[Fic] One Step Closer Part.8

posted on 21 Aug 2015 23:51 by tiseki in Fiction directory Fiction


 
 Part.8 ร่องรอยของปีกนางฟ้า
.
.
.
ผมมองกระดาษสีขาวนวลยับยู่ยี่ในมือแล้วกวาดสายตาทุกตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยตัวบรรจงอ่านง่ายซ้ำไปซ้ำมา ถ้าไม่ใช่เพราะตัวอักษรมีเสียง ผมก็คงเพ้อจนหูแว่ว ผมได้ยินเสียงของจุนซูดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงกระซิบข้างหู


"ถึง..ยูชอน

ฉันจะออกจากห้องนี้เอง เมื่อคืนฉันซาบซึ้งเป็นบ้าที่นายทำตามคำขอของฉัน ยังไงก็กลับไปทบทวนตัวเองอีกรอบเถอะ อย่ายึดติดกับฉันนักเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก"


ผมเผยอปากให้คำว่า "ลาก่อน" เปล่งรอดผ่านริมฝีปากออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่าอาการขาดใจเป็นอย่างไร ใจของผม..ถ้ามันยังเต้นอยู่ ก็เป็นเพราะเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมผมยังหายใจ ทำไมใจผมยังเคลื่อนไหวอยู่ ทั้งๆ ที่มันสลายเป็นผุยผงไปแล้ว

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหารายชื่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ค้นพบว่าผมไม่มีเบอร์โทรศัพท์จุนซู

"โธ่เว้ย!!!!" ผมสบถ ขยี้เส้นผมอย่างหัวเสีย ผมนี่มันโง่ชะมัด ปากบอกว่ารักเขา แต่ผมกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย

ข้อความที่จุนซูทิ้งไว้ล้วนมีแต่คำที่ไม่สามารถเข้าใจได้ "จะออกจากห้องนี้เอง" "ทบทวนอีกรอบ" "อย่ายึดติด" "เป็นไปไม่ได้" ช่างเป็นคำลาที่เอาแต่ใจซะจริง

อะไรที่เป็นไปไม่ได้ ผมหรือเขา หรือเรื่องของเราที่เป็นไปไม่ได้ หรือแท้จริงแล้ว จุนซูต่างหากที่ค้นพบว่าจริงๆ แล้วผมไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด ที่ผ่านมาเรื่องของเราสองคนอาจเป็นไปตามทฤษฎีสะพานแขวน พอมีคนเข้ามาทำดีด้วยตอนที่ยืนอยู่บนเส้นด้าย เราก็คิดว่ามันเป็นความรัก คิดว่ามีเพียงคนๆ นั้นที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก พอลงจากเส้นด้ายอย่างปลอดภัย ถึงได้รับรู้ว่า "มันไม่ใช่ความรัก" กลายเป็นผมเพียงฝ่ายเดียวที่ยัดเยียดคำว่ารักให้เขา

ถ้าเช่นนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคืออะไร ผมเพียงเข้าใจผิดไปเองหรือว่าจุนซูใจตรงกัน

กลิ่นหอมข้างใบหู ผิวเนียนเรียบใต้มือ ลมหายใจแผ่วเบาที่เป่ารด ผมเข้าใจผิดงั้นหรือ? หรือทุกอย่างเป็นแค่ฝันดีที่จบลงเพียงข้ามคืน...มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ผมมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่มีจุนซู ก่อนจะล้มตัวลงซุกหน้าลงบนหมอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของคนที่จากไป ยังไม่ทันที่สมองโง่ๆ ของผมจะได้ทบทวนอะไร น้ำตาผมก็ไหลซึมเปื้อนหมอนของจุนซูโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของคนเราช่างซื่อสัตย์นัก หัวใจผมสลาย แต่มันหยุดหายใจไม่ได้ น้ำตาจึงเป็นทางออกเดียวของคนที่หัวใจมีบาดแผลเช่นผม

ผมคิดถึงเขา ผมคิดถึงจุนซูเหลือเกิน จะสะพานแขวนหรืออะไรก็ช่าง ผมรักจุนซู ผมจะยอมทำทุกอย่างเพียงแค่เขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง หากไม่ให้รัก ผมจะไม่รัก ผมจะไม่แตะต้องเขาอีก ผมจะกลับไปเป็นยุง เป็นฝุ่น หรือเป็นอะไรก็ได้ที่เขาสบายใจ ขอแค่ให้เขากลับมา ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว จุนซู...อย่าไป..จุนซู...

-----------------------------------

"จุนซู!!"

ผมลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องที่ว่างเปล่า เสียงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านที่พริ้วไหวทำให้ผมรู้ว่าเช้าวันใหม่เดินทางมาถึงแล้ว ผมเช็ดคราบน้ำตาที่ปลายตา แล้วมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสิบโมงเช้า

ทุกๆ อย่างในห้องยังคงเป็นเหมือนเดิม ข้อความในกระดาษสีขาวยับยู่ยี่ในมือยังคงชัดเจนไม่ลบเลือน แม้ว่าผมจะพยายามคิดว่าผมแค่ฝันไป แต่สายลมที่พัดผ่านแผ่วเบาทำให้ผมรู้ว่าทุกอย่างเป็นความจริง

ไม่มีคนๆ นั้นอีกแล้ว คิมจุนซูไม่อยู่ที่นี่แล้ว

"ครืด ครืด ครืด"

โทรศัพท์มือถือของผมสั่นประท้วงขึ้นมารุนแรงเรียกร้องความสนใจ ผมมองผ่านๆ ชื่อปลายสายที่ปรากฎบนหน้าจอเอื้อมมือแล้วกดรับพร้อมๆ กับทอดถอนลมหายใจ

"ไอ้บ้ายูชอนทำไมไม่รับโทรศัพท์วะ ฉันโทรหาแกเป็นร้อยรอบแล้วนะเว้ย" ปลายสายส่งเสียงดังลั่น ไม่บอกก็รู้ว่าใคร

"ก็รับรอบที่ร้อยหนึ่งแล้วไง จะบ่นทำไมวะ"

"เออ ไม่บ่นก็ได้ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่ซี้กับจุนซูแล้วลืมฉันเลยนะแก"

"จุนซู..นั่นสินะ...จุนซู...." ผมเอ่ยชื่อจุนซูซ้ำๆ ผมคิดว่าผมไม่ค่อยจะมีสตินักเวลาที่ได้ยินคำว่า "จุนซู" อา...หัวใจของผมถูกกรีดด้วยคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นบาดแผลยับเยินเต็มไปหมด

"เพ้ออะไรของแกวะ?"

จุนซู...ไม่อยู่แล้วสินะ

"ยูชอน? ฟังอยู่รึเปล่าวะ"

นี่ผมทำอะไรผิดไปงั้นหรือ ทำไมเขาถึงจากผมไปล่ะ

"ยูชอน?"

อา..มีใครสักคนเรียกชื่อผม

"ยูชอน? เฮ้ย!! แกเป็นอะไรรึเปล่าวะ ตอบฉันหน่อยเซ่! ยูชอน ยูชอน"

ผมทิ้งมือลงไปเตียง แล้วปล่อยให้โทรศัพท์พลิกลงบนฟูกไปพร้อมๆ กับเสียงตะโกนของแจจุงที่ค่อยๆ แผ่วเบาจนหายไป น้ำในดวงตาไหลออกมาช้าๆ ผมทิ้งตัวลงบนเตียงของจุนซูอีกครั้ง เริ่มต้นคิดถึงจุนซูด้วยน้ำตาเป็นครั้งที่ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันรอบตั้งแต่จุนซูจากไป

ผมคิดว่าผมเข้มแข็งมาตลอด แล้วก็คิดมาเสมอว่าการร้องไห้เพราะความรักเป็นเรื่องโคตรงี่เง่า แต่พอเจอเข้ากับตัวเอง อย่าว่าแต่ร้องไห้เลย ต่อให้ผมต้องคุกเข่าเพื่อขอร้องให้จุนซูกลับมา ผมก็จะทำ ผมยอมทำอะไรก็ได้เพื่อให้เขาไม่จากไป ความรักมันเป็นอย่างนี้สินะ การรักใครสักคนมันงี่เง่าอย่างนี้เอง

ไม่ทันที่ผมได้คิดอะไรต่อไป เสียงเคาะประตูรัวๆ ก็ดังขึ้นราวกับมีปิศาจจอมเอาแต่ใจอยู่ข้างนอก ผมเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วรีบลุกไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วเพียงหวังว่าจะเป็นคนที่ผมเฝ้ารอ

"ยูชอน!!!!!!"

แจจุงพรวดพราวเข้ามาจับบ่าผมแล้วส่งสายตาสำรวจไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เป็นอะไรรึเปล่าวะ ทำไมไม่...เฮ้ย....ทำไมตาบวมอย่างนั้น!!"

ผมหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงโดยไม่ตอบคำถามใดๆ แจจุงมองซ้ายมองขวา แล้วเดินตามเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ หมอนั่นเข้ามาในห้องของผมนับครั้งได้ หลังจากที่ฟังเรื่องปิศาจคิมจุนซูจากผมบ่อยๆ เขาก็แทบจะไม่เยื้องกรายเข้ามาใกล้ห้องนี้เลย แม้ว่าช่วงหลังมานี้เขาจะรู้จักจุนซูแล้ว แต่เขาก็ไม่เข้ามายุ่มย่ามที่นี่อยู่ดี ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันแรกในรอบหลายๆ เดือนที่แจจุงเข้ามาในห้องของผม

"งั้น..ขอเข้าไปหน่อยนะ"

แจจุงพูดเบาๆ มองซ้ายมองขวาไปรอบห้อง เมื่อไม่เห็นใครนอกจากผม เขาก็ยืนจังก้ามองผมที่นอนแผ่ราบบนเตียง

"เป็นอะไรวะ? แล้วนี่ทำไมยังใส่ชุดเดิม? จุนซูล่ะ?" ว่าพลางมองซ้ายขวาตามสัญชาตญาณแม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครในห้องนอกจากผมก็ตาม

"อ……จ...ซ…"

"ห๊ะ! อะไรนะ?"

แจจุงชะโงกหน้าลงมา ย่นคิ้วอย่างสงสัยเพราะได้ยินที่ผมพูดไม่ถนัด

"อ ย่ า เ อ่ ย ชื่ อ จุ น ซู"

แจจุงย่นคิ้วหนักขึ้นเมื่อได้ยินผมพูดช้าๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ หมอนั่นสูดหายใจแล้วปล่อยมันออกมาช้าๆ แล้วทรุดตัวนั่งลงบนพื้นหันหลังพิงกับเตียงของผม

"เกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับจุนซูใช่ไหม?"

ผมเหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดตาโดยไม่มีจากคำตอบใดๆ แก่แจจุง

"แกจะร้องไห้ก็ได้นะ ฉันไม่มองหรอก"

นั่นเป็นเหตุผลที่เขานั่งหันหลังให้ผมสินะ แจจุงเป็นคนอ่อนโยนเสมอ

"ขอบใจว่ะ"

ผมยิ้ม ยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนเบาๆ สองสามทีก่อนจะหันมาเช็ดน้ำตาตัวเองที่แห้งเหือดกลืนเป็นเนื้อเดียวกับใบหน้าผมไปแล้ว

"ฉันไม่เป็นไร" ผมเอ่ยในที่สุด

แจจุงเอี้ยวตัวหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน

"แกอยากเล่าให้ฉันฟังไหม?" แจจุงเอ่ยถาม

"อยาก"

แจจุงยิ้ม

"แต่ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง" ผมพูดพลางยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก

"เริ่มต้นที่จุนซูไปไหนก็แล้วกัน"

"ฉันไม่รู้"

"หืม?" แจจุงหันมามองหน้าผมอีกครั้ง "พวกแกทะเลาะกันเหรอ?"

"เปล่า"

ผมถอนหายใจ

"จุนซูไปแล้ว"

"หมายความว่ายังไง 'ไปแล้ว' ? "

"ก็หมายความตามนั้น จุนซูไปจากที่นี่แล้ว เขาทิ้งฉันไปแล้ว ทิ้งไว้แค่กระดาษโง่ๆ แผ่นนี้แผ่นเดียว"

ผมยื่นกระดาษสีขาวยับยู่ยี่ให้แจจุง ชายหนุ่มกวาดตาไปตามตัวอักษรก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

"ไม่เห็นเข้าใจเลยว่ะ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น? คำขออะไรวะ?"

ผมมองตาแจจุง ผมรู้ว่าเพื่อนคนนี้จะเข้าใจผม เขาไม่มีวันรังเกียจผมแน่ถ้าได้รู้ความจริง แต่ว่า...

"ถ้าแกไม่อยากเล่า..." แจจุงชิงพูดก่อน เขารู้ว่าผมลำบากใจ

"ไม่ใช่ว่าฉันอยากปิดบังหรอก แต่แกรู้ใช่ไหม..ว่าบางเรื่อง..มันก็อธิบายยาก"

"เช่นเรื่องที่แกชอบจุนซูรึเปล่า"

ผมถลึงตาโตมองแจจุงอย่างตกใจ ในขณะที่คนตรงข้ามผมเอาแต่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"แกคิดว่าฉันไม่รู้รึไง ฉันรู้จักแกมากี่ปีแล้วปาร์คยูชอน แค่อ้าปาก ฉันก็รู้แล้วว่าแกกินอะไรมา เรื่องแค่นี้ถึงแกไม่พูด ฉันก็รู้ว่ะ"

ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นมาแล้วก้าวลงจากเตียงไปนั่งข้างๆ แจจุง ดูเหมือนว่าเราสองคนมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว คงไม่ดีแน่ถ้าผมจะสารภาพเรื่องราวทั้งหมดโดยปราศจากการสบตากับเพื่อน

"แกรู้มานานแค่ไหนแล้ววะ?"

"ก็ซักพักแล้ว"

"รู้ได้ยังไงน่ะ..จุนซูบอกเหรอ?"

"เปล่า"

ผมย่นคิ้วด้วยความสงสัย

"ฉันไม่ได้โง่นะเว้ย ตั้งแต่แกมาถามเรื่องวิธีเอาชนะจุนซู ฉันก็รู้แล้ว มีใครไม่อยากสัมผัสคนที่ตัวเองรักบ้างวะ ไอ้คนที่กังวลเป็นบ้าเป็นหลังไม่อยากถูกเค้าเกลียดก็มีแต่คนที่ตกหลุมรักเท่านั้นแหละ"

"เออ..แสนรู้นะแก"

แจจุงยักคิ้วให้ผม แม้หมอนั่นจะทำหน้ากวนประสาท แต่ผมไม่มีอารมณ์จะมาโกรธเขาตอนนี้

"แล้ว…" ผมเอ่ยคำพูดออกมาอย่างยากเย็น การที่ต้องบอกเพื่อนตัวเองว่าชอบผู้ชายมันไม่ใช่เรื่องตลกเลย

"ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ฉันรู้ว่าแกไม่ใช่เกย์ แกคงไม่ได้ชอบผู้ชายมั่วไปหมดใช่ไหมล่ะ ผู้ชายที่แกชอบมีแค่จุนซู"

แจจุงยิ้ม

"บอกตามตรงนะ กับจุนซูน่ะ..บางทีฉันก็ใจเต้นตอนที่ได้คุยกับเขาอยู่เหมือนกัน มันเหมือนจะเป็นความรัก แต่ฉันว่าไม่ใช่วะ ฉันแค่ชอบเขาเพราะเขาน่ารักมากกว่า ยิ่งพอเห็นความพยายามของแกที่จะเคียงข้างจุนซูแล้ว ฉันเข้าใจเลยว่ะ ว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขามันไม่ได้ครึ่งของแกด้วยซ้ำ"

"แจจุง....." ผมหันไปสบตาเขา

"เฮ้ย!! ไม่ต้องซึ้ง ฉันไม่ได้เข้าใจแกขนาดนั้น จริงอยู่ที่ฉันรู้ใจแก แต่บางเรื่องน่ะ..ถ้าแกไม่บอกฉันก็ไม่รู้หรอก ฉันเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องนี้ คงสอนอะไรแกไม่ได้ แต่ถ้าแกอยากระบายล่ะก็ จะเป็นกระโถนให้วันนึงก็ได้"

แจจุงส่งยิ้มพลางยกศอกกระทุ้งเอวผมเบาๆ ผมก้มหน้าหลบยิ้มก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในชีวิตฟัง เว้นแค่เรื่องเดียวคือเรื่องอดีตของจุนซู เพราะนั่นเป็นสัญญาที่ผมจะต้องรักษาเท่าชีวิต

-----------------------------------


"แล้วแกจะทำยังไงต่อไป?"

"ไม่รู้ว่ะ ฉันไม่รู้จะไปตามหาเขาที่ไหนเหมือนกัน ไปรอที่คณะฯ เขาก็คงวิ่งหนีอีกตามเคย"

"อืม…ก็จริง"

แจจุงพยักหน้าเห็นด้วย เขาไม่ถามผมเกี่ยวกับจุนซูมากมายเท่าที่ผมคิดไว้ อาจเป็นเพราะแจจุงเข้าใจเรื่องราวเป็นอย่างดีอยู่แล้วก็ได้ ถ้าเป็นเรื่องความรักแล้ว แจจุงมักจะเดินนำหน้าผมอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ แต่แน่ล่ะ เขาไม่เคยคบผู้ชายอย่างคนรัก ดังนั้นการให้คำปรึกษากับผมคงเป็นเรื่องน่ากระ