[Fic] One Step Closer Part.2

posted on 02 Jun 2014 11:43 by tiseki in Fiction


 
Part 2 นางฟ้าคิมจุนซูที่ไม่มีวันได้เห็น
.
.
.
"ยูชอน!!!!!!!"

ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อสันหนังสือเล่มหนาฟาดมาที่กลางหน้าผากเต็มๆ

"เหม่ออะไรของแกว่ะ เรียกเป็นร้อยรอบแล้ว ไม่ได้ยินรึไง" แจจุงบ่นกระปอดกระแปดทันทีที่ผมหลุดจากภวังค์

"ก็เลยเอาไอ้นี่ฟาดมาเนี่ยนะ" ผมบ่น พลางเอามือลูบหน้าผากเบาๆ

"เออ!! ก็เรียกแล้วไม่หันนี่หว่า"

"แกเป็นพวกซาดิสม์รึไงว่ะ เจ็บนะโว้ย"

"สมน้ำหน้า..เออนี่ แกจำยูนาคณะเศรษฐศาสตร์ได้ป่ะ ที่เจอในห้องเรียนรวมเมื่อวันก่อนน่ะ" แจจุงเปลี่ยนเรื่อง

"จำไม่ได้"

"ยูนาที่ผมยาวๆ ตาโตๆ ไง"

"เออ แล้วไง" ผมตอบไปส่งๆ เพราะสมองของผมยังคงจดจ่ออยู่กับเรื่องปฏิกิริยาของจุนซู

เมื่อคืนหมอนั่นกลับเข้ามาในห้องเกือบรุ่งสาง ผมไม่รู้ว่าเขาไปนอนที่ไหน เอาเข้าจริงแล้ว ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย

"หล่อนเป็นเพื่อนกับซูฮยอนคณะเราว่ะ" แจจุงพูดด้วยนำเสียงระรื่น

"แล้วไงวะ?"

"ซูฮยอนมันบอกว่าจะแนะนำให้ฉันรู้จัก พรุ่งนี้เลยนัดไปดื่มกันตอนสองทุ่ม ไปด้วยกันดิ" แจจุงพูด พลางเขย่าแขนผมเบาๆ

"ไม่ไป ไม่ว่าง" ผมปฏิเสธ ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะปาร์ตี้ คืนนี้ผมจะต้องถามจุนซูให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

"ไม่ว่าง? แกจะไปไหนวะ?" แจจุงเริ่มหงุดหงิด

"ไปห้องสมุด"

"ขำตายล่ะ อย่างแกอ่ะนะไปห้องสมุด บอกว่าไปขุดเห็ดยังน่าเชื่อกว่า"

"คนหล่อและฉลาดอย่างฉันเข้าห้องสมุดมันแปลกตรงไหนวะ ปากหมาจริงแกเนี่ย"

"แกมีอะไรปิดบังฉันอยู่รึเปล่าวะ"

"ฉันไม่ว่างมามีความลับกับแกหรอก มีเรื่องอะไรพ้นจมูกหมาอย่างแกไปได้บ้างล่ะ"

"โหยยยย คุณชาย แกก็ปากหมาไม่ต่างจากฉันล่ะวะ"

"เออ ก็หมาทั้งคู่ล่ะ แกไปเหอะ ดื่นเหล้าเคล้านารีให้สนุกนะ"

"ตามใจ แล้วอย่ามาเสียดายทีหลังนะเว้ย" แจจุงพูดทิ้งท้ายก่อนจะหยิบหนังสือการ์ตูนมาอ่านต่อ ปล่อยให้ผมที่ยังคงครุ่นคิดกับเรื่องเดิมๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย

ผมพยายามหาเหตุผลที่จุนซูหวาดกลัวสัมผัสจากผม ปริศนาคงกระจ่างกว่านี้ถ้าเขาทำท่ารังเกียจเมื่อผมแตะต้องตัวเขา เพราะนั่นคงไม่แปลกอะไรในเมื่อเขาเกลียดผมอยู่แล้ว
แต่ท่าทางหวาดกลัวอย่างนั้น...มันเหมือนกับว่าเขากลัวที่ต้องถูกสัมผัสจากคนรอบข้าง แต่ก็นั่นแหละ ใช่ว่าเขาจะหวาดหลัวทุกคนไปซะทีเดียว เพราะตอนที่เขาอยู่กับเพื่อนๆ ก็ยังหยอกล้อเล่นหัวกันเหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี่นา

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เขายอมให้ทุกคนสัมผัส..ยกเว้นผม

ทำไมต้องเป็นผม?
ทำไม?
ทำไม?

-------------------------------------------------------------

ทันทีที่เสียงออดหมดเวลาคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมโกยทุกอย่างยัดลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็วโดยมีคิมแจจุงตะโกนด่าไล่หลัง

ผมใช้เวลาไม่นานกลับถึงหอพัก ภายในห้องว่างเปล่า ไร้เงาของคิมจุนซู ผมวางกระเป๋า แล้วนั่งลงบนเตียงอย่างใจเย็น ผมไม่เคยกลับห้องเวลานี้ จึงไม่รู้ว่าปกติคิมจุนซูกลับมากี่โมง บางทีเวลานี้อาจจะเร็วเกินไปที่เขาจะกลับห้องก็ได้

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ท้องฟ้านอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมทั่วห้อง ผมลุกขึ้นไปเปิดไฟ..คิมจุนซูยังไม่กลับมา
.
.
.
สี่ชั่วโมงผ่านไป...

นี่มัน...บ้าไปแล้ว

ผิดปกติ...ผิดปกติไปหมดทุกอย่าง

จะสี่ทุ่มแล้ว ทำไมคิมจุนซูยังไม่กลับมาอีก แม้ว่าผมจะไม่เคยกลับมาถึงห้องเวลานี้ แต่ก็พอเดาไม่ยากว่าเด็กอนามัยอย่างคิมจุนซูไม่มีทางกลับห้องเกินสี่ทุ่มแน่ เขาหายไปไหนกันนะ

ระหว่างที่ผมเดินวนไปวนมารอบห้องด้วยความกังวล เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะกดรับอย่างเซ็งๆ

"ว่าไง"

"ออกมาจากห้องสมุดแล้วเหรอแก" คิมแจจุงพูดเสียงดังเพื่อกลบเสียงดนตรีที่ดังอยู่ไกลๆ ทำเขารู้ทันทีว่าเพื่อนตัวแสบของเขาอยู่ในสถานที่แบบไหน

"เออ กลับมาแล้วสิ ไม่ได้ไปขุดเห็ดนี่หว่า ว่าแต่แกเถอะ ยังไม่กลับอีกเหรอวะ ดึกแล้วนะเว้ย"

"กำลังจะกลับ แว่บมาเข้าห้องน้ำก่อน มีเรื่องอยากเล่าให้แกฟังว่ะ เลยรีบโทรมาก่อน"

"เรื่องอะไรวะ"

"เพื่อนของยุนนาน่ะ โคตรน่ารักเลยว่ะ ตื่นเต้นอ่ะ ก็เลยอยากเล่าให้แกฟังเร็วๆ "

ผมถอนหายใจ นี่คิมแจจุงเพื่อนยาก กระผมไม่มีอารมณ์มาฟังเรื่องปาร์ตี้เกิร์ลของคุณหรอกนะขอรับ คนกำลังร้อนใจ มาชวนคุยไร้สาระอะไรวะเนี่ย!!!

"ก็ดีแล้วนี่ แค่นี้ก่อนนะ ฉันยุ่งอยู่"

"เฮ้ย เดี๋ยวดิ ยังเล่าไม่จบเลย"

"เอาไว้คุยพรุ่งนี้ได้ป่ะ ถ้าคนนี้น่ารักแกก็จีบเลยสิ จีบให้ติดคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้พามาให้ฉันดูละกันนะ แค่นี้แหละ.."

"เฮ้ย เดี๋ยวดิ ฉันจีบไม่ได้ แก..ยูชอนนนน เฮ้ยยยยยยยย"

ผมกดวางสายไปพร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของแจจุง เขาฟังเรื่องสาวๆ ของเพื่อนรักคนนี้จนเบื่อแล้ว แจจุงจีบผู้หญิงเป็นงานอดิเรก แต่ก็ไม่เคยจริงจังกับใครซักคน ผู้หญิงคนนี้ก็คงเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่แจจุงจีบทันทีหลังจากคุยกันถูกคอนั่นแหละ

ผมเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง จุนซูยังไม่กลับมา หรือว่า..เขาจะโกรธผมจริงๆ
.
.
.
เที่ยงคืนแล้ว..จุนซูยังไม่กลับมา ผมอยากร้องไห้
.
.
แกร่ก~ เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น ผมเด้งตัวจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงที่รอคอยมานาน จุนซูดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นผมลุกพรวดพราดขึ้นมา แต่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่เขาดูตื่นตระหนก เพราะไม่นานใบหน้าของเขาก็กลับมาบึ้งตึงเป็นคิมจุนซูคนเดิมอีกครั้ง

"เอ่อ..คือ"

ให้ตายสิ ผมรอเวลานี้มาตลอดทั้งวัน แต่พอเห็นหน้าจุนซูเท่านั้นผมกลับพูดอะไรไม่ถูก ทุอย่างที่อยากถาม ทุกคำที่อยากเอ่ยมันลงไปกองรวมกันในท้องจนรวนปั่นป่วนเหมือนคลื่นทะเลฤดูมรสุม เพียงแค่เห็นใบหน้าของจุนซุผมก็เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างจริงๆ ซะแล้ว

คิมจุนซูยังคงไม่สนใจผมเช่นเคย เขาวางเสื้อคลุมพาดกับที่แขวน จากนั้นก็วางกระเป๋าไว้บนชั้นแล้วเดินผ่านผมที่ยืนตัวแข็งทื่อมายังโต๊ะอ่านหนังสือตั้งพื้นตัวโปรดของเขาแล้วหยิบไอพอดขึ้นมา

"คือว่า..ฉัน.."

ร่างเล็กเหลือบตาขึ้นมามองผม สายตานั้นแทบจะทำให้ผมหยุดหายใจได้เลย นาทีนี้ผมมั่นใจแล้วว่าคิมจุนซูไม่ได้โกรธผม แต่เขาเกลียดผมเลยล่ะ!!

"เรื่องเมื่อวาน..."

ไม่ทันที่ผมจะได้พูดต่อ จุนซูก็หยิบหูฟังยัดใส่หูแล้วเดินผ่านผม (ที่มีสถานะไม่ต่างจากยุง) แล้วเข้าห้องน้ำไปโดยปราศจากคำพูดใดๆ ผมยืนนิ่ง รู้สึกว่าร่างกายตัวเองค่อยๆ แยกมวลแล้วระเหิดไปในอากาศ

สถานะของผมเปลี่ยนจาก "ยุง" กลายเป็น "ฝุ่น" ไปซะแล้ว

-------------------------------------------------------------

"ยูชอลลลลลลลล~~~~"

สาบานได้ ตอนนี้ผมเกลียดน้ำเสียงร่าเริงของแจจุงชะมัด เพื่อนผมกำลังมีความสุขเวอร์ๆ ในขณะที่ผมกลายเป็นฝุ่นไปแล้วในสายตาของคิมจุนซู

"ถ้ามีความสุขมากขนาดนั้นจะมาเรียนทำไม ไม่ลอยขึ้นสวรรค์ไปเลยวะ" ผมพูดเหน็บแหนม แต่ดูเหมือนว่าแจจุงจะไม่ได้สนใจเท่าไรนัก เขารีบทิ้งตัวนั่งลงข้างผม แล้วจัดแจงตั้งท่าพร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดในชีวิตที่เขาพบเจอมาให้ผมฟัง

"เมื่อวานยังเล่าไม่จบเลย ทำไมแกรีบตัดสายไปวะ"

"ฉันยุ่งอยู่นี่หว่า"

"ยุ่งอะไรวะ ชีวิตแกว่างเปล่าจะตาย หรือว่าโดนคิมจุนซูดูดวิญญาณอีกแล้ว"

ยิ่งกว่าดูดวิญญาณอีกว่ะ เพื่อนนายกลายเป็นฝุ่นไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก คิมแจจุง

"ฉันก็มีเรื่องต้องคิดเหมือนนะเว้ย"

"เหรอ..ช่างเหอะ..งั้นตอนนี้แกอย่าเพิ่งคิด ฟังฉันก่อน..เมื่อวานนะยุนนาพาเพื่อนมาด้วย โคตรน่ารัก ผิวงี้ขาวยังกะไม่เคยโดนแดด ตอนแรกฉันก็สนใจยุนนานะ แต่พอได้นั่งข้างคนนี้ ก็มัวแต่คุยกันเพลินจนลืมยุนนาไปเลยว่ะ เฮ้ยยย ยูชอน แกฟังฉันอยูรึเปล่า"

แจจุงใช้หนังสือตีโต๊ะเบาๆ เมื่อเห็นว่าผมเริ่มเหม่อลอยและมีท่าทีไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาพูด

"เออ ฟังอยู่"

"ไม่ใช่น่ารักอย่างเดียวนะ แต่น่ารักอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ เดี๋ยวกลางวันนี้ฉันมีนัดไปกินข้าวกันที่ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ไปด้วยกันป่ะ"

"ไม่อ่ะ แกไปเหอะ"

"ทำไมวะ ถามจริง แกมีปัญหาอะไรรึเปล่า ทำไมช่วงนี้ดูอารมณ์ไม่ดีเลย หรือว่าเพราะคิมจุนซู"

"ประมาณนั้นว่ะ มีเรื่องที่ไม่เข้าใจอยู่ ก็เลยหงุดหงิด"

"เรื่องอะไรวะ"

"บอกไม่ถูกว่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงคิมจุนซู ฉันกำลังจะประสาทกินเพราะชื่อนี้แล้ว"

"คนชื่อจุนซูไม่ได้เลวร้ายทุกคนหรอกเพื่อนเอ๊ย!! ว่าแต่ไม่ไปด้วยกันจริงๆ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีนะเว้ย เพื่อนยุนนาคนนี้นะเค้าเล่าให้ฟังว่า..............."

แจจุงเริ่มพล่ามเรื่องสาวไปจีบมาอีกครั้ง ผมก็พยายามจะฟังที่เขาพูดอยู่หรอก แต่เรื่องของคิมจุนซูรบกวนจิตใจของผมตลอดเวลา บางทีวันนี้ผมอาจจะมีความกล้ามากกว่าเมื่อวาน เอาล่ะ..วันนี้ผมจะต้องคุยกับคิมจุนซูให้รู้เรื่องให้ได้
.
.
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้วหลังจากครั้งสุดท้ายที่ผมได้คุยกับจุนซู ในทุกวันของผมตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีเพียงสองสิ่งวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า สองสิ่งนั้นก็คือ อาการพร่ำเพ้อของแจจุง และความเย็นชาของคิมจุนซู

ไม่มีอะไรคืบหน้าหลังจากวันนั้น เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการเริ่มบทสนทนากับคิมจุนซู ทุกอย่างจะจบลงด้วยความเงียบสงัดโดยที่ผมยังไม่ทันได้เริ่มอะไรด้วยซ้ำ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด ทันทีที่ผมอ้าปากจะพูดอะไร จุนซูก็มักหลีกเลี่ยงด้วยการใส่หูฟัง หรือไม่ก็นอนหันหลังให้ผมทุกครั้งไป ผมเคยคิดอยากกระชากตัวเขาให้มาคุยกันอย่างตรงไปตรงมาซักครั้ง แต่พอนึกถึงท่าทางหวาดกลัวของจุนซูในวันนั้นทำให้ผมไม่กล้าที่จะแตะต้องตัวเขาอีกเลย

สถานการณ์ระหว่างผมกับจุนซูกำลังดิ่งลงเหว ผมนึกถึงคำพูดของแจจุงที่ว่า ในที่สุดแล้วผมจะไม่สามารถทำอะไรคิมจุนซูได้ ผมจะแพ้พ่ายให้กับความอึดอัดของตัวเอง แล้ววิ่งหนีจากคิมจุนซูมาเองโดยที่เขาไม่ต้องขับไล่ไสส่ง

ถึงแม้ตอนนี้ผมยังไม่คิดที่จะตีจากคิมจุนซู แต่ผมยอมรับว่าการอยู่ร่วมห้องเดียวกับคิมจุนซูทำให้ผมอยากตายจริงๆ

วันนี้ก็เช่นกัน ผมเดินแห้งเหี่ยวออกมาจากห้องเรียนตามลำพัง เพราะว่าแจจุงโดดเรียน วิญญาณของผมออกจากร่างไปตั้งแต่เช้าเพราะว่าผมเจอรังสีอำมหิตของจุนซูแผ่เข้าร่างตั้งแต่ตื่นนอนเพราะผมลืมหยิบเสื้อยืดที่ใส่แล้วออกมาจากห้องน้ำ

ผลน่ะเหรอ คิมจุนซูก็เขวี้ยงมันลงพื้นอย่างไม่ใยดีน่ะสิ

ถ้าผู้คุมวิญญาณในแฮร์รี่ พอตเตอร์มีจริง ผมว่าเขาต้องอาศัยอยู่ในร่างมักเกิ้ลอย่างคิมจุนซูนี่แหละ