[Fic] One Step Closer Part.3

posted on 05 Jul 2014 23:51 by tiseki in Fiction


 
Part 3 เบื้องหลังเกราะกำบังคือรอยยิ้มของนางฟ้า
.
.
.

"แจจุง ฉันมีอะไรจะบอกแกว่ะ"

"อะไร" แจจุงขานรับทันทีแม้สายตายังคงจดจ่อกับเครื่องเล่นเกมในมือก็ตาม

"เรื่องจุนซูของแก"

"ทำไม" แจจุงยังคงไม่ละสายตาจากเครื่องเล่นเกม

"แกอาจไม่เชื่อก็ได้ แต่จุนซูของแกคือคิมจุนซูว่ะ"

"ไม่ขำ"

นั่นไง ไม่เชื่อจริงๆ ด้วย

"ฉันไม่ได้พูดให้แกขำ"

"แกจะบ้ารึไง นี่แกไม่มีมุกอื่นจะเล่นใช่มั้ย ว่างมากก็กลับไปนอนที่ห้องไป"

"ถึงฉันว่างจนแทบจะกลิ้งบนถนน ฉันก็เล่นมุกนี้กับแกหรอก เพราะฉันก็ไม่ขำว่ะ"

แจจุงไม่ตอบว่าอะไร สายตาของเขายังคงจดจ่ออยู่กับเครื่องเล่นเกมส์ในมือ

"หยุดเล่นก่อนได้รึเปล่าวะ ฟังฉันก่อน" ผมดึงเครื่องเล่นเกมส์ออกจากมือแจจุง กดปุ่ม Pause แล้ววางมันคว่ำหน้าไว้กับพื้นโต๊ะ

"ก็ฟังอยู่นี่ไงเล่า แกจะบ้าเหรอวะยูชอน นี่แกเกลียดคิมจุนซูจนตาลาย มองคนที่ชื่อจุนซูเป็นคิมจุนซูของแกไปหมดทุกคนแล้วเร๊อะ ไม่เอาน่าเพื่อน.."

"แกว่าฉันเพี้ยนถึงขนาดจำคนที่นอนห้องเดียวกันทุกวันๆ ไม่ได้รึไง"

แจจุงมองผมด้วยสายตาเคลือบแคลง ซึ่งผมไม่แปลกใจหรอก เรื่องแบบนี้..พูดไปใครจะเชื่อ ในเมื่อคิมจุนซูทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว

"ไม่ตลกว่ะ แกล้อฉันเล่นใช่มั้ย"

"หน้าฉันดูเหมือนคนกำลังล้อเล่นเหรอวะ นั่นล่ะคิมจุนซู..ปิศาจคิมจุนซู รูมเมทของฉันล่ะ"

"ตะ..แต่ว่า..จุนซูเค้า.."

"เค้าไม่ได้มีท่าทีร้ายกาจเลยใช่มั้ย นั่นล่ะที่ฉันสงสัย เหมือนว่าเค้าจะร้ายกับฉันแค่คนเดียวว่ะ"

"บ้าน่า ไปกันใหญ่แล้ว ทำไมเค้าต้องร้ายกับแกแค่คนเดียวด้วยวะ"

"ฉันก็งงเหมือนกันนั่นแหละ แต่ที่แน่ๆ สองคนนี้เป็นคนเดียวกันแน่นอน เมื่อวันก่อนฉันคุยกับเขาแล้ว เขายังด่าว่าฉันปัญญาอ่อนที่มาโวยวายกับเขาเรื่องที่เจอกับแก"

"เดี๋ยวนะ ฉันมึนไปหมดแล้ว แสดงว่าจุนซูผู้แสนดีของฉันคือคนๆ เดียวกับปิศาจคิมจุนซูของแกงั้นเหรอ เรื่องแบบนี้..มันเป็นไปได้เหรอวะ ในเมื่อจุนซูที่ฉันรู้จัก เค้าเป็นคนดีมากนะเว้ย แถมเป็นที่รักของเพื่อนๆ ด้วย ไม่ได้มีท่าทางร้ายกาจปากจัดอย่างที่แกเล่าซักนิด" แจจุงเริ่มถามอย่างจริงจัง ในที่สุดเขาก็รู้สักทีว่าผมไม่ได้ล้อเล่น

"ฉันนึกแล้วว่าแกต้องไม่เชื่อ ตอนที่ฉันเห็นคิมจุนซูในห้องเรียนรวมครั้งแรกฉันก็ช๊อกเหมือนกันนั่นแหละ ใครจะไปคิดวะว่าคนอย่างหมอนั่นจะเปลี่ยนเป็นหน้ามือกับหลังเท้าได้ถึงขนาดนี้"

"ห้องเรียนรวม? เมื่อไหร่วะ? ทำไมแกไม่เห็นเล่าให้ฉันฟัง"

"ก็ตอนที่ฉันพาแกไปดูคิมจุนซูไง หมอนั่นมาเรียนพร้อมกับดาวคณะเศรษฐศาสตร์ ท่าทางใจดี เฟรนด์ลี่ เพื่อนเยอะแบบที่แกเจอเป๊ะ ฉันคิดว่าถึงบอกแก แกก็ไม่เชื่อหรอกว่านั่นคือปิศาจคิมจุนซู ฉันเลยไม่ได้บอก ใครจะไปคิดวะ ว่าแกจะไปสนิทชิดเชื้อกับหมอนั่นแบบนี้"

"ยูชอน..ฉันว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแล้วว่ะ จุนซูน่ะ...ไม่มีทางเป็นปิศาจคิมจุนซูได้หรอกนะ ฉันสาบานได้ ถึงฉันจะรู้จักเขาได้ไม่นาน แต่ฉันดูออกนะเว้ยว่าเขาไม่ได้โกหก ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแล้วว่ะ หรือว่า...จุนซูจะมีฝาแฝด"

"ไม่ใช่ฝาแฝดหรอก คนๆ เดียวกันนี่แหละ คิมจุนซูน่ะ มีคนเดียวในโลกก็พอแล้วเหอะ"

"แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงวะ แกจะบอกว่าจุนซูเป็นคนสองบุคลิกเหรอ"

"ฉันว่าคิมจุนซูน่ะ เค้าไม่ได้โกหกแกหรอก เพราะที่ฉันเห็นเค้าที่ห้องเรียนรวม เค้าก็เป็นคนเฮฮา ดูนิสัยดีเพื่อนเยอะเหมือนที่แกเจอนี่แหละ ถ้าจะมีอะไรที่ผิดปกติ ก็คงเป็นฉันนี่แหละ"

"แกพูดอะไรของแกวะ ไม่เห็นเข้าใจเลย"

"ฉันไม่เคยเล่าให้แกฟังใช่ไหมว่าฉันเคยไปโดนตัวเขา แล้วเขาก็สะบัดมือออก ทำท่าหวาดกลัวเหมือนฉันจะไปทำร้ายเขาแล้ว"
 
"ทำร้ายเหรอ?"
 
"เออ เขาดูกลัวมากกว่ารังเกียจที่ฉันไปแตะตัวเขา"
 
"แล้วแกไปทำอะไรให้เขากลัวล่ะ"
 
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย แค่จับข้อมือเฉยๆ หมอนั่นก็สะบัดยังกับฉันจะเอามีดไปปาดคอ"
 
"เดี๋ยว..ยูชอน..ฉันงงไปหมดแล้วว่ะ เอาทีละเรื่องดิ๊" แจจุงพูดยกมือขึ้นมายีผมจนหัวยุ่งไปหมด

"แกบอกว่าคิมจุนซูรูมเมทของแกเป็นคนเดียวกับจุนซูที่ฉันไปเจอที่คาราโอเกะ ซึ่งทั้งสองคนนี้ต่างกันยังกับฟ้ากะเหว แล้วแกก็บอกว่าจริงๆ แล้วจุนซูไม่ได้ร้ายกาจ แต่ร้ายกับแกที่เป็นรูมเมทคนเดียวเท่านั้นอย่างนั้นเหรอ"

"เก่งนี่หว่า นึกว่าอธิบายไปแล้วจะไม่รู้เรื่องซะอีก"

"เดี๋ยวต่อยปากร่วงหรอก เพื่อนเลว" แจจุงง้างมือ ทำท่าจะต่อยผม จนผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้

"คืองี้..ยูชอน แกต้องเข้าใจฉันนะ ว่าฉันกำลังสับสนม๊ากมาก คือจุนซูร้ายกับแกคนเดียว แล้วก็ไม่ยอมให้แกโดนตัวด้วยใช่มั้ย"

"เออ"

"จริงเหรอวะเนี่ย คนๆ เดียวกัน จะร้ายกาจและแสนดีได้ขนาดนั้นเลยเหรอวะ"

"นั่นน่ะสิ ฉันไม่คิดว่าเขาจะแสนดีได้ขนาดนั้นเหมือนกัน ตอนเห็นเขายิ้มให้แกนี่ฉันช๊อกไปเลยนะเว้ย ฉันอยู่กับเขาตั้งนานไม่เห็นเขายิ้มซักแอะ"

"ถามอีกครั้งนะ เรื่องจริงใช่มั้ย"

"อย่าถามอะไรโง่ๆ ได้มั้ย ถามกี่รอบคำตอบก็เหมือนเดิมนั้นแหละ"

"เฮ้อ...ปวดประสาท แต่เรื่องที่แกบอกว่าเขาไม่ให้แกแตะต้องตัวนั่นมันแปลกๆ นะ เพราะฉันก็ถูกตัวเขาได้ เพื่อนเขาก็แตะต้องตัวเขาได้ปกติ ไม่เห็นเป็นอะไรนะ"

"แกไปแตะต้องตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ก็แตะทั่วไปนั่นแหละ เฮ้ย!!! มันใช่ประเด็นมั้ย มาทำตาเขียวใส่ฉันทำไมว่ะ"

แจจุงโวยวาย มองหน้าผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ผมไปทำตาเขียวใส่มันตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมก็แค่ถามมันเฉยๆ อ่ะ เชอะ

"แล้วทำไมแกไม่บอกฉันตั้งแต่วันที่เจอกับจุนซูว่ะ เก็บเงียบไว้ทำไม"

"บอกไปแล้วแกจะเชื่อเหรอ"

"แล้วมาบอกตอนนี้ไม่คิดว่าฉันจะไม่เชื่อบ้างรึไง"

"คิด แต่ฉันมีเรื่องจะปรึกษาแกว่ะ ถึงแกไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ เพราะว่าแกต้องช่วยฉันคิด ว่าฉันจะทำยังไงต่อไป"

"ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่หว่า"

"ห๊า!"

"ฉันบอกว่าแกก็อยู่ฉยๆ ของแกไป ไม่ต้องทำอะไร ยังไงแกก็ไม่สนใจอะไรจุนซูอยู่แล้วนี่ การที่เขาเป็นนางฟ้าของทุกคนยกเว้นแก มันไปทำให้แกเดือดร้อนตรงไหนวะ แกก็แค่อยู่ห่างๆ จากเขาไว้ ไม่ต้องไปแตะเขา ไม่เห็นยากเลย แค่ทำอย่างที่เคยทำ ไหนๆ ก็อยู่มาได้ตั้งนานแล้ว ทนๆ ไปซักหน่อยก็ได้มั้ง"

"นี่แกกำลังเข้าข้างจุนซูอยู่รู้ตัวป่ะ แกพูดเหมือนว่าถ้าเขาดีกับแก ร้ายกับฉัน ก็ไม่เป็นไรงั้นเร๊อะ"

"เออสิ ตอนแรกฉันคิดว่าแกอยู่กับคนไม่ดี แต่นี่ฉันก็เห็นเขาปกติ เป็นคนดีด้วย เขาก็แค่ไม่ชอบให้รูมเมทมายุ่มย่าม แล้วก็มาแตะตัวแค่นั้นเอง"

"แกกำลังจะบอกว่าเขาไม่ได้เกลียดฉัน แต่เขาเขาเกลียดทุกคนที่เป็นรูมเมทของเขางั้นเหรอ"

"ฉันก็ไม่รู้หรอก เดาทั้งนั้นแหละ ก็ถ้าลองคิดว่าอะไรที่ทำให้เขาปฏิบัติกับแกต่างจากคนอื่น มันก็มีเหตุผลอยู่ข้อเดียวนี่หว่า หรือว่าแกเคยไปทำอะไรกับจุนซูไว้แล้วแกจำไม่ได้"

"ไม่มีทางอ่ะ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อมนะเว้ย ฉันเจอกับจุนซูครั้งแรกก็ที่นี่นี่แหละ"

"ใช่มั้ยล่ะ ดังนั้นแกก็ไม่ต้องใส่ใจหรอก ก็แค่ทำตัวตามปกติ อย่าไปแตะต้องโดนตัวเขา แค่นี้ก็จบ ง่ายๆ อีซี่อีซี่"

"ฉันทำไม่ได้ว่ะ"

"อะไรที่ว่าทำไม่ได้วะ ทำไมแกถึงอยากสัมผัสตัวจุนซูนัก ทำไมแกถึงไม่อยากโดนเกลียดวะ"

"มีใครอยากโดนเกลียดบ้างวะ แกนี่ถามแปลก"

"แต่แกไม่ชอบจุนซูไม่ใช่เหรอ แกไม่แคร์เขาด้วยซ้ำ งั้นแกจะมาสนใจคนที่แกไม่แคร์ทำไมว่าเขาจะชอบหรือเกลียดแก"

"..."

"เอาน่ายูชอน" แจจุงพูดพลางตบบ่าผมเบาๆ

"มันไม่ได้เลวร้ายหรอก ยิ่งพอรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างนี้ แกก็จะได้รู้ว่าควรทำยังไง เขาจะได้ไม่มาแผลงฤทธิ์ใส่แกอีกไง"

"แต่ว่า..."

"แต่อะไรอีกวะ หรือว่าแกสนใจจุนซูเข้าแล้ว"

"ก็ไม่เชิงอ่ะ"

"แล้วอะไรอีกวะ แกนี่ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากชะมัด"

"แกไม่มาเป็นฉัน แกไม่รู้หรอก จุนซูดีกับแกนี่หว่า ไม่ได้แยกเขี้ยวใส่ทุกวันเหมือนฉัน"

"แกพูดเหมือนแกกำลังหึง"

"ห๊า!!!"

ผมเบิกตาโพลง ไอ่หมอนี่มันพูดอะไรออกมาเนี่ย มันจะบอกว่าผมชอบจุนซูงั้นเหรอ

"ก็แกทำเหมือนว่าหึงฉันกับจุนซู โธ่ อย่าน้อยใจไปเลยน่า ยังไงฉันก็รักแกคนเดียวนะเว้ย แกเป็นเพื่อนที่ฉันโคตรรักเลยว่ะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไปสนิทกับคนอื่นหรอกนะ เบบี๋~~"

คิมแจจุง...ไอ้....

ผมยกมือตบกบาลแจจุงเบาๆ ไปหนึ่งที ก่อนที่จะปล่อยให้เขากลับไปเล่นเกมส์เหมือนเดิม

ตอนแรกผมค่อนข้างกังวลที่จะเล่าเรื่องนี้ให้แจจุงฟัง แต่ดูเหมือนว่าแจจุงจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย แถมยังยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย ไม่สิ เรียกว่าหมอนั่นหลงคิมจุนซูจนลืมปัญหาของผมไปแล้ว

จริงๆ ที่แจจุงพูดมันก็ไม่ผิดซะทีเดียว ผมไม่ควรจะแคร์ว่าจุนซูจะร้ายกับคนอื่นเท่ากับที่ร้ายกับผมหรือไม่ เพราะยังไงซะมันก็ไม่ทำให้เขาทำดีกับผมขึ้นมาหรอก

ผมไม่ควรจะแคร์ ผมไม่ควรจะสนใจ ถ้าหากวันนั้น...คิมจุนซูไม่ได้ร้องไห้เพราะผม

และผมก็คงสงบใจได้กว่านี้ ถ้าท่าทางของคิมจุนซูของวันนั้นมันไม่ได้แสดงออกว่าเคยได้รับการกระทำที่โหดร้ายอะไรมา

ขอให้ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดเถอะ ถึงผมจะไม่ได้ชอบคิมจุนซูนัก แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาตกอยู่ในสภาพนั้นเหมือนกัน


---------------------------------------------------------------


ผมวิ่งกระหืดกระหอบก้าวเท้าขึ้นบันไดแต่ละขั้นด้วยความรวดเร็ว หัวใจเต้นระรัวราวจะหลุดออกมาจากอก ในมือมีกระดาษสีขาวที่มีอักษรเขียนกำกับไว้บนหัวกระดาษว่า "ใบยื่นคำร้องขอย้ายออกจากหอพัก"

"ยูชอน" เสียงพี่ชางชิก ผู้จัดการหอตะโกนเรียกผมไว้ก่อนที่ผมจะเดินเข้าลิฟท์ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

"ครับพี่" ผมตอบ

"ฝากบอกรูมเมทนายหน่อยว่าให้เอาเอกสารเงินมัดจำมาด้วย ค่อยเอามาให้พรุ่งนี้ก็ได้"

"รูมเมทผม? จุนซูน่ะเหรอพี่?"

"อือ"

"แล้วเงินมัดจำอะไรอ่ะ ผมไม่เข้าใจ"

"อ้าว จุนซูยังไม่ได้บอกนายเหรอ เขาเพิ่งมายื่นเรื่องย้ายออกเมื่อเช้านี่เอง ออกกะทันหันด้วยนะ ปกติจะต้องแจ้งออกก่อน 15 วัน ไม่งั้นต้องจ่ายค่าหอเดือนนี้ แล้วก็โดนตัดเงินค่ามัดจำด้วย แต่จุนซูยืนยันว่าจะออกภายในสัปดาห์หน้านี้ให้ได้น่ะ ก็เลยต้องจัดการเรื่องเอกสารนิดหน่อย"

"จุนซูจะย้ายออกเหรอพี่ ไม่จริงอ่ะ!!"

"นี่เขายังไม่ได้บอกนายจริงๆ เหรอ อ่ะ ดูนี่สิ นี่ไงใบยื่นคำร้องฯ"

ผมเพ่งมองใบที่กระดาษที่พี่ชางชิกยื่นมาให้ ก่อนจะดึงมั