[Fic] One Step Closer Part.4

posted on 24 Feb 2015 00:18 by tiseki in Fiction directory Fiction


 
Part 4 สัมผัสต้องห้าม
.
.
.

ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาแตะตัวฉัน ทำไมนายถึงโง่ขนาดนี้!"

จุนซูตะโกนลั่นทันทีที่ปลายนิ้วของผมเผลอไปโดนข้อมือเขา

"ก็ถ้าไม่แตะ แล้วนายจะหายได้ยังไง มันก็ต้องโดนตัวกันบ้างเซ่!!" ผมเถียงกลับ

"นั่นมันเป็นปัญหาของนาย ไม่ใช่ของฉัน ใครบอกให้มารักษาฉันล่ะ นายก็ไปคิดวิธีอื่นมาสิ"

"วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว ฉันต้องทำให้นายคุ้ยเคยกับร่างกายของฉันไง"

"ห๊ะ!!! อย่ามาพูดอะไรสองแง่สองง่ามนะ!!!"

"ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันหมายความว่า ฉันต้องทำให้นายเคยชินไง"

"มะ...ไม่เอาแล้ว เคยชินอะไรว่ะเนี่ย..ทำไมฉันจะต้องให้ผู้ชายมาจับตัวด้วย เชิญบ้าไปคนเดียวเหอะ"

จุนซูตะโกนลั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปแล้วปิดประตูดังปัง!

ผมทรุดตัวนั่งลงกับฟูกที่นอน ยกมือขยี้ผมอย่างหัวเสีย

ทำไมจุนซูถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้ว่ะเนี่ย หนึ่งเดือนแล้วที่ผมพยายามทำตัวคุ้นเคยกับจุนซูเพื่อให้เขาหายจากอาการหวาดกลัวรูมเมท แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของผมช่างไร้ค่าซะเหลือเกิน จุนซูยังคงเป็นเหมือนเดิมเด๊ะ ไม่ยอมให้ผมสัมผัสตัวแม้แต่ปลายเล็บ ไม่ว่ายามตื่น หรือยามหลับ แค่ผมเข้ามาใกล้เขา เรดาห์ความหวาดระแวงของเขาก็ทำงานทันที

"เอาไงดีว่ะ" ผมพูดเสียงเบาๆ กับตัวเอง แน่นอนมันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ เป็นความผิดของผมเองที่ตั้งใจจะรักษาจุนซุ ทั้งๆ ที่บนโลกนี้อาจจะไม่มีใครทำสำเร็จเลยก็ได้

ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคยแล้วโทรออกทันที

"แจจุ๊งงงงงงงง" ผมเรียกชื่อเพื่อนเสียงยาวทันทีที่ได้รับการตอบรับจากปลายสาย

"อะไรของแกว่ะเนี่ย นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว!!!" เสียงแจจุงดูหงุดหงิดที่ผมโทรมาเวลานี้ และโทรมาทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างกันไม่กี่เมตร

"ยังไม่เที่ยงคืนเลยนะ"

"ฉันก็ต้องนอนป่ะ ไม่ได้นอนดึกเป็นสันดานเหมือนแกนี่หว่า"

"แจจุง~~"

"อะไรอีกวะ?" แจจุงเสียงแผ่วลงทันทีที่ได้ยินเสียงออดอ้อนของผม

"ฉันทำไม่ได้"

"ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นควิซเมื่อเช้า ไม่มีใครทำได้ทั้งนั้นแหละ รอเก็บคะแนนมิดเทอมก็แล้วกัน"

"ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงคิมจุนซู"

"คิมจุนซู?"

"เออ..คิมจุนซู ฉันทำให้เขาหายจากการกลัวฉันไม่ได้อ่ะ นี่ผ่านมาจะครบเดือนแล้ว เขายังไม่ดีขึ้นเลย"

"โธ่เอ้ยยยย ฉันเคยบอกแกไปแล้วไม่ใช่เหรอวะว่าอย่าไปยุ่งกับเขา แล้วนี่จุนซูไปไหน ถึงได้ปล่อยให้แกมานั่งพร่ำเพ้ออย่างนี้"

เสียงแจจุงแสดงความรำคาญอย่างชัดเจนตอนเทศนาผม แต่เมื่อถามถึงจุนซู น้ำเสียงของหมอนั่นก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะเวลาตอนนี้ก็ดึกไม่น้อยแล้ว

"งอนฉันไปไหนแล้วไม่รู้ ลงไปมินิมาร์ทข้างล่างมั้ง หมอนั่นชอบกินช๊อกโกแลตตอนหงุดหงิด"

"รู้ใจกันดีนี่หว่า"

"อย่ามาแซว เครียดอยู่"

"เออ ไม่แซวก็ได้ นี่!! ยูชอน ฉันว่าแกเลิกเหอะ ไอ้ความคิดที่จะรักษาจุนซูอะไรนั่นอ่ะ มันไม่ได้ผลหรอก เชื่อฉันเถอะ"

"ทำไมวะ?"

"เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกว่ะ"

"ฉันไม่เข้าใจ"

"เออ โง่สมเป็นแก"

"เฮ้ย! ไม่ได้โทรมาให้ด่านะ"

"นี่!! ฟังนะคุณปาร์คยูชอน สิ่งที่จุนซูเป็นน่ะ ถ้ามันรักษาง่ายๆ เขาคงหายไปนานแล้วล่ะ นี่เขาไม่คิดจะรักษาต่างหาก เขาถึงต้องสร้างกำแพงเพื่อดันแกออกมา ถึงแกจะพยายามสัมผัสให้เขาเคยชิน แต่ถ้าใจเขาปิดกั้นสัมผัสจากร่างกายคนอื่นมันก็ไร้ประโยชน์ว่ะ สิ่งสำคัญมันไม่ใช่สัมผัสภายนอก แต่เป็นสัมผัสภายในต่างหากล่ะ ถ้าใจเขาไม่รับ ร่างกายเขาก็ไม่รับหรอก"

"..."

"ฟังอยู่ป่ะเนี่ย"

"เออ..ฟังอยู่ แกพูดดีนะเนี่ย นานๆ ทีจะรู้สึกว่าแกมีสาระ"

"เพื่อนเวร คนอุตส่าห์ตั้งใจช่วย ปากหมาจริงแก ฉะนั้นก็เข้าใจแล้วใช่ป่ะ งั้นแค่นี้แหละ ฉันจะนอนแล้ว"

"ไม่เข้าใจว่ะ"

"โอ๊ยยยย ไอ้...."

"แกหมายความว่าถ้าจุนซูไม่เปิดใจ ฉันก็ไม่มีทางรักษาเขาได้งั้นเหรอ"

"ประมาณนั้นแหละ เอางี้..ถามอย่างนึง แกเคยสัมผัสเขานอกห้องมั้ย แบบว่า...ที่มหา'ลัย หรือที่อื่นนอกจากห้องแคบๆ อะไรอย่างนี้"

"ไม่เคยอ่ะ ฉันไม่เคยไปที่อื่นนอกจากหอพักกับตึกคณะ แกก็รู้"

"งั้นก็ไปสิ ถ้าจุนซูหวาดกลัวคนที่อยู่ในห้อง แกก็ลองเป็นคนนอกห้องดู อย่างฉันไง ฉันยังสัมผัสเขาได้สบายๆ เลย"

"นี่พยายามจะช่วย หรือกำลังอวดกันแน่"

"ทั้งสองอย่าง มีปัญหารึไง"

ผมจิปากด้วยความมั่นใส้ ไมใช่แค่หมั่นใส้ แต่ผมหดหู่แล้วก็สมเพชตัวเองด้วยที่เป็นคนเดียวบนโลกที่สัมผัสจุนซูไม่ได้

"ฉันไปนอนได้ยังอ่ะ ว่าแต่..จุนซูจะกลับมาเมื่อไหร่ แกไม่ลงไปตามเขาหน่อยเหรอ นี่มันดึกแล้วนะ"

"เดี๋ยวเขาก็ขึ้นมาเองแหละ เป็นงี้ประจำเวลาทะเลาะกัน ขอบใจว่ะ แกไปนอนเหอะ"

ผมวางโทรศัพท์จากแจจุงแล้วครุ่นคิดถึงวิธีที่แจจุงแนะนำ

ก็ถูกของมัน ถ้าจุนซูเกลียดสัมผัสจากคนในห้อง ทำไมผมไม่ลองเป็นคนนอกห้องล่ะ โอ๊ยยยยยย เรื่องแค่นี้ทำไมผมคิดไม่ได้กันนะ เอาล่ะ มาลองกันดูอีกซักตั้ง ถ้าเราเจอกันข้างนอก จุนซูจะต้องไม่ปฏิเสธผมอย่างแน่นอน ผมมั่นใจ!

-------------------------------------------------------------

ผมขอถอนคำพูดทุกอย่าง คิมจุนซู....เกลียดผม
.
.
.
ผมนั่งนิ่งอยู่คนเดียวในความมืดสลัวกลางห้องนอนที่ไร้เงาของจุนซู ผมพยายามแล้ว ผมพยายามทุกอย่าง แต่ว่า...มันไร้ประโยชน์อย่างที่แจจุงบอกจริงๆ
.
.
.
"จุนซู!!"

ผมตะโกนเรียกชื่อคนที่เฝ้ารอทันที่ที่เขาเดินออกมาจากตึกที่ติดป้ายว่าคณะเศรษฐศาสตร์ ผมใช้เวลารอเกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีคนนอกห้องของแจจุง ทันทีที่เห็นใบหน้าของคิมจุนซู ใจผมก็เต้นแรงไม่หยุด ผมตื่นเต้นที่จะได้พบเขาจริงๆ

ใบหน้าเรียวเล็กตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผม เขาหันไปยิ้มให้กับเพื่อนชายคนสนิทที่ผมเคยเห็นที่ห้องเรียนรวมแล้วทำท่าโบกมือลา ชายคนนั้นส่งยิ้มให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะวางมือบนบ่าของจุนซูเบาๆ แล้วเดินจากไป นั่นยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นเข้าไปอีก เพราะถ้าเป็นที่นี่ ผมคงสามารถสัมผัสบ่าของจุนซูได้เช่นเดียวกับเพื่อนของเขา

"นายมาทำอะไรที่นี่"

"มาหานาย"

"มาหาฉัน?"

"ใช่แล้ว เออนี่..แจจุงฝากมาให้ เกมส์ภาคใหม่" ผมยื่นแผ่นซีดีเกมส์ให้เขาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับความหวังว่าเขาจะเอื้อมมือมาหยิบมันอย่างคนทั่วไป

จุนซูมองแผ่นซีดี ไล่มาจนถึงปลายนิ้วของผม ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนสี ผมสัมผัสได้ถึงความผิดหวังที่กำลังจะมาเยือน

"ขะ..ขอบใจ..แต่ว่า..ภาคนี้ฉันมีแล้ว ฝากบอกขอบคุณแจจุงด้วยล่ะกัน"

จุนซูพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน แล้วทำท่าจะเดินผ่านผมไป

ไวกว่าคำพูด ปลายนิ้วของผมคว้าข้อมือของจุนซูไว้ในทันที แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีของจุนซูเช่นเดียวกัน

จุนซูตัวสั่น ใบหน้าของเขาดูตกใจในการกระทำของตัวเองไม่น้อย

"จะ..จุนซู"

"แล้ว..เจอกันที่ห้อง"

จุนซูเดินหนีผมไปทันทีที่พูดจบ ทิ้งผม ทิ้งความมั่นใจทั้งหมดของชายคนหนึ่งที่ยืนรอด้วยความหวังตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาให้จมอยู่กับความมืดมิด ผมยืนตัวแข็งทื่อเป็นเพนกวินขั้วโลกเหนือ ทำไมล่ะ..ทำไมมีแค่ผมคนเดียวแตะต้องตัวจุนซูไม่ได้ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ
.
.
.
ผมทิ้งตัวเองอยู่ในความมืดสลัวในห้องแคบนานนับชั่วโมง ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างที่ทำให้ผมไม่สามารถสัมผัสตัวจุนซูได้ แต่ก่อนผมเคยคิดว่าจุนซูอาจจะมีอะไรฝังกับคนที่เคยอยู่ในห้องหรือที่แคบๆ ด้วยกัน อาจจะโดนทำร้าย โดน... เออ..อะไรก็ตามที่มันไม่ใช่เรื่องดีนั่นแหละ ผมเคยคิดว่าเพราะผมเป็นรูมเมทของเขา เขาจึงไม่ชอบให้ใครสัมผัสในที่แคบ แต่นี่ผมก็ไปหาเขาที่คณะแล้วนี่หว่า ทำไมผมถึงยังเป็นยุงที่จุนซูคอยสะบัดออกจากตัวด้วยล่ะ T^T

แอ๊ดดดดดดดด

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับแสงไฟที่สาดเข้ามาในห้องมืดๆ ที่ผมนั่งอยู่ ผมขยับแขนกอดเข่าตัวเองให้แน่นกว่าเดิม ผมไม่มีความมั่นใจอะไรจะไปรักษาจุนซูแล้ว

จุนซูเปิดสวิซต์ไฟ ทำกิจวัตรเดิมแบบที่เคยทำ แล้วเดินมากลางห้อง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างไม่ใช่น้อยนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง

"เฮ้ย!!!!" จุนซูตะโกน

"มานั่งทำอะไรคนเดียวมืดๆ เนี่ย เข้ามาแล้วทำไมไม่เปิดไฟ" ร่างเล็กบ่นพลางปลดผ้าพันคอผืนใหญ่ออกจากบ่า

"เป็นใบ้รึไง หรือเป็นบ้า ถามอะไรก็ไม่ตอบ นั่งเงียบอยู่ได้" ปิศาจจุนซูเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าผมยังคงเงียบ

"ปล่อยฉันไว้อย่างนี้แหละ อย่าสนใจเลย" ผมพูดพลางหงุดหน้ากับหัวเข่าด้านๆ ของตัวเอง

"....."

"ฉันไม่ทำให้นายรำคาญหรอก ปล่อยฉันไว้อย่างนี้แหละ"

"..."

จุนซูมองหน้าผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย คิ้วบางขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากบางจะค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา

"ตามนั้น"

เฮ้ย ไหงง่ายงั้นล่ะ!!! ไม่คิดจะง้อกันหน่อยเลยเหรอ...ผมคิดในใจ

ร่างเล็กพูดแล้วคว้าผ้าพันคอตัวเองวางบนพำนักเก้าอี้ จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับประตู ผมตัดสินใจตะโกนเรียกเขา

"จุนซู!!!"

"ตะโกนทำไมวะ!!"

"อย่าเพิ่งไป"

จุนซูชะงักปลายเท้าแล้วมองมาที่ด้วยใบหน้าที่แสนหงุดหงิด

"ไหนบอกว่าไม่ให้ยุ่งไง"

"ฉัน..ฉันแค่เรียกร้องความสนใจอ่ะ"

"ห๊ะ! เรียกร้องความสนใจ? จากใคร? จากฉันเนี่ยนะ"

"อือ"

"ปัญญาอ่อนไปป่ะ ว่างมากรึไง"

ผมก้มหน้ากับเข่าของตัวเอง ในห้องมีแต่ความเงียบจนกระทั่งจุนซูโพล่งออกมา

"แค่นี้ใช่ไหม ฉันจะไปอาบน้ำ"

"เรื่องวันนี้.." ผมเริ่ม

"ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะฉันไม่ได้ขอให้นายไปหาที่คณะ" จุนซูรู้ทันทีว่าผมหมายถึงอะไร แม้เขาจะบอกอย่างนั้น แต่ดวงตาของเขากลับแสดงตรงกันข้าม

"ฉันรู้..มันไม่ใช่ความผิดของนาย" ผมพูด

จุนซูตัดสินใจนั่งลงบนเตียงของเขาที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับผม ดวงตาของเขาดูอ่อนล้า แต่ก็กล้าแกร่งพอที่จะก่อกำแพงกั้นระหว่างเขาและผมอย่างไม่ลดละ

"นั่นเป็นหนึ่งในวิธีรักษาของนายเหรอ ไปหาฉันที่คณะแบบนั้น.." จุนซูเอ่ยแผ่วเบา เขารู้เหตุผลที่ผมไปหาเขาอย่างถูกต้องเลย

"ฉันแค่คิดว่า..ถ้านายกลัวฉันที่อยู่ในห้อง...บางที..เราอาจจะคุยกันข้างนอกได้"

ผมละล่ำพูด คลายเข่าที่เคยกอดไว้แน่น แล้วขยับมาด้านหน้า ห้อยขาไว้กับเตียงเพื่อคุยกับจุนซูอย่างจริงจัง

"โง่ชะมัด ฮึ" จุนซูแสยะยิ้ม

"ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้ว...ที่นายจะเล่าให้ฉันฟัง"

"เล่าอะไร?" น้ำเสียงของจุนซูดูตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารู้ว่าผมหมายถึงอะไร

"เลิกยุ่งกับฉันซะ ถ้านายลำบากกับการอยู่ร่วมกับรูมเมทอย่างฉัน ฉันจะย้ายออกไปเอง"

จุนซูลุกขึ้นยืน เขากำลังจะหนีผมอีกครั้ง

"ฉันไม่ยอมหรอก"

ผมลุกยืนขึ้นตามจุนซู เราสองคนมองหน้ากันอย่างไม่ลดละ

"ฉันไม่ยอมให้นายไปไหนทั้งนั้น"

"นายไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน"

"ฉันรู้..แต่จุนซู..ถ้านายไม่บอกสาเหตุที่ทำให้นายเป็นแบบนี้ ฉันจะช่วยนายได้ยังไง ขอร้องล่ะ บอกฉันเถอะ ฉันสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ แค่ฉันกับนายเท่านั้น"

"ไร้สาระ! ฉันบอกนายไปไม่รู้กี่ร้อยครั้งว่าอย่ามายุ่งกับฉัน นายเองที่จุ้นไม่เข้าเรื่อง แล้วจะมาเรียกร้องอะไรจากฉัน นายโง่เหรอ นายไม่กินข้าวรึไง อย่ามาแส่เรื่องของคนอื่น อย่ามายุ่งกับฉัน ได้ยินมั้ยว่าอย่ามายุ่งกับฉัน!!!!"

จุนซูตะโกนลั่น เขาพูดเร็วและเสียงดังจนตัวสั่นไปทั้งตัว

"จะ..จุนซู"

"พอซักที..นายทำไม่ได้หรอก ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางเข้าใจฉันหรอก เก็บความหวังดีโง่ๆ ของนายไปใช้กับคนอื่นเถอะ สำหรับฉัน..การผูกสัมพันธ์กับใครซักคนเป็นเรื่องน่าขยะแขยงจนแทบอ้วก การต้องมาอยู่กับนายทำให้ฉันต้องใช้ความอดทนแค่ไหนนายไม่รู้หรอก ฉะนั้นอย่าพยายามมายุ่งกับฉัน ฉันเกลียดนาย รู้ไว้ซะว่าฉันเกลียดคนอย่างนายที่สุด"

"งั้นก็เกลียดฉันซะให้พอ ต่อให้นายเกลียดฉัน ฉันก็ไม่หยุดหรอก ฉันบอกนายไปแล้วว่าฉันจะทำให้นายหายจากโรคนี้ให้ได้ ถ้านายหนีฉันก็จะตาม ฉันจะตามนายไปจนกว่านายจะยอมรับฉัน ฉันไม่ยอมแพ้แน่ๆ เตรียมใจเอาไว้เลยจุนซู"

"นายมันโง่ นายมันบ้า ฉันไม่ได้ป่วย นายไม่ต้องพยายามทำตัวเป็นหมอมารักษาฉัน มันน่ารำคาญ ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน!!"

"ฉันจะยุ่ง!! อะไรที่เกี่ยวกับนายฉันจะยุ่งมันหมดทุกเรื่องนั่นแหละ ฉันอยากรู้ทุกเรื่องของนาย ฉันอยากสัมผัสนาย เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมนายไม่เข้าใจ"

ผมสาวเท้าเข้าไปหาจุนซู ร่างเล็กเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ปลายนิ้วสั่นระริก ดวงตาตื่นกลัว แต่ผมไม่สนใจมันอีกต่อไป เพราะผมมัวแต่กลัวว่าจุนซูจะร้องไห้ผมจึงอดทนใช้ไม้อ่อนกับเขามาโดยตลอด แต่วันนี้ผมจะไม่ใจอ่อน ผมรู้แล้วว่าเวลาเราโดนเสี้ยนตำ ถ้าเรามัวแต่กลัวความเจ็บปวดจนไม่กล้าเอาเข็มมาบ่ง เราก็ไม่มีทางสลัดเสี้ยนหนามที่ทิ่มแทงสร้างความเจ็บปวดให้เราได้

"นะ..นายจะทำอะไร อย่าเข้ามาใกล้นะ!!"

"เกิดอะไรขึ้นกับนาย ใครทำให้นายเป็นแบบนี้ บอกฉันเถอะจุนซู ฉันจำเป็นต้องรู้ ฉันต้องรู้"

ผมคว้าตัวจุนซูมากอดไว้แน่น ร่างเล็กที่ยืนตัวสั่นในทีแรกดิ้นพราดๆ ในอ้อมแขนของผมจนเราทั้งคู่เสียหลักล้มลงบนเตียงของจุนซู ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับฟูกอันอ่อนนุ่ม จุนซูก็ดูเหมือนจะควบคุมสติไว้ไม่ได้ ดวงตาคู่โตเบิกโพลงด้วยหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

"มะ..ไม่..ปล่อย...ไม่เอา"

ผมเลื่อนมือมาโอบใบหน้าจุนซูไว้ขณะทาบทาแผ่นอกของตัวเองแนบบนตัวของจุนซูเพื่อรับกำปั้นเล็กๆ ที่ทุบมาไม่หยุดหย่อน ผมประคองใบหน้าเรียวเล็กแล้วถือวิสาสะเขย่าอย่างไม่เกรงใจ

"จุนซูใจเย็นๆ "

"ไม่..ปล่อยฉัน..อย่าทำฉัน..อ๊าาา"

จุนซูยังคงดิ้น ยกมือขึ้นปิดใบหน้าแล้วหลับตาลงอย่างหวาดกลัวราวกับตกอยู่ในห้วงของความทรงจำอันโหดร้ายที่ยังมิอาจลืมเลือนได้ ในนาทีนี้ผมรู้แล้วว่าจุนซูต้องประสบพบเจอกับอะไรมา บาดแผลที่เขาได้รับช่างบาดลึกเกินกว่าที่ผมคิดนัก

"ใจเย็นก่อน จุนซู..ฉันไม่ทำอะไรหรอก ตั้งสติหน่อย..จุนซู"

ผมรวบข้อมือบางด้วยมือเดียวแล้วยกขึ้นเหนือศรีษะของจุนซู

"จุนซู..มองฉัน มองหน้าฉัน..ดูให้ชัดๆ ว่าฉันเป็นใคร มองฉัน!"

ผมตะโกนเสียงดังราวกับต้องการปลุกเขาจากฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น จุนซูน้ำตาคลอเบ้า พยายามกระพริบตาถี่ๆ เพื่อมองใบหน้าของผม หากแต่ร่างกายทุกสัดส่วนของของยังคงบิดเกร็งด้วยความกลัว

"มองฉัน..แล้วตอบมาว่าฉันเป็นใคร"

"อึก..อือ"

"มองตาฉันสิ แล้วบอกว่าฉันชื่ออะไร"

"ยะ..ยูชอน"

"ดีมาก..ชื่อเต็มล่ะ"

"ปาร์คยูชอน"

"ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย เข้าใจไหม"

ดวงตาคู่โตที่ปริ่มไปด้วยหยดน้ำปลายตาจ้องมองใบหน้าเขาอย่างไม่ลดละ จุนซูอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยในการนำภาพของของผมไปทดแทนคนที่ทำร้ายเขา

ไม่เป็นไร ผมรอได้ เพียงแค่จุนซูยอมรับสัมผัสจากผม ต้องรอแค่ไหนผมก็ยอม

-----------------------------------------------------

To be continued

.
.
.
เค้า.......ขอโทษ 

ขอโทษที่หายไปนานมากๆ นานจนคิดว่าทุกคนคงจำเรื่องราวในพาร์ทเก่าๆ ไม่ได้แล้ว แง้

ไม่มีอะไรแก้ตัวเลย ด่าได้ตามสบายค่ะ >_< แต่ถ้าทุกคนจะให้อภัยและติดตาม One Step Closer ต่อไป ก็จะดีใจมากค่ะ ถึงแม้ไรท์เตอร์จะชอบอู้ แต่งทิ้งๆ ขว้างๆ แต่สัญญานะคะว่าไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอนค่ะ สัญญาจริงๆ นะ เชื่อเค้าเถอะ T_T

เพื่อเป็นการไถ่โทษ พาร์ท 5 อาจมาเร็วหน่อยค่ะ คิดว่าไม่เกินกลางเดือนหน้าคงได้อ่านกันแน่นอน (นี่เร็วของแกแล้วใช่ม้ายยยยยย) ช่วงนี้เราติดงาน ออกต่างจังหวัดบ่ยเหลือเกินต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ^^
 

Comment

Comment:

Tweet

มาแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆbig smile big smile big smile ลุ้นตามปาร์คมากและเอาใจช่วยอีกต่างหากว่าปาร์คจะรักษาน้องได้ป่าวสงสารน้องก็สงสารสงสารปาร์คด้วยที่ต้องใช้ความอดทนในการที่จะช่วยน้องแต่อย่างน้อยตอนนี้ปาร์คก็ได้กอดน้องแล้วไม่ว่าแต่ปาร์คเถอะที่อยากรู้ว่าน้องไปโดนและเจออะไรมาเราก็อยากรู้เอาใจช่วยแบบสุดๆค่ะbig smile big smile big smile  เราเข้าใจไรเตอร์นะคะว่างานยุ่งขอบคุณนะคะที่มาต่อแล้วและก็ขอโทษด้วยจ้าที่ทวิตไปทวงฟิคเรื่องนี้อะนานแค่ไหนก็จะรอค่าาาา

#1 By Misaki (49.48.197.122|49.48.197.122) on 2015-02-24 10:13