรงพัดมาปะใบหน้าผม...ทำให้ผมที่เซ็ตด้วยสเปรย์อัดแข็งอย่างดีปลิวไปตามแรงลมที่พัดมาอย่างช่วยไม่ได้...
การทำงานแต่ในสตูดิโอ ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ข้างนอกพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว....
ผมมองทอดสายตาไปยังชายคนหนึ่งที่ยืนเหม่อมองจับจ้องไปที่พระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
ปลายผ้าพันคอสีน้ำตาลของเขาปลิวไปตามแรงลมที่พัดมาเป็นระลอก ๆ...
ผมเดินตรงไปหาชายที่ยืนตรงหน้าแล้วเรียกเบา ๆ
"ยูชอน...."
:: Diary 6::
"ยูชอน" ผมตะโกนเรียกเขาด้วยเสียงทั้งหมดที่มี ยูชอนไม่ได้หันกลับมา แต่ผมรู้ว่าเขาได้ยินผม
"ยูชอน...ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายเจ็บปวด...แต่ฉัน...ฉัน...ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายเห็นคนอื่นดีกว่าฉันเท่านั้นเอง"
ผมเดินเข้าไปใกล้เขา เสียงย่ำเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ทำให้เขาแม้จะหันมามองเพียงนิดเลย
"ยูชอน....ฉัน....ฉันคิดว่า...ฉันอาจจะ...รักนาย...ก็ได้"
ยูชอนชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะคีบบุหรี่เข้าปาก แล้วหันหลังมาหาผม...
ในที่สุดเขาก็หันมามองผมแล้ว ใบหน้าซีดเซียวของเขาดูตกใจเล็กน้อย ปลายตาซ้ายเขายังมีรอยเขียวช้ำที่ผมเป็นคนสร้างไว้
ยูชอนทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้หนัก ๆจนไฟสีแดงที่ปลายบุหรี่มอดลง
"แล้วนายมาบอกฉันทำไม" เขาก้มหน้า
"กะ....ก็....ก็...ฉันก็แค่อยากให้นายรู้" ผมตอบได้เพียงแค่คำโง่ ๆ จริง ๆแล้วผมไม่เข้าใจคำถามเขา ก็ผมรักเขาอ่ะ ถ้าไม่บอกเขา แล้วจะให้ผมไปบอกลิงที่ไหนล่ะ
"งั้นฉันรู้แล้ว...นายต้องการจะพูดแค่นี้ใช่ไหม"
"นายยังโกรธฉันเหรอ?"
"ถ้านายมาบอกรักฉันเพราะแค่อยากจะขอโทษเรื่องวันนี้ล่ะก็...เก็บคำนั้นไว้เถอะ...ฉันไม่อยากฟัง" เขาหันหลังให้ผมอีกครั้ง
ทั้ง ๆที่เขายืนอยู่ตรงหน้าผมแท้ ๆ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าแผ่นหลังนั้นมันช่างห่างไกลเหลือเกินก็ไม่รู้
"ม่ะ...ไม่นะ...ฉันรักนายจริง ๆ...ได้โปรดเชื่อฉันเถอะยูชอน...ฉันรักนายจริง ๆ" ผมเดินเข้าไปใกล้เขาอย่างน้อยก็ครึ่งก้าว แผ่นหลังที่ดูเย็นชานั่น ทำให้ผมไม่กล้าแม้จะเข้าใกล้
"วันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2003 ฉันบอกรักนายเป็นครั้งแรก นายเอาแต่หัวเราะ แล้วก็บอกฉันว่าเลิกล้อเล่นได้แล้ว...จากนั้นมาฉันก็ได้แต่คอยบอกรักนายมาเรื่อย ๆ เผื่อว่าซักวัน นายจะเข้าใจความรู้สึกฉัน...เพราะฉันเชื่อ...เชื่อว่าซักวัน...ความรักของฉันจะสามารถทำให้นายไว้วางใจให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนายได้...
ฉันรอตั้งแต่วันที่นายทำท่าไม่พอใจเวลาฉันบอกรัก มาจนถึงวันที่นายทำท่าเฉย ๆ...แล้วก็คอยง้อฉันบ้างเวลาฉันลืมที่จะอ้อนนาย...ฉันคิดว่าท่าทีที่อ่อนลงของนายเป็นเพราะว่านายเริ่มเข้าใจความรู้สึกของฉันแล้ว...แต่ว่า...ฉันคิดผิด...
ฉันไม่เคยเข้าใจฉัน...นายมองความรักของฉันเป็นเรื่องล้อเล่นตลอดเวลา...นายแค่เคยชินกับการมีฉันอยู่...พอวันนี้ ที่ฉันให้ความสนใจคนอื่นมากกว่านาย...นายก็แค่หวงฉัน...นายแค่ไม่อยากให้ฉันสนใจคนอื่นมากกว่านาย...นายแค่กลัวว่าต่อไปความเคยชินที่นายพบเจอทุกวันจะหายไป...นายไม่ได้รักฉัน...นายไม่เคยรักฉัน...เหมือนที่ฉันรักนายเลย"
หยดน้ำใสร่วงหล่นอาบแก้มผม...ผมกำลังร้องไห้...แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผม....กำลังร้องไห้อยู่ข้างใน.....
"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้รักนาย...นายรู้ได้ยังไงว่าฉันแค่เคยชินที่มีนายอยู่...ความรักในความหมายของนายมันเป็นยังไงล่ะ...ฉันต้องรักนายในแบบที่นายต้องการรึไง...ฉันรักนายในแบบที่ฉันอยากรักไม่ได้เหรอ....โอเค..ฉันอาจจะแค่หวงนาย...ฉันอาจจะแค่ไม่อยากให้นายเป็นของคนอื่น....เพราะนั่นเป็นเพราะว่าฉันรักนายไม่ใช่เหรอ...อึก..ฉันอยากให้นายเป็นของฉัน...ฮือ...ฉันอยากให้นายรักฉัน...ฉันอยากให้นายกอดฉัน..ฮือ....อึก...ดูแลฉัน...ลูบหัวฉันบ้าง...ตีฉันบ้างเวลาฉันทำผิด....ฮือ....งอนฉันบ้างเวลาฉันไม่สนใจ...ฉันอยากให้นายอยู่กับฉันตลอดไป...ฮือ....ฮือ....มันผิดมากเหรอที่ฉันอยากรักนายแบบนี้...แค่นี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้นายเชื่อว่าฉันรักนายอย่างที่นายรักฉันเหรอ....ฮือ.....ยูชอน...ฉันรักนาย....ทำไมนายไม่เชื่อฉันบ้าง....ฮือ...ฮือ..."
ผมร้องไห้เหมือนคนบ้า...น้ำตาไหลออกมาจนผมมองหน้าแผ่นหลังของยูชอนไม่ชัดเลย
ผมไม่รู้ว่าผมร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เศร้า...ผมไม่ได้เสียใจ...แต่ผมแค่น้อยใจ...ที่เขาไม่เชื่อผม...ทั้งที่ผมกลุ้มใจตั้งนานกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่ผมรู้สึกกับเขาเรียกว่า "ความรัก"
ผมต้องใช้ความกล้าตั้งมากมายที่จะเอ่ยคำนั้นกับเขา...แต่พอพูดไป เขากลับคิดว่าความรักของผมเป็นแค่ความรู้สึกผิด...ถ้าผมแค่ต้องการง้อเขา มันมีเหตุผลมากมายที่ผมจะง้อ
ผมไม่ว่างขนาดมายืนบอกรักผู้ชายเพียงเพราะรู้สึกผิดที่ไปต่อยหน้าเขาหรอกนะ
ยูชอนไม่ตอบผม เขายังคงมองเหม่อออกไปยังท้องฟ้ากว้าง...พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว...อีกไม่นานความมืดก็คงเข้ามาปกคลุม..แต่น้ำตาของผม...ยังคงไหลรินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด
"ยะ...ยูชอน....อึก....ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษนะยูชอน.....ฮือ.....นายอย่าเกลียดฉันได้ไหม...ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว...ถ้านายไม่ให้ฉันรัก...ฮือ...ฉันจะไม่รักนายอีกแล้วก็ได้...ฮือ...นายอย่าเกลียดฉันนะ...ฮือ..."
ยูชอนหันหน้ามามองผมอีกครั้ง...ผมมองหน้าเขาไม่ชัดเลย...ไม่นานเขาก็คว้าตัวผมไปกอด...
วินาทีนั้น...ผมคิดแค่ว่า ต่อให้โลกต้องพังลงมาต่อหน้า...ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้อ้อมกอดนี้อยู่กับผมนาน ๆ
ผมรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ...ผมก็รักเขา...ผมจะไม่สนใจใครหรืออะไรอีกต่อไป...ขอแค่เขาอยู่กับผมอย่างนี้ก็พอ
"ไม่วันที่ฉันจะเกลียดนาย....จุนซู....ฉันรักนาย...แล้วก็จะรัก...รักอยู่อย่างนี้จนกว่าฉันจะตาย....นายจะไม่รักฉันก็ได้...แต่อย่าผลักไสให้ฉันไปรักใครเลย...มันเจ็บปวดมากกว่าการที่นายไม่รักฉันซะอีก....ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากนายอีกแล้ว...ฉะนั้นนายอย่าทำอย่างนี้อีกนะ...อย่าให้ฉันไปรักคนอื่นอีกนะ..."
ผมยืนนิ่งในอ้อมกอดเขา...น้ำตาหยุดไหลไปแล้ว...สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คืออ้อมกอดที่สั่นเทิ้มของยูชอน...หมอนั่นกำลังร้องไห้
"นายได้ยินอะไรตอนที่ฉันพูดบ้างเนี่ย...ฉันบอกว่ารักนาย...ฉันบอกว่าจะไม่ยกนายให้ใคร....ยังจะบ่นว่าฉันจะผลักไสนายไปให้ใครอีกเหรอ?...นายหูหนวกรึไง...ฉันบอกว่ารักนาย...รักนาย...เราทั้งสองคนใจตรงกัน...เข้าใจมั้ย?..ให้ตายเถอะทำไมนายเข้าใจอะไรยากอย่างนี้เนี่ย"
ผมยิ้มทั้งที่คราบน้ำตายังอาบแก้ม...ยูชอนถึงผมออกจากอ้อมแขนแล้วมองหน้าผมชัด ๆ เขาหน้าแดง...ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ
"โอเค...ฉันมันผิด ที่รู้ตัวช้า...แต่แล้วไงล่ะ...นายต่างหากที่วิ่งออกมาไม่ฟังอะไรเลย...พอฉันบอกนาย...นายก็มาบ่นว่าฉันทำเพราะต้องการง้อ...ทำไมนายไม่อยู่นิ่ง ๆฟังคนพูดให้จบแล้วค่อยโวยวายล่ะ...นายนี่มันน่า..."
"น่ารักใช่มั้ย"
"ประสาท!! มีใครที่ไหนเค้าชมตัวเองว่าน่ารักมั่งล่ะ...ไม่อายบ้างรึไง" ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงแข่งกับหมอนั่นแล้ว
"ไม่อายหรอก ก็ฉันน่ารักจริง ๆนี่ ไม่งั้นนายก็คงไม่รักหรอกจริงไหม...นี่จุนซู....แล้วเราจะเอายังไงต่อไปดีล่ะ?"
"เอ๋? เอายังไง?อะไร?ล่ะ...เราคืนดีกันก็ดีแล้วนี่" ผมมองหน้าเขางง ๆ ยังไง? นี่คืออะไร?อ่ะ
"ก็แบบว่า...นาย...จะคบกับฉันไหม? " ยูชอนพูดพลางเอาคางมาถู ๆแถวไหล่ผม ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลี้ยงหมาเชื่องๆอยู่จริง ๆเลย
"ทำไมต้องคบอ่ะ...เราก็คบกันมาตั้งนานแล้วนี่"
"มันไม่เหมือนกันนี่...ฉันหมายถึง คบแบบแฟน...แบบคู่รักอ่ะ...ได้ไหม?"
"ไม่เอา!!!"
"ทำไมอ่า! นายไม่รักฉันจริง ๆด้วย!!!!" หมอนั่นเอาคางที่เกยผมไว้กระแทกแรง ๆที่ไหล่ผม ปั๊ดโธ่ ไอ้นี่นิ มันเจ็บนะเฟ้ย
"ก็ถ้าคบแบบแฟน ซักวันก็ต้องเลิกกันใช่ป่ะ...แบบนั้นไม่เอาหรอก....เราเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆไม่ได้เหรอ...ฉันสัญญานะว่าฉันจะดีกับนายให้มากกว่าเดิม ฉันจะไม่ตีนาย...ฉันจะไม่แย่งเกมส์นายเล่น...ฉันจะยอมให้นายนอนซบเหมือนที่ปารีสด้วย...อย่าบอกว่าเราจะคบกันอีกนะ...ฉันไม่อยากเลิกกับนาย"
"ทำไมนายคิดอย่างนั้นล่ะจุนซู...ทำไมนายคิดว่าเราจะเลิกกันล่ะ"
"ไม่รู้อ่ะ....ก็ฉันกลัวนี่...นะ...ยูชอนนะ...เราเป็นเพื่อนกันนะ...นะ"
"เพื่อน !! เพื่อนอีกแร่ะ...ก็ฉันรักนาย...แล้วนายก็รักฉัน...เราจะเป็นเพื่อนกันแบบไหนล่ะ?"
"แบบนี้ไง!!"
ผมยื้อตัวไปหอมแก้มเขาแรง ๆ หนึ่งที แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง เพื่อนแบบไหนเหรอ...เพื่อนแบบที่นายจะทำแแบบนี้ได้ยังไงล่ะ
ถึงผมจะเคยคิดว่าการหอมแก้มผู้ชายจะน่าขนลุก แต่พอได้หอมแก้มเขาแล้ว ผมกลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
อ๊า~~ผมเขินจัง หัวใจผมจะหยุดเต้นอยู่แล้วเนี่ย ^^
"จุนซู" หมอนั่นยิ้มแป้น ^^ น่าหมั่นไส้จริง ๆเลย
"อะไรอีกล่ะ?"
"จูบได้มั้ย?"
"ห๊า!!!"
ฟังผิดแน่ ๆ หูผมคงฝาดไป เมื่อกี้หมอนั่นมันขอจูบผมเหรอ ไม่นะ...ไม่มีทาง..ผมหูฝาดไปแน่ ๆ
"ก็ได้ยินแล้วนี่...นะ...แค่ครั้งเดียวเอง..." หมอนั่นยื่นมือมาเชยคางผม ตอนนี้หน้าเขากับหน้าผมห่างกันไม่ถึงคืบ...โอ๊ย....หัวใจผมจะระเบิดอยู่แล้ว
"ม่ะ...ไม่ได้นะ...ฉันไม่จูบกับนายแน่ ๆ....ปล่อยนะเฟ้ย" ผมดิ้นเร่า ๆอยู่ในวงแขนของเขา...หมอนั่นมันจะจูบผมจริง ๆ อ่ะ ไม่น๊าาาาาาาาา
"ทำไมล่ะ นายรักฉันไม่ใช่เหรอ...แค่จูบมันเรื่องธรรมาดานี่น่า" ยูชอนคลายอ้อมกอด แต่เขาก็ยังไม่ปล่อยผมไปอยู่ดี
"กะ...ก็...นายเพิ่งไปจูบกับครูยูริมานี่น่า...ไม่เอาหรอก...ฉันไม่จูบกับนายหรอก"
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ"
"ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ...แต่จูบมันก็คือจูบ...ไม่ต้องพูดเลยนะ...ไอ้ไก่หื่น...ฉันจะจูบนายเอง!!!"
ผมดึงคอเสื้อเขาให้โน้มลงมาแล้วบรรจงทาบริมฝีปากผมกับริมฝีปากของเขา...
นุ่มจัง...ริมฝีปากเขานุ่มกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก....ผมได้กลิ่นบุหรี่พร้อม ๆกับลมหายใจของเขาด้วย...
ทั้ง ๆที่เมื่อก่อนผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เลย แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ากลิ่นมันหอมหวานเหลือเกิน...
ผมจูบเขาประมาณ 5 วินาทีแล้วก็ถอนริมฝีปากออก ยูชอนยังคงทำหน้างงๆเหมือนไม่เชื่อว่าผมจะเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน พอเขาตั้งสติได้ หน้าเขาก็เริ่มแดงอีกครั้ง
"แล้วจำไว้เลยนะ...ริมฝีปากของนายเป็นของฉันคนเดียว...ห้ามไปจูบกับใครอีกทั้งนั้น เข้าใจมั้ย?" ผมแกล้งพูดดัง ๆ
ให้ตายสิ ผมกำลังเขินอ่ะ...ทั้ง ๆที่ผมเป็นคนจูบเขา แต่ทำไมถึงเขินขนาดนี้ก็ไม่รู้ อ๊า~~~~
"อีกรอบหนึ่งได้ม่ะ...นะ...นะ...นะ"
ฝันไปเถอะ ไอ้ไก่หื่น ขนาดผมเป็นฝ่ายจูบ ผมยังเขินขนาดนี้ ถ้าหมอนั่นจูบผม ผมต้องสำลักความสุขตายแน่ ๆ
"ไม่...แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วก็ปล่อยมือจากเอวฉันได้แล้ว...ฉันหายใจไม่ออก" ผมดิ้นจนหลุดจากวงแขนของเขา ยูชอนบิปากอย่างอน ๆ แล้วก็ดึงมือผมมากุมไว้
ก่อนที่ผมจะสำลักความสุขตายจริง ๆ ผมก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ผมมองไปที่ตาซ้ายของเขา มันเป็นรอยเขียวช้ำ แล้วมันก็เริ่มบวมแล้วด้วย พรุ่งนี้เรามีถ่ายแบบนิตยสาร แล้ววันมะรืนก็มีออกรายการ แล้ววันโน้น เราก็ต้องกลับเกาหลีไปแถลงข่าวคอนเสิร์ตอีก ผมจะทำยังไงกับตาเขาดีล่ะเนี่ย
"ยูชอน ตานายอ่ะ มันเขียวช้ำเลยอ่ะ เจ็บมากมั้ย?" ผมยื่นมือไปแตะรอยช้ำเบา ๆ แต่ไอ้หนูใจเสาะนั่นกลับร้องยังกะหมาโดนเหยียบหาง
"โอ๊ยยย!!!เจ็บนะ...เบา ๆหน่อยสิ"
"ทำไงดีอ่ะยูชอน...นายต้องไปถ่ายแบบต่อด้วยอ่ะ...ฉันขอโทษน๊า...ผู้จัดการเอาชั้นตายแน่เลยง่า (TT/\TT)"
"ฉันนึกว่านายห่วงฉันซะอีก...นี่ห่วงเรื่องงานมากกว่าเหรอเนี่ย"
"ยังไงนายก็ถึกอยู่แล้ว...แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า...แต่งานนี่สิ...จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?"
"ก็เพราะนายนั่นแหละ...ซัดมาเต็มแรงเลย"
"ก็เพราะนายไปจูบกับคนอื่นทำไมล่ะ"
"ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ"
"ไม่ต้องเลย เพราะนายนั่นแหละ"
"นายนั่นแหละ"
พวกเราเถียงกันอยู่นาน จนกระทั่งเดินมาถึงห้องแต่งตัว เป็นอย่างที่ผมคิด ผู้จัดการด่าผมจนหูชาที่ทำให้หน้ายูชอนเป็นแผล ผลก็คือ วันนั้นเราต้องงดถ่ายรูปรวม แล้ววันพรุ่งนี้ ยูชอนก็ต้องใส่แว่นดำอันเท่าจานดาวเทียมไปออกรายการ...ตอนแรกยูชอนบ่นอุบ เพราะกลัวว่าแว่นจะบดบังความหล่อของเขา (หลงตัวเองโคตร) แต่พอลองใส่ เขากลับไม่ยอมถอดอีกเลย (บ้าเห่อ)
พวกเรายังคงเป็นเหมือนเดิม...เป็นปาร์คยูชอน...เป็นคิมจุนซู แห่งดงบังชินกิ และโทโฮชินกิ
เรายังเป็น Couple ที่น่ารักที่สุด...ยังคงทำงานเพื่อแคสซิโอเปียของพวกเราอย่างเต็มที่ไม่เปลี่ยนแปลง
คำว่า "เพื่อน" ของผมและยูชอน มีความหมายในแบบที่เขาและผมกำหนดเอง
ใครจะเรียกความสัมพันธ์ของพวกเราว่ายังไงก็ช่าง...ผมรู้แค่ว่าเขาเป็นคนสำคัญสำหรับผม...และผมก็เป็นคนที่เขาจะขาดไปไม่ได้เช่นกัน
ยูชอนยังคงไปเที่ยวผับดึกๆกับแจจุงเหมือนเคย..แต่ทุกครั้งที่เขากลับมา ผมจะเตรียมน้ำอุ่น ๆไว้รอเขา แล้วก็นั่งฟังเขาเล่าว่าวันนี้มีใครจำเขากับแจจุงได้บ้างไหม...
ก่อนจะเข้านอน ผมจะนั่งนิ่ง ๆให้เขาทาครีมที่ใบหน้า แล้วก็ทานยาแก้แพ้ตามที่เขาเตรียมไว้ให้...
เวลาที่เขาสูบบุหรี่จัด ๆ ผมก็จะคอยเอาบุหรี่ไปซ่อน แล้วก็บอกว่าชางมินเผลอเอาไปทิ้งในชักโครกแล้ว...
ถ้าเขาหายใจไม่ออกเพราะโรคประจำตัวกำเริบ...ผมจะคอยด่าที่เขาไม่รู้จักดูแลตัวเองแล้วก็หายาให้เขากิน....
ถ้าเขางอนที่ผมเอาแต่เล่นเกมส์ไม่สนใจเขา...ผมก็จะกด Pause เกมส์เอาไว้ก่อนแล้วไปง้อเขา จากนั้นค่อยมาเล่นเกมส์ต่อ...
ถ้ามีคนมาถามว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน...เราจะตอบว่า
"เราสองคนเป็นเพื่อนกันครับ"
ผมไม่รู้ว่าตลอดกาลจะนานแค่ไหน...แต่ผมเชื่อว่า "เพื่อนอย่างยูชอน" จะเป็นคนสำคัญสำหรับผมอย่างนี้ตลอดไป...
ต่อให้พรุ่งนี้ไม่มีแล้ว....ต่อให้ชาติหน้าผมจะจำเขาไม่ได้...ผมก็จะยังรักเขา...ในแบบของผม...
ยูชอนมีอิสระที่จะไปไหนต่อไหน...ทำอะไรก็ได้...รักใครก็ได้...รักแบบไหนก็ได้...
เพราะผมรู้ดีว่า....เขาก็รักผมในแบบของเขาเช่นกัน....
ไม่ใช่แค่เพราะเรายืนข้างกันตอนเป็นทงบังชินกิ...แต่เราจะยืนเคียงข้างกันในฐานะที่ผมเป็นคิมจุนซูและเขาเป็นปาร์คยูชอน
จากนี้...และตลอดไป...พวกเราจะยังคงเป็นอย่างนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง... ติดตามดูพวกเราให้ดีนะครับ To be Continued .....
-END-
จบแล้วววววววว
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามค่ะ จะพยายามต่อไปเรื่อย ๆ ถ้ามีเรื่องหน้านะค่ะ อิอิ

