[บ่น] ถ้าเขาเป็นสายน้ำ,,ฉันจะเป็นทะเล
posted on 20 Feb 2008 23:57 by tiseki in DiArIes
「私は今でも、空に恋しています。」
แม้แต่ตอนนี้...ตัวชั้นก็ยังคงรักท้องฟ้า
ถ้าวันนั้น...เราไม่ได้เจอกัน
คงจะไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องเศร้าเสียใจอย่างนี้
คงจะไม่ต้องเสียน้ำตามากเหมือนตอนนี้แน่ๆ
.
.
.
แต่ถ้าสมมุติว่า
ถ้าเราไม่ได้เจอกัน
ตัวชั้นก็คงจะไม่ได้เจอ
ความอบอุ่นแล้วก็ความสุขแบบนี้แน่ๆ
ตอนแรกที่อ่านเรื่องย่อของหนังเรื่อง KoiZora หรือ Sky Of Love ก็คิดอยู่ว่าคงเป็นเหมือนหนังรักทั่ว ๆไป...
คือ คงเดาตอนจบได้ไม่ยาก...สิ่งที่ฮิโระปิดบังมิกะไว้ ไม่ใช่เพราะไม่รักหรอกถึงได้จากไป....แต่คงเป็นเพราะรักมากต่างหากถึงได้จากไป...
รู้ทั้งรู้ ยังกะเป็นคนเขียนเรื่องซะเองแต่ก็ยังอยากไปดู..ไม่รู้อะไรดลใจให้อยากดู อาจเป็นเพราะเห็นโปสเตอร์หนังแล้วเห็นพระเอกเรื่องมีบางมุมคล้ายฮันคยอง เอสเจ ก็เลยอยากดู (มั้ง) ดูเป็นเหตุผลที่สิ้นคิดดึ แต่มันก็ดึงตังค์ 100 บาทจากกระเป๋าตังค์เราได้ล่ะว่ะ - -*
เนื้อเรื่องโดยทั่วไปก็เป็นอย่างที่เราคิดนั่นแหละ (บอกแล้วว่ายังกะเป็นคนเขียนเรื่องเอง)
คือไม่มีอะไรแตกต่างจากหนังรักทั่วไป เศร้า มันก็เศร้านะ...ก็เหมือนเวลาเราดูหนังเกาหลีที่ต้องมีใครตายซักคน ถึงจะรู้ซึ้งถึงคำว่ารักนั่นแหละ...
ตอนเดินออกมาจากโรงหนัง ยังเอามือไปลูบหัวคนที่มาด้วยว่า
"โอ๋ ๆอย่าร้องนะ เด๋วกรูต้องไปทำงานต่อ เมิงร้องไห้ตาแดงอย่างนี้ไม่อายเขารึไง กรูง่วงนะเฟ้ย (ไม่เกี่ยว)"
เราไม่ได้ร้องไห้เลย ไม่รู้ว่าไม่ซึ้ง หรือว่าง่วงกันแน่...หนังไม่ได้น่าเบื่อนะ แต่บังเอิญอิติ๊กดันนอนตั้งตีห้า เลยไปดูหนังแบบสลึมสลือ ดูจบเรื่องก็บุญแล้ว ถือว่าหนังดีจริง ๆอิติ๊กถึงไม่หลับ (เคยไปดูหนังเรื่อง "กุมภาพันธ์"ที่เค้าบอกว่าซึ้งนักหนา อิติ๊กหลับคาโรงเลย 55+)
พอดูหนังจบต้องมาทำงานต่อ...แต่ภาพในหนังยังติดตาอยู่เลย ทำให้เรามานั่งคิดถึงหลาย ๆอย่างที่อยู่ในหนัง...
จากที่คิดว่า เป็นหนังรักทั่วไป...การนั่งนิ่ง ๆแล้วนึกอย่างพินิจพิเคราะห์ (ใช้ศัพท์สูงป่ะล่ะ เหอ เหอ) ทำให้มองเห็นอะไรหลาย ๆอย่างจากหนังเรื่องนี้...
เราชอบหลาย ๆประโยคที่หนังเรื่องนี้ต้องการสื่อ...ชอบการอุปมาเปรียบเทียบในเรื่อง...ชอบฉาก...ชอบวิว...ที่สำคัญ...พระเอกหล่อ!! (สุดท้ายก็เรื่องผู้ชาย 555)
(พระเอกหนังเรื่องนี้งับ ชื่อฮารุมะ มิอุระ น่ารักใช่มั้ยล่ะ อิอิ)
คนดำเนินเรื่องคือมิกะ เป็นเด็กผู้หญิงที่เรียนแค่ ม.4 เรียกว่าอยู่ในวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น
ส่วน ฮิโระ ที่เป็นพระเอกก็อยู่ชั้นเดียวกัน (แต่คนละห้อง) ดังนั้นฮิโระก็เหมือนรักแรกของมิกะ...
รักแรก...รักเดียว...และรักครั้งสุดท้าย
สองคนรักกันมาก ถึงขั้นมีอะไรกัน แล้วก็ท้อง (ดีนะที่เป็นหนังญี่ปุ่น ถ้าเป็นหนังไทย คงโดนแบนไปแร่ะ)
แต่สุดท้ายมิกะก็แท้ง เพราะดันไปหกล้ม ดังนั้นในวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี มิกะกับฮิโระเลยสัญญากันว่าจะมาเยี่ยมลูกของพวกเขาที่ต้นดอกยิปโซที่ฮิโระเคยเอามาปลูก...
พอหลังจากนั้งฮิโระก็เริ่มเปลี่ยนไป...จนสุดท้ายทั้ง 2 คนก็เลิกกัน โดยที่มิกะยังไม่เข้าใจว่าทำไมฮิโระถึงทิ้งเธอ แต่ก็ยอมเลิกให้ ในเมื่อคนมันไม่รักแล้วอ่ะเน๊าะ คบไปมีแต่จะทำให้ตัวเองดูไร้ค่า มิกะก็เลยเลิก....
(ที่ที่ลูกของฮิโระกับมิกะอยู่)
พอเลิกกับฮิโระตอนม. 5 พอขึ้นม.6 มิกะก็ได้พบกับยู ที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ยูเป็นคนที่แตกต่างจากฮิโระมาก เรียกว่าหน้ามือกับหลังตีน...ยูเป็นคนใจดี ในขณะที่ฮิโระจะห่าม ๆ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนมีหมือนกันก็คือ รักมิกะมาก ในที่สุดมิกะก็คบกับยู แต่ก็ยังมาหาลูกของเธอกับฮิโระที่หลุมดอกยิปโซทุกปี...
พอแร่ะ สปอยแค่นี้พอ..หนังยังไม่ออกจากโรงเลย..เด๋วเล่าให้ฟังหมด จะโดนด่าเอา
(สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ฮิโระชอบมาก เป็นที่ที่ฮิโระบอกกับมิกะว่า เขาอยากเป็นท้องฟ้า และเป็นสถานที่ที่ฮิโระบอกรักมิกะ)
ฮิโระกับมิกะเค้ารักกันมากเลยนะ....ฮิโระเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก...แม้วิธีจะห่าม ๆ แต่ถ้าใครทำร้ายมิกะของเขาละก็...พ่อฟาดเรียบ...กะเอาถึงตายเลยล่ะ...เราว่าความรักแบบนี้มันก็น่ารักดีนะ...ตรงไปตรงมาดี...ฮิโระเค้าจะเป็นคนตรง ๆ ชอบก็บอกว่าชอบ...เกลียดก็บอกว่าเกลียด...ถ้าใครมาทำร้ายมิกะ...เค้าพร้อมที่จะทำร้ายคนนั้นให้เจ็บมากกว่ามิกะเป็นร้อยเท่า...ดูเหมือนจะน่ากลัวนะคนแบบนี้...แต่เราว่ามันตรงไปตรงมาแล้วก็เข้าใจง่ายดี...ไอ่คนที่มัวแต่คอยกั๊กความรู้สึก ดูแล้วน่ารำคาญยังไงไม่รู้แฮะ...
มิกะชอบบอกว่า ฮิโระเหมือนกับสายน้ำ เป็นคนที่มองไปข้างหน้า ไม่จมอยู่กับอดีตที่ผ่านไปแล้ว
แต่ฮิโระบอกว่า เขาอยากจะเป็นท้องฟ้า...เพราะจะได้มองเห็นมิกะไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
(ถ้ามีใครมาบอกกุอย่างนี้นะ...กุรักตายเลย)
สองคนนั้นเค้ามองคนละอย่างนะ...
ตอนที่เลิกกันแล้ว ยูถามมิกะว่า เขาคนนั้นของมิกะเป็นคนแบบไหน มิกะบอกว่า
"เขาคนนั้นเป็นผู้ชายที่เหมือนกับสายน้ำ...ไหลไปข้างหน้า...แล้วก็ทอดทิ้งเธอให้อยู่ข้างหลัง"
เราคิดว่า การถูกทอดทิ้งมันน่าเศร้านะ...ยิ่งการมองดูคนที่เรารักเดินจากไป โดยที่ไม่อาจรั้งเขาไว้ได้มันยิ่งน่าเศร้ากว่า...
เมื่อวานมีน้องคนหนึ่งถามเราว่า
"คนที่เค้าเลือกที่จะทิ้งเรา การที่เค้าจากไปคงทำให้เค้ามีความสุขใช่ไหม?"
เราตอบไปว่า "ไม่รู้สิ...มีความสุขรึเปล่าไม่รู้...แต่ถ้าเค้าเลือกที่จะจากเราไปแล้ว...แม้จะไม่มีความสุขมาก...แต่ก็คงไม่ทุกข์เท่าอยู่กับเราหรอก"
ดังนั้นเราคิดว่า เราควรเคารพการตัดสินใจของคนที่เรารักนะ...อะไรที่เป็นความสุขของเขา เราก็น่าจะทำเพื่อเค้า..แม้ความสุขของเค้า คือการที่ไม่มีเราในชีวิตเค้าก็เถอะ มันก็ยังดีกว่าให้อยู่กับเราแล้วเค้าไม่มีความสุขละกัน..
ยูได้ยินอย่างนั้น ก็เลยบอกมิกะว่า
"ถ้าเขาคนนั้นเป็นสายน้ำ...เค้าจะเป็นทะเล...ทะเลที่จะคอยซัดซาดและโอบกอดเธอ...ทะเลที่จะถ่าโถมเข้าหาเธอ และไม่มีวันที่จะทอดทิ้งเธอ"
ผู้ชาย 2 คน รักผู้หญิงคนเดียวกัน เปรียบตัวเองเป็นน้ำเหมือนกัน...แต่ต่างกันสิ้นดี
อีกคนหนึ่งที่จะเป็นแค่สายน้ำ...แม้จะไหลไปเรื่อย...แต่ทุกครั้งที่ได้สัมผัส สายน้ำก็ยังเย็นชื่นใจ...แล้วก็ไม่เคยแห้งเหือดไม่ใช่เหรอ
ส่วนอีกคนเป็นทะเลที่แสนจะกว้างใหญ่...ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง ทะเลก็ยังคงเป็นทะเลที่สวยงามเช่นเคย..แต่บางทีความลึกของทะเลนั้นก็ไม่อาจจะสัมผัสได้ แม้ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม...
จำได้ไหม ตอนที่เลิกกัน มิกะบอกว่า ฮิโระเหมือนสายน้ำ...เพราะเธอเข้าใจว่าฮิโระทอดทิ้งเธอไว้ข้างหลัง
แต่พอได้กลับมาพบกันอีกครั้ง...ได้รับรู้ความจริงที่แสนเจ็บปวด...ทำให้มิกะรู้ว่า "ฮิโระ คือท้องฟ้าของเธอ"
"ถ้าท้องฟ้าแจ่มใส...แสดงว่าฮิโระมีความสุข
ถ้าฝนตก...แสดงว่าฮิโระกำลังร้องไห้
ถ้าท้องฟ้ามืดครึ้ม...แสดงว่าฮิโระกำลังเศร้า
ถ้าท้องฟ้ายามเย็น...แสดงว่าฮิโระเป็นกำลังใจให้เธอ"
นั่นหมายความว่า...ไม่ว่าฮิโระจะอยู่ที่ไหน...แม้จะไม่สามารถมองเห็นด้วยตา
แต่เธอก็สัมผัสถึงความรักของฮิโระได้
คน ๆหนึ่งที่เป็นทุก ๆอย่างสำหรับคนอีกคนหนึ่ง...มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกไหม...
คงจะรู้สึกแย่ ถ้ารู้ว่ามีคนเกลียด...แต่คงจะรู้สึกแย่กว่า ถ้ารู้ว่าไม่มีสักคนเลยที่รัก..
เราไม่รู้ว่าแต่ละคนดูหนังเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกแบบไหน...อาจจะเศร้า...อาจะสนุก...
แต่เราดูหนังเรื่องนี้ด้วยความตื้นตันใจ...
เราไม่รู้ว่าการที่คนที่เรารักจากไปโดยไม่มีวันกลับทำให้รู้สึกยังไง...
อาจเป็นเพราะตัวเองยังไม่เคยพบกับความสูญเสียอย่างนั้น...ก็เลยไม่เข้าใจ
แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า...การที่ในชาตินี้เราได้พบกัน...มันเป็นพรหมลิขิต....
และถ้าเราจะต้องจากกัน...มันก็เป็นพรหมลิขิตเช่นกัน....
เพราะชาติหน้า เราก็จะจำไม่ได้แล้วว่าเราเคยพบกัน เคยรักกัน เคยเกลียดกันแค่ไหน...
ฉะนั้น ในเมื่อชาตินี้ พรหมลิขิตทำให้เราพบกัน...ถ้าหากจะต้องจากกันอีกครั้ง...เราก็คงไม่เสียใจ
เคยคุยกับเบ้นซ์ว่า "กลัวตายรึเปล่า?"
เบ้นซ์ไม่ตอบว่าอะไร แต่บอกแค่ว่า ความตายเป็นสิ่งที่เขาต้องพบเจอทุกวันอยู่แล้วด้วยหน้าที่การงาน
พอย้อนถามเรา เราเลยบอกว่า "ไม่กลัวหรอก คนเราถ้าจะตาย อยู่ที่ไหนก็ตาย"
เราบอกเบ้นซ์ไปว่า "ที่คนเรากลัวตาย ไม่ใช่เพราะเขากลัวความเจ็บปวดตอนใกล้ตาย...ไม่ใช่ว่าเขากลัวชีวิตหลังความตาย...ไม่ใช่ว่าเขากลัวว่าตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก...แต่เขากลัวว่าจะไม่ได้เจอคนที่เขารักแล้วต่างหาก"
เพราะชาติหน้า เราจะจำเขาไม่ได้แล้ว แม้ว่าชาตินี้จะเคยรักเขามาก จะเคยเกลียดเขามาก หรือเคยทำอะไรเพื่อเขาบ้าง พอตายไป แล้วเกิดไปใหม่ชาติหน้า เราก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยรัก เคยเกลียด หรือเคยทำอะไรเพื่อเขาไปมากแค่ไหน...สิ่งที่คนเรากลัวคือสิ่งนี้ต่างหาก
เบ้นซ์บอกว่าเราโรแมนติก แต่เราไม่เห็นว่าการพูดถึงความตายมันจะโรแมนติกตรงไหน
การได้ดูหนังเรื่องนี้ ทำให้เราคิดไปถึงคน ๆหนึ่งที่เราคิดว่าเรารักเขา...
ตอนนี้ เขาคนนั้น เป็นทั้งเพื่อน...เป็นพี่...เป็นน้อง...เป็นที่ปรึกษา...เป็นที่ปลอบใจ...เป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต...
เราไม่ได้อยู่กับครอบครัว...หน้าที่การงานของเราที่ไม่ตรงกับคนอื่นทำให้เวลาที่จะได้เจอกับเพื่อนมีน้อยมาก...
แต่ทุกครั้งที่เราท้อ...ทุกครั้งที่เราคิดว่าเราไม่เหลือใคร...แค่เรามองไปที่เขา..เราจะรู้สึกเหมือนได้รับพลังบางอย่างให้ก้าวไปข้างหน้า...
ถ้าเขาเป็นสายน้ำ...แม้จะทอดทิ้งเราไว้อยู่ข้างหลัง...เราก็ยินดีที่จะมองอยู่ไกล ๆ อย่างนี้..ปล่อยให้เขาก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ฉุดรั้งไว้
ถ้าเขาเป็นทะเล...เราจะขอสัมผัสแค่ปลายคลื่น ไม่จะไม่ก้าวเข้าไปถึงส่วนที่ลึกที่สุด...จะอยู่แค่ในที่ที่เราควรอยู่เท่านั้น...
คนที่เรารัก...มี 5 คน...เขาคือคนที่พวกคุณรู้จักกันดี...เพราะเขาก็เป็นเหมือนคนรักของใครอีกหลายคนเช่นกัน
ถ้าฮิโระเป็นท้องฟ้าของมิกะ
ทงบังชินกิก็เป็นท้องฟ้าของเรา...
ท้องฟ้า...ที่มองไปเมื่อไหร่ก็เห็น...
ท้องฟ้า....ที่ไม่มีวันจากไปไหน....
ต่อให้ชาติหน้า...จะไม่มีทงบังชินกิต่อไป...เราก็ไม่เสียใจ...ที่ครั้งหนึ่งเคยมองท้องฟ้าแ้ล้วรู้สึกโอบล้อมด้วยความรักจากพวกเขา...
ถ้าหากจะมีซักวันหนึ่งที่เราไม่ได้รักพวกเขาแล้ว...แต่เราจะไม่มีวันลืม...
ไม่มีทางลืมว่าเคยล้มและลุกได้อีกครั้งเพราะใคร
ไม่มีทางลืมว่าหัวเราะได้ทั้งที่เจอเรื่องร้าย ๆมาได้เพราะใคร
ไม่มีทางลืมว่าได้พบเพื่อนได้พบน้องที่น่ารัก ๆเพราะใคร
อาจจะฟังดูโอเวอร์ อาจจะดูงี่เง่า...แต่เราดีใจที่สุดที่ชาตินี้มีทงบังชินกิ...
เกิดชาติหน้า...เราไม่ต้องพบกันก็ได้...ทงบังชินกิอาจจะไม่มีอีกต่อไป...
ฉะนั้น ชาตินี้...เราจะรัก...รักพวกเขาเท่าที่คน ๆหนึ่งจะรักคน ๆหนึ่งได้...
เราจะรักพวกเขาให้เต็มที่ เผื่อวันหนึ่งที่เราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแล้ว
อย่างน้อย .....เราจะได้ภูมิใจ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำอะไรเพื่อความรักของเราแล้ว....
ปล.1 เริ่มที่ Sky Of Love มาจบที่ทงบังชินกิได้ไงหว่า 55+
ปล.2 พระเอกหนังเรื่องนี้น่ารักจริง ๆนะ รอยยิ้มละลายหัวใจมากกกกกกกกก
ปล.3 เพลงประกอบเรื่องนี้ชื่อเพลง Tabidachi no Uta ร้องโดย Mr. Children เป็นเพลงที่เหมาะกับท้องฟ้ามาก
ปล.4 หนังไม่ได้เศร้ามากอย่างที่ทุกคนคิด...แต่ว่าทุกประโยคในหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณรู้จักความรัก และรู้จักที่จะเศร้าเพราะความรัก
ปล.5 พระเอกเรื่องนี้น่ารักจริง ๆนะ (ย้ำ) 55+




มิคกี้โอป้าคะ~~ สนใจมาเป็นท้องฟ้ากะลมกะยะมั้ย? อิอิ (เกี่ยว??)
#1 By YOSHINAKIs on 2008-02-22 13:46