[Fic] One Step Closer Part.5

posted on 07 Mar 2015 12:26 by tiseki in Fiction


 
Part.5 บาดแผลที่มองไม่เห็นของนางฟ้า
.
.
.


"มองตาฉันสิ แล้วบอกว่าฉันชื่ออะไร"

"ยะ..ยูชอน"

"ดีมาก..ชื่อเต็มล่ะ"

"ปาร์คยูชอน"

"ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย เข้าใจไหม"

"อึก.."

จุนซูพยักหน้า น้ำตาที่ถูกกลั้นไว้ไหลหลั่งออกราวกับโล่งใจที่ผมไม่ใช่คนๆ นั้นที่ทำร้ายเขา

"ฉันคือปาร์คยูชอน คนที่จมูกบาน ปากห้อย เพื่อนร่วมห้องที่จะไม่มีวันทำร้ายนายไงล่ะ จำฉันได้ใช่ไหม"

จุนซูพยักหน้าช้าๆ อีกครั้ง ผมส่งยิ้มให้ร่างเล็ก พลางค่อยๆ คลายนิ้วมือที่ตราตรึงข้อมูลของจุนซูไว้ แล้วยกขึ้นมาเกลี่ยหน้าผากของร่างเขาแผ่วเบา ปอยผมด้านหน้าของจุนซูช่างอ่อนนุ่มราวกับเส้นไหม ผมค่อยๆ ลูบขึ้นลงช้าๆ เพื่อให้จุนซูผ่อนคลาย

"ปาร์ค..ยู…ชอน"

"ใช่..ฉันเอง..ยูชอนไง"

"ปะ..ปล่อยฉันเถอะ ฉันหายใจไม่ออก"

ดูเหมือนจะจริงอย่างที่จุนซูพูด ใบหน้าของเขาเหยเกเหมือนจะขาดใจไปในอ้อมอกของผม ผมยกสะโพกขึ้นแล้วค่อยๆ ดันตัวให้พ้นจากการขึ้นคร่อมร่างของจุนซู ร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งข้างๆ ผม มือเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกผมรวบมาไว้ข้างๆ ตัว จุนซูขัดขืนเล็กน้อย แต่เมื่อรู้ว่าพ่ายแพ้แแก่แรงของผม เขาจึงยอมให้ผมจับมือแต่โดยดี

"ขอจับมือไว้อย่างนี้นะ นายจะได้ไม่หนีฉันไป"

ผมยิ้ม จุนซูไม่ตอบว่ากะไร เขานั่งนิ่ง พยายามเช็ดน้ำที่หางตาด้วยมืออีกข้างที่เหลือ เมื่อเห็นอย่างนั้นผมจึงยกมืออีกข้างที่ไม่ได้จับมือของจุนซูไว้เอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้เขา จุนซูสะบัดใบหน้าตามสัญชาตญาณ ผมจึงกระชับมือที่โอบเขาไว้ให้แน่นขึ้นเป็นคำขออนุญาตสัมผัส จากนั้นจึงค่อยๆ เช็ดน้ำตาบนใบหน้าสวยที่ก้มงุดอย่างเขินอาย

"ไม่ร้องนะ ไม่มีใครทำร้ายนายได้อีกแล้ว"

จุนซูเหลือบตามามองใบหน้าผม ดวงตาพยศกลับมาอีกครั้งหลังจากที่น้ำตาแห้งเหือดไป

"นายนั่นแหละที่ทำร้ายฉัน นี่คิดจะจับมือฉันอีกนานเท่าไหร่ ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของนายนะ"

"ถ้านายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันก็ดีสิ ฉันจะจับขังไว้ไม่ให้ไปไหนเลย"

"โรคจิต" จุนซูสบถพลางเอียงใบหน้าหลบสายตาผม นั่นยิ่งทำให้ผมรู้ว่าจุนซูกำลังเขินอยู่

"มันเป็นใคร?"

"หืม?"

"คนที่ทำร้ายนาย..มันเป็นใคร?"

จุนซูเบิกตาเลิกลั่ก ฝ่ามือของเขาเย็นเฉียบจนผมสัมผัสได้ ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง ผมขยับนิ้วลูบบนหลังมือของเขาช้าๆ ผมอยากให้เขาผ่อนคลาย อยากให้เขารู้ว่าผมไม่มีวันเป็นคนๆ นั้นที่ทำร้ายเขา สัมผัสจากผมไม่มีทางสร้างบาดแผลแก่เขา

"นายก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทำไมยังอยากรู้อีก"

"ฉันอยากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากนาย ฉันบอกนายไปแล้วนี่ว่าฉันอยากรู้ทุกเรื่องของนาย"

"อยากรู้ไปทำไม นายชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นแบบนี้เป็นประจำเลยเหรอ"

จุนซูก็ยังคงเป็นจุนซูสินะ =.=

"มันก็เป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอที่เราจะอยากรู้เรื่องของคนที่ชอบ"

ผมส่งยิ้มให้จุนซูอีกครั้ง ดวงตาใสจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่ลดละ ดวงตาที่ผ่านการโอบอุ้มจากหยดน้ำตาของจุนซูช่างสวยงามเหลือเกิน กลมใสราวกับไข่มุก ยิ่งเขาจ้องมองมาตรงๆ ผมก็อดใจเต้นไม่ได้

"พะ..พูดอะไรน่ะ"

"ฉันพูดว่าฉันชอบนาย"

"ห๊า.."

จุนซูพยายามจะดึงมือออกจากพันธนาการของผม แต่ผมเร็วกว่า จึงรีบกระชับข้อมือของเขาไว้ก่อนที่เขาจะหลีกเลี่ยงสัมผัสจากผมอย่างเคย

ผมชอบคิมจุนซูมาก ถ้าจะหาเหตุผลว่าทำไมผมถึงละสายตาจากจุนซูไม่ได้ คำว่า "ชอบ" ก็คงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังคงอยากใกล้ชิดเขา แม้ว่าเขาจะร้ายกาจกับผมแทบตลอดเวลาก็ตาม

"แต่ฉันไม่ได้ชอบนาย ไม่อยากเป็นเพื่อนกับนายด้วย ทำไมนายไม่ปล่อยฉันไว้คนเดียว แล้วย้ายไปอยู่กับแจจุงล่ะ"

จุนซูพูดเพลงเสมองไปทางอื่น โธ่~ ผมอยากจะบ้า ทำไมจุนซูน่ารักได้ขนาดนี้ล่ะ แก้มเขาเริ่มออกสีชมพูระเรื่อตอนที่ตัดพ้อผม อ๊า~ ผมอยากกอดเขาจัง

"ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้นายอาจจะยังไม่ชอบฉัน แต่ซักวันนายต้องชอบฉันแน่ๆ"

จุนสะบัดหน้ามามองผมพร้อมส่งแววตาเกรี้ยวกราดเหมือนลูกแมวเอาแต่ใจ ดูเหมือนว่ายิ่งผมจะยิ้มเท่าไหร่ เขายิ่งหน้าบึ้ง และแน่นอน..แม้ว่าตอนที่หน้าบึ้ง เขาก็ยังคงน่ารัก (ในสายตาผม)

ผมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหลังมือของเขาไปเรื่อยๆ นานจนผมรู้สึกว่าจุนซูน่าจะเคยชินกับฝ่ามือของผมได้แล้ว ใจของเขาก็น่าจะสงบลงแล้ว ผมจึงเริ่มเอ่ยปาก

"เรื่องนั้น..เล่าให้ฉันฟังเถอะ ฉันจำเป็นต้องรู้จริงๆ"

จุนซูถอนหายใจเมื่อผมวกกลับมาเข้าเรื่องเดิมอีกครั้ง หากแต่ฝ่ามือของเขาไม่ได้สั่นเทิ้มอีกแล้ว แววตาของเขาดูสงบอย่างไม่น่าเชื่อ

"นายไม่ใช่คนโง่นี่ ถ้ายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันก็ไม่มีอะไรจะบอกนายหรอก นายคิดว่ามันดีแล้วเหรอไงที่มาบังคับให้ฉันพูดถึงปมด้อยของตัวเอง ฮึ ปากบอกว่าจะช่วยฉัน แต่นายก็เหมือนกันคนอื่นๆ ที่สนใจแค่ภายนอกของฉันเท่านั้นไม่ใช่รึไง"

จุนซูแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ผมเคยเกลียด แต่วันนี้ผมกลับคิดว่าเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่ผมเคยเห็น

"จุนซู..ฉันเจ็บปวดมากเลย"

ผมเอียงคอซบลงข้างๆ ไหล่จุนซู เขาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ด้วยแรงกระชับจากฝ่ามือผมที่คอยเรียกสติเขาว่าผมคือใคร ทำให้การสัมผัสจุนซูในขั้นตอนต่อมาไม่ใช่เรื่องยากนัก

"ฉันเจ็บปวดที่ทำให้นายต้องคิดถึงเรื่องเลวร้าย....ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะลบเรื่องทั้งหมด ให้นายคิดถึงแต่เรื่องของฉันก็พอ"

"…….."

จุนซูนิ่งเงียบ เราสองคนไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาของเราทั้งคู่ที่ส่งเสียงเป็นระยะๆ ราวกับกำลังแข่งกัน

"นายทำไม่ได้หรอก.."

จุนซูเอ่ยปากทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือจนผมสัมผัสได้

"จุนซู..." ผมขยับศีรษะก้มหน้าซบกับซอกคอของเขา "ฉันชอบนายจริงๆ นะ"

"….."

"ไว้ใจฉันเถอะ...ฉันไม่มีทางทำร้ายนาย"

จุนซูเสใบหน้าไปทางอื่น ปลายนิ้วของเขาเริ่มสั่นอีกครั้ง คนๆ นี้..กำลังระงับไม่ให้ตัวเองร้องไห้

"นายมันดื้อด้านชะมัด"

"อือ…ใช่เลย ฉันโง่ ดื้อด้าน แล้วก็ช่างตื๊อสุดๆ เลยล่ะ"

"คิดว่าฉันไม่รู้รึไง นายมันโง่สุดๆ เลยล่ะ"

ผมยิ้มในขณะที่ศีรษะยังคงแนบอยู่บนบ่าของจุนซู ในขณะที่ปลายนิ้วก็ยังคงลูบไล้อยู่บนฝ่ามือของเขาไม่เปลี่ยนแปลง

"นี่..ยูชอน..ไว้ใจนายได้แค่ไหน" จุนซูเอ่ยถาม ดูเหมือนว่าเขาจะเอ่ยแต่ละคำออกมาได้อย่างยากเย็น

"นอกจากตัวนายเองแล้ว นายไว้ใจฉันได้เสมอ"

"ขนาดนั้นเชียว? ฮึ"

"อย่าดูถูกฉันนักสิ ถึงฉันจะโง่ แต่ฉันไม่ปากสว่างนะ แล้วก็ค่อนข้างซื่อสัตย์เป็นคนดีศรีสังคมพอควรเลยล่ะ"

"ฮ่าฮ่า ไม่มีคนดีคนไหนเที่ยวไปบอกคนอื่นว่าเป็นคนดีหรอก"

"ฉันไง ทำไมล่ะ เป็นคนดีไม่เห็นต้องอาย เป็นคนดีก็บอกคนอื่นว่าเป็นคนดีสิ"

"เออ..รู้แล้วน่า"

"แต่ถ้า..นายลำบากใจที่จะเล่าให้ฉันฟัง......"

ผมซบใบหน้ากับบ่าของจุนซูแนบชิดมากขึ้น

"ฉันลำบากใจ"

"………"

ผมอยากจะร้องไห้ T_T

"แต่ถ้าไม่บอกตอนนี้ ซักวันก็ต้องบอกอยู่ดี เพราะนายมันน่ารำคาญ"

ผมเพิ่งรู้สึกว่าความน่ารำคาญของผมมีประโยชน์ก็วันนี้แหละ ผมยกใบหน้าจากบ่าของจุนซูด้วยความเสียดาย ก่อนจะเอนตัวพิงกับผนังห้องตามชายหนุ่มที่ทิ้งแผ่นหลังและศีรษะแนบไปกับผนังสีขาวข้างเตียง

จุนซูพ่นลมหายใจออกมาช้าๆ ดวงตาของเขาเหม่อมองออกไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย ผมปล่อยให้เขาได้ครุ่นคิดตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง จุนซูจึงเริ่มเอ่ยปากกับผม

"ก็อย่างที่นายรู้นั่นแหละ......" จุนซูเว้นช่วง ก่อนจะเค้นประโยคต่อมาออกจากริมฝีปากอย่างยากเย็น

"ฉันถูกข่มขืน"

แม้คำตอบจะไม่ต่างจากที่ผมคิดนัก แต่พอได้ยินจากปากของจุนซูจริงๆ ทำเอาหัวใจของผมบีบรัดแรงจนน่ากลัว ผมภาวนาให้ตัวเองเข้าใจผิดมาโดยตลอด แต่พอได้ยินคำนี้จากปากคนๆ นี้ นั่นทำให้ผมเจ็บใจจนแทบจะร้องไห้

"พ่อของฉันตายตอนฉันอายุ 6 ขวบ หลังพ่อตายปีกว่าๆ แม่ก็แต่งงานใหม่กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาเป็นคนใจดี สุภาพ ช่วยเหลือด้านการเงินของครอบครัวเราอย่างดี เป็นคุณพ่อและสามีที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ฉันที่จำใบหน้าของพ่อได้อย่างเลือนรางก็เผลอเรียกเขาว่า "พ่อ" จนติดปากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้"

จุนซูยิ้มที่มุมปากน้อยๆ เมื่อพูดถึงความทรงจำอันแสนสุขในวัยเด็ก หากแต่เป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้าเหลือเกินจนผมเผลอกระชับปลายนิ้วของเขาให้แนบแน่นกับร่องนิ้วของผม ปลายนิ้วของจุนซูชุ่มเหงื่อ ไออุ่นจากฝ่ามือที่อ่อนนุ่มนั้นเป็นสิ่งเดียวที่บอกผมว่าการที่ได้อยู่เคียงข้างคนๆ นี้ไม่ใช่ความฝัน

"ฉันมีพี่ชายที่แก่กว่าฉัน 3 ปี ด้วยความเป็นลูกคนเล็ก ฉันจึงได้รับการประคบประหงมจากทุกคนมาโดยตลอด ครอบครัวใหม่ที่เป็นดั่งความฝัน มีพ่อ แม่ ลูก มีเงิน ความสุขสบาย เสียงหัวเราะ มันเหมือนความฝัน..ฝันแสนสั้น สุดท้าย…เราก็ต้องตื่นมาพบความจริงในที่สุด เพราะพอฉันอายุ 12 ธุรกิจของพ่อก็เริ่มประสบปัญหาจากพิษเศรษฐกิจ ใช่แล้วล่ะ เหมือนในละครไม่มีผิด พ่อโดนคู่ค้าโกง สุดท้ายก็กลายเป็นบุคคลล้มละลาย รายได้ของครอบครัวเราจึงมาจากอาชีพพนักงานบัญชีของแม่เท่านั้น"

จุนซูเงยหน้ามามองที่นั่งอยู่ข้างๆ

"นายจะสมเพชฉันก็ได้นะ ชีวิตฉันมีอะไรให้สมเพชมากกว่านี้เยอะ ฮึ"

"นายก็รู้..."

ผมตอบแค่นั้น ไม่ว่าจุนซูจะพูดเพื่อทดสอบผมหรืออะไรก็ตาม